โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

"กลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม" เดือดร้อนหนัก กุ้งน็อคตายไม่มีตลาดรองรับ เผยหนักสุดรอบ 30 ปี (มีคลิป)

MATICHON ONLINE

อัพเดต 08 ก.ค. 2564 เวลา 10.39 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2564 เวลา 10.39 น.

“กลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม” เดือดร้อนหนัก กุ้งน็อคตายไม่มีตลาดรองรับ เผยหนักสุดรอบ 30 ปี

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 หลายพื้นที่ทั่วประเทศยังคงผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง โดย จ.กาฬสินธุ์ก็พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวัน ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการซื้อขายกุ้งก้ามกราม ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจอันดับหนึ่งของ จ.กาฬสินธุ์ เนื่องจากตลาดรับซื้อกุ้งหลายแห่ง โดยเฉพาะร้านค้า ร้านอาหารได้ปิดตัวลง พ่อค้าในพื้นที่และต่างจังหวัดหลายราย หยุดการค้าขาย ไม่นำกุ้งไปส่งต่างจังหวัด หรือเข้ามารับซื้อที่ปากบ่อน้อยลง เนื่องจากหวาดกลัวจะได้รับเชื้อคิด-19 ทำให้เกษตรต้องเลี้ยงกุ้งนานขึ้น แบกภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้นตามไปด้วย ประกอบกับเขื่อนลำปาวยังไม่ระบายน้ำให้ชาวนากุ้งได้เปลี่ยนถ่ายในบ่อกุ้ง ทำให้เกิดน้ำเสีย และบางวันอากาศวิปริต กลางวันอากาศร้อนจัด กลางคืนมีฝนตกลงมา ทำให้กุ้งปรับสภาพไม่ทัน เกิดการน็อคตายเป็นจำนวนมาก

นายแก้ว ภูดอนนาง อายุ 65 ปี พ่อค้าคนกลางขายกุ้งก้ามกรามและเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามใน ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ช่วงสถานการณ์การเกิดโรคโควิด-19 ระบาดที่ยืดเยื้อมานานดังกล่าว และไม่มีท่าทีจะยุติลง ตนและเพื่อนเกษตรกรชาวนาผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม ใน ต.บัวบาน รวมทั้ง ต.นาเชือก ต.เขาพระนอน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ซึ่งเป็นความเดือดร้อนที่สุดตั้งแต่มีการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามมากว่า 30 ปี เนื่องจากสาเหตุหลักคือกุ้งในบ่อที่กำลังได้อายุจับจำหน่ายขายไม่ได้ ต้องเลี้ยงนานขึ้น เนื่องจากตลาดรับซื้อ ทั้งตลาดสด และร้านอาหาร ที่เป็นแหล่งรับซื้อในหลายจังหวัดภาคอีสานปิดเกือบหมด หลายแห่งหยุดกิจการจึงทำให้กุ้งขายยากขึ้น ประกบกับทางเขื่อนลำปาวยังปิดการส่งน้ำเพื่อซ่อมบำรุงคูคลองเป็นเวลานาน และอากาศวิปริต ทำให้เกิดน้ำเสียน็อคตายไปเป็นจำนวนมาก สำหรับกุ้งตนน็อควันละกว่า 100 ก.ก.ทีเดียว ทำให้ขาดทุนอย่างมาก

นายแก้ว กล่าวอีกว่า เมื่อปีที่แล้วสถานการณ์การเกิดโรคโควิด-19 ไม่รุนแรงมากนัก การค้าขายกุ้งพอไปได้เรื่อยๆ ถึงแม้ตลาดรับซื้อหรือร้านอาหารหลายแห่งจะปิดตัวไป ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการตลาดใหม่ โดยขายตามหมู่บ้าน ตั้งเพิงขายกุ้งริมถนน รวมทั้งเผากุ้งขายและนำส่งลูกค้าด้วย ซึ่งปีที่ผ่านมาตนเลี้ยงกุ้งก้ามกราม 7 หมื่นตัว ขายได้กำไร 2 แสนบาท แต่สำหรับปีนี้โควิด-19 ระบาดหนักและยาวนาน ตนเลี้ยงกุ้งประมาณ 1 แสนตัว แต่คงจะขาดทุนไม่น้อยกว่า 2 แสนบาท เนื่องจากต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ทั้งค่าพันธุ์ลูกกุ้ง ค่าอาหาร และต้องสิ้นเปลืองค่าน้ำมันในการสูบน้ำด้วย เมื่อเกิดเหตุการณ์กุ้งน็อคตายดังกล่าว ซึ่งเป็นปัญหาที่ผู้เลี้ยงกุ้งทุกคนประสบ ที่จะให้ให้ขาดทุนทั้งหมด จึงอยากเรียกร้องให้ประมงจังหวัดลงมาดูแลและหาทางช่วยเหลือด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...