โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่บ้านไทยในต่างแดน สร้างแฟนนับแสนในยูทิวบ์

Khaosod

อัพเดต 14 ก.ย 2562 เวลา 16.47 น. • เผยแพร่ 14 ก.ย 2562 เวลา 16.47 น.

แม่บ้านไทยในต่างแดน สร้างแฟนนับแสนในยูทิวบ์ – BBCไทย

ความเป็นอยู่ของคนไทยในต่างแดนมักเป็นที่สนใจของคนไทยในประเทศและในโลกออนไลน์ แต่ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีช่วยทำให้การติดต่อสื่อสารของคนไกลบ้านทำได้สะดวกขึ้น หญิงไทยเหล่านี้ได้ผันตัวเอง มาเป็น “ยูทิวบ์เบอร์” เล่าเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวในต่างแดน ตั้งแต่การใช้ชีวิตประจำวัน การปรับตัว การทำอาหาร การปลูกผักสวนครัว ไปจนถึงการสอนภาษา

เบื้องหลังวิดีโอต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่ถูกอกถูกใจนั้น ล้วนมีที่มาที่ไป และเหตุผลในการเป็นยูทิวบ์เบอร์ที่ต่างกัน แต่ความรู้สึกที่จับต้องได้จากสิ่งที่พวกเธอสะท้อนออกมาคือ “ความสุข” ที่หาได้ หากไม่หยุดพัฒนาตัวเอง

“กินไปไทยหรั่ง” จุดเริ่มต้นของยายนาง

คนทั่วไปคงรู้สึกเขินอายหากมีคนมานั่งจ้องเวลากินอาหาร แต่หากคนกินมองไม่เห็นคนดูเหล่านั้นมีเพียงอีกฝ่ายที่ได้แต่มอง แต่สัมผัสไม่ได้ล่ะ

วิดีโอในช่องยูทิวบ์ กินไปไทยหรั่ง ตอนที่ “ยายนาง” ชวนลูกสาวลูกชายมานั่งกินส้มตำปูสด กับเนื้ออบ ที่โพสต์มาตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว จนถึงตอนนี้มีคนดูกว่า 2.2 ล้านคน แต่นั่นก็ไม่เท่ากับตอนที่เธอโชว์วิธีกะเทาะเปลือกหอยนางรมยักษ์และนั่งกินกับเครื่องเคียงและส้มตำแซ่บ ๆ มีคนดู 3 ล้านกว่าคน แม้จะเพิ่งโพสต์ไปเมื่อเดือนมีนาคมปีนี้เอง

คลิปนั้น ยายนางหรือจันทร์เพ็ญ ค็อบบอก รู้สึกเผ็ดจนซี้ดปาก เชื่อว่าคนนับล้านที่นั่งดูคงน้ำลายสอพอกัน

จันทร์เพ็ญ เกิดที่ขอนแก่น โตที่อุดรธานี และตามครอบครัวไปอยู่ที่พัทยา ด้วยมุมมองการใช้ชีวิตที่ไม่หยุดพัฒนาตัวเอง ทำให้แม่บ้านธรรมดาอย่างเธอ กลายเป็นบุคคลที่มีผู้ติดตามทางเฟซบุ๊กกว่า 1 ล้านคน

ในปี 2539 ยายนางพบรักกับสามีชาวเดนมาร์กและย้ายไปอยู่ที่นั่น ก่อนหน้านั้นเธอมีลูกชายกับสามีเก่าชาวไทยที่เสียชีวิตไปแล้วด้วยโรคมะเร็งสมอง

ตอนย้ายมาเดนมาร์กใหม่ ๆ ยายนางต้องเรียนภาษาตามข้อกำหนดของรัฐบาล แต่เธอยังเลือกสอบเทียบเพื่อให้ได้วุฒิการศึกษา ม.3 ของที่นั่น เวลานั้นเธอตั้งท้องลูกสาวด้วย

การเรียนภาษาที่ใช้เวลา 2-3 ปี กับภาระเลี้ยงดูลูกสาว ทำให้ยายนางไม่มีเวลาหารายได้ด้วยตัวเอง ขณะที่ยังต้องจุนเจือครอบครัวทางเมืองไทยและลูกจากสามีคนแรก บวกกับความไม่เข้าใจกันในเรื่องวัฒนธรรม ทำให้ชีวิตคู่ของเธอกับสามีจึงต้องจบลงหลังอยู่กันได้เพียง 3 ปี

ขวนขวายเพื่อสร้างอนาคตใหม่

ก่อนย้ายไปเดนมาร์ก ยายนางประสบอุบัติเหตุร้ายแรงทำให้กระดูกคอกระทบกระเทือนอย่างหนัก จนทำงานหนักไม่ได้เหมือนปกติ หน่วยงานจัดหางานที่นั่นรับรู้ข้อจำกัดนี้

“ปัญหาสุขภาพของยายนี่แหละ ทำให้ได้ไปฝึกงานในหลายที่ ไปเริ่มต้นใหม่ตลอดเวลา ได้รู้จักคนนั้นคนนี้ เลยทำให้ยายไม่กลัวคน ไม่อาย กล้าพูด เลยมีส่วนผลักดันให้เรามีทุกวันนี้”

ความเป็นคนใฝ่รู้ ยายนางไปเรียนเป็นผู้ช่วยนักโภชนาการนาน 2 ปี แต่เพราะปัญหาสุขภาพทำให้ไม่มีโอกาสทำงานในโรงครัวของโรงพยาบาลหรือโรงเรียนได้อย่างที่หวัง

หลายปีผ่านไป ยายนางพบรักอีกครั้งกับสามีที่เป็นนักโปรแกรมเมอร์ชาวเดนมาร์ก

จุดเริ่มต้นของการเป็นยูทิวบ์เบอร์

เมื่อกลับมาเป็นแม่บ้านเต็มตัว ยูทิวบ์ไม่เพียงเป็นเพื่อนคลายเหงา โดยเฉพาะช่องทำอาหาร แต่กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เธอเปิดวิดีโอตัวแรกเมื่อปี 2558

“ช่วงว่างงานนี่แหละที่ทำให้ได้หันมาดูยูทิวบ์ เห็นคนทำอาหารหลาย ๆ คน เช่น แม่แหม่ม (เจ้าของช่องยูทิวบ์)ที่ญี่ปุ่น เห็นเขาเป็นคนไทย เราก็น่าจะทำได้เหมือนกัน มีสิ่งที่อยากบอกเหมือนกัน แต่ไม่เคยรู้ว่ายูทิวบ์ได้เงิน (หัวเราะ)”

วิดีโอของยายนางจะเน้นพูดคุยในสิ่งที่ถนัด อย่างการประยุกต์วัตถุดิบเพื่อปรุงอาหารไทยในต่างแดน การทานอาหารพร้อมพูดคุยเรื่องทั่วไป การพาชมบรรยากาศของเดนมาร์ก ไปจนถึงวิธีการเก็บรักษาวัตถุดิบ

“เรียนรู้มาจากฝรั่งคนหนึ่งว่าถ้าอยากให้โลกจำ คุณต้องทำอะไรก็ได้ที่ไม่เหมือนคนอื่น บอกตัวตนเราให้ดูฉันว่าฉันอยู่นี่นะ แล้วหลังจากนั้นคอนเทนต์อื่น ๆ ค่อยตามมา ก็เลยกินก๋วยเตี๋ยวชามยักษ์ โลกก็เลยจำเลยค่ะ (หัวเราะ)”

ยายนางเริ่มฝึกฝนการตัดต่อแบบง่าย ๆ ศึกษาระบบเสียงเพื่อเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสม เรียนรู้จากช่องที่ประสบความสำเร็จ ปัจจุบันเธอใช้กล้องดิจิตอลถ่ายคลิปเพื่อให้คนดูได้ชมวิดีโอที่กระชับ และมีคุณภาพ จากเดิมที่ถ่ายทำด้วยกล้องโทรศัพท์

“ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบแล้วจะทำได้ทุกวัน ให้ความรู้ ไม่ต้องคิดว่าทำคลิปแล้วจะต้องได้เงินเท่านั้นเท่านี้ ให้คิดว่าคนดูได้อะไรดี ๆ จากเรา แล้วเงินก็จะตามมาเอง”

พี่ติ๋ว สาวกาฬสินธุ์ ช่อง “kalasingirl”

“สวัสดีค่า สวัสดีค่า สวัสดีพี่น้องป้องปลาย” “พี่ติ๋ว” สำราญ ภูลายยาว (แบ็คโทล) เจ้าของช่องยูทิวบ์ Kalasingirl หรือ สาวกาฬสินธุ์ ทักทายแฟน ๆ ด้วยถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความหมาย “เปรียบเหมือนต้นไผ่ลำหนึ่งที่มีต้นจรดปลาย คล้ายกับว่าเราสวัสดีตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่”

หากพูดถึงยูทิวบ์ถือได้ว่าพี่ติ๋วยังเป็นน้องใหม่ มีผู้ติดตามเพียงกว่าหมื่นคน แต่ในเพจทางเฟซบุ๊กที่ชื่อสาวกาฬสินธุ์พลัดถิ่นไกลบ้าน พี่ติ๋วถือว่าไม่น้อยหน้า มีคนติดตามเกือบ 5 แสนคน คลิป “ทำ” และ “ทาน” อาหารของเธอมีคนแชร์และแสดงความเห็นหลายพันครั้งในแต่ละโพสต์

ก่อนพบรักกับบรูโน่ สามีคนปัจจุบัน ที่กลายมาเป็นกำลังสำคัญและนำพี่ติ๋วเข้าสู่โลกโซเชียลมีเดีย เธอเคยผ่านการมีครอบครัวกับสามีชาวไทยและสวิส และมีลูกสองคน ปัจจุบันมีลูกสาวกับบรูโน่หนึ่งคน ที่เอฟซีของเธอได้เห็นหน้าอยู่เป็นประจำ

*เพราะเหงาจึงเข้าครัว *

พี่ติ๋วอาศัยอยู่ที่กรุงเบิร์น เคยทำงานทั้งในสวนสัตว์ และร้านอาหารไทยที่เธอไม่ใช่เชฟของร้าน แม้ฝีมือ ทำอาหารไม่เป็นรองใคร โดยเฉพาะอาหารไทยที่ได้เรียนรู้จากแม่ของอดีตสามีชาวไทย แต่อาหารที่เธอทำโชว์ทางโซเชียลฯ เป็นอาหารถิ่นบ้านเกิดเป็นส่วนใหญ่

“พี่ติ๋วมีเพื่อนเยอะมาก และจัดปาร์ตี้ทุกอาทิตย์ เล็บไม่เคยได้งอกเพราะมัวแต่ทำกับข้าว น้อง ๆ ที่รู้จักบอกว่าทำไปเพื่ออะไรไม่สงสารแฟนเหรอ มัวแต่ปาร์ตี้ เลยบอกบรูโน่ว่าจะทำตัวใหม่ ไม่ทำเหมือนเดิมแล้ว”

หากคนเราต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง แต่ขาด “แรงสนับสนุน” ของคนในครอบครัวก็ดูจะเป็นเรื่องยาก แต่บรูโน่ช่วยเหลือเต็มที่และเริ่มเปิดเพจสาวกาฬสินธุ์ฯ ให้ทางเฟซบุ๊ก

บรูโน่บอกบีบีซีไทยว่าเห็นภรรยามีความสุขก็ดีใจ เพราะลูก ๆ ต่างมีกิจกรรมของตัวเอง การทำคลิปเผยแพร่ทางเฟซบุ๊กและยูทิวบ์ ทำให้พี่ติ๋วคลายเหงา ส่วนเขาก็รับหน้าที่ผู้จัดการส่วนตัวและเป็นแอดมินให้กับเพจ

เนื้อหาในคลิปวิดีโอที่พี่ติ๋วและสามีต้องการถ่ายทอดเป็นเรื่องการใช้ชีวิตในต่างแดนทั้งการกิน การอยู่ และยังพาไปชมสถานที่ท่องเที่ยว ที่หลายคนอาจไม่มีโอกาสได้ไปด้วยตัวเอง

ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับการพัฒนา

“แต่พี่รู้สึกว่าการทำวิดีโอกับข้าวลงไม่มากเท่ากับไลฟ์สดกิน คนดูเยอะมาก เหมือนเราได้คุยกับเขาไง เขาถามมาตอบไป” แต่บางเมนูที่ทำก็มีเสียงตอบรับล้นหลาม “ขนมจีนน้ำยาป่าตกใจ แชร์กันเท่าไหร่ มันเยอะมาก ทำแหนมค่ะมีคนดูสี่ล้านกว่า สี่พันห้าพันแชร์ ข้าวมันไก่ แล้ววันนี้บรูโน่ลงคลิปน้ำเงี้ยว คือเมนูเราไม่ซ้ำซาก เหมือนเรากินกับข้าวเราเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เราเอาเมนูนั้นลง ไม่ซ้ำซาก”

นี่น่าจะเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับความสำเร็จ ของการผลิตเนื้อหาในโลกออนไลน์ ที่ต้องสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างผู้ผลิตกับผู้ชม มากกว่า “พูดให้ฟัง” คือ “ฟังเขาพูด” โดยหลาย ๆ วิดีโอของพี่ติ๋วก็เกิดจากคำแนะนำของผู้ชมว่าอยากเห็นอะไร

“พี่คิดว่าคนเอเชียชอบแบบนี้ (กินให้ดู) มีไต้หวัน ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น อินโดฯ มาเลเซีย เยอะมาก เขาชอบดูเรากิน แม้จะไม่เข้าใจว่าเราทำอาหารอะไร แต่บรูโน่จะคอยบอกว่าสิ่งที่กินคืออะไร พี่ไม่เก่งอังกฤษ ตอบได้นิดหน่อย แต่อ่านลึก ๆ ไม่ได้ ภาษาเยอรมันพอได้ พูดผิดบรูโน่ก็ชอบเบรกภรรยา”

เมื่อรับฟังแล้วสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไป คือ การพัฒนาตัวเอง พี่ติ๋วให้ความสำคัญกับการดูผลงานของคนอื่น ๆ เพื่อปรับปรุงจุดด้อยของตัวเอง

“เห็นอย่างคลิปคนไหนกินน่ากลัว เราจะไปดูเมนต์ว่าทำไงให้คนชอบ บางคนบอกว่าไม่ให้เกียรติสามี เป็นจุดขาย นั่นเป็นเรื่องของเขา แต่เรามีลูกครอบครัว ทำแบบนั้นไม่ได้ เราดูคนที่เขาไลฟ์พูดเรื่องอะไรบ้าง เราไม่ได้เลียนแบบมา เราดูเมนต์เอามาปรับปรุงตัวเราอย่างไร”

เมื่อเริ่มมีชื่อเสียง สิ่งที่จะตามมานอกจากความชื่นชอบของคนดู ก็คือเหล่าเจ้าของสินค้า ที่ต่างสนใจใช้บริการ “รีวิว”

“มีคนติดต่อมาเยอะมากให้ขายของสิบกว่าเจ้าแต่เราไม่ทำ เขาให้เรารีวิวปลาร้า และครีมต่าง ๆ ขนมแห้ง เส้น น้ำพริกไตปลา สุดท้ายมีปลาร้าสับ”

แต่พี่ติ๋วเลือกที่จะปฏิเสธทั้งหมด ด้วยมองว่าจะทำให้ทำงานยากขึ้น ทั้งมีข้อจำกัดเรื่องภาษี หากมีการเรียกภาษีการขายย้อนหลังก็จะยิ่งยุ่งยาก สู้ไปคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะผลิตเนื้อหาถูกใจผู้ชมแบบเดิมดีกว่า

เหนือสิ่งอื่นใดสิ่งสำคัญที่จะทำให้พี่ติ๋วสามารถสร้างสรรค์เนื้อหาเอาใจเหล่าเอฟซีได้อย่างไม่รู้จักเหนื่อย ก็คือกำลังใจที่ได้รับตอบแทนกลับมานั้นเอง

“แฟนคลับทั้งในไทยและสวิตเซอร์แลนด์เยอะมาก คนไทยขอถ่ายรูปเยอะมาก ชวนมานั่งดื่มนิดหน่อยถามไถ่เป็นเพื่อนกันเลย ทุกคนดีใจขอบคุณเรา ไม่มีใครทำให้ดู เป็นความสุขมากที่เราได้รับความขอบคุณมา เราดีใจแล้ว”

“เมียฝรั่งชนบท ยายต๊ะ 555″กับยายต๊ะ

“สวัสดีจ้า มาแล้วจ้ะมาแล้วจ้ะ” เสียง “ยายต๊ะ”เจื้อยแจ้วผ่านวิดีโอทางยูทิวบ์ส่งตรงจากเยอรมนีถึงแฟน ๆ ในไทยและทั่วโลก

สุพาน วิคเตอร์ อดีตแม่ค้าขายของในตลาด ชาว อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ เพิ่งรู้จักโลกโซเชียลหลังเปลี่ยนโทรศัพท์เครื่องเก่าเป็น “สมาร์ทโฟน” ที่เธอเริ่มใช้ถ่ายวิดีโอและส่งผ่านไลน์แอปพลิเคชัน จากบ้านที่อยู่ไม่ห่างจากเมืองไลป์ซิกกลับไปให้ครอบครัวที่ศรีสะเกษได้ดู

“ที่บ้านเมืองไทยเขาให้แลกโทรศัพท์ ได้แบบสมาร์ทโฟนมา และสมัครเน็ตให้ พอกลับมาเยอรมันยายก็ถ่ายคลิปส่งให้ทางบ้านที่ศรีสะเกษดูทางไลน์ แต่ส่งวิดีโอได้นิดเดียว เลยหาทางทำไปมั่ว ๆ จู่ ๆ ไปลงยูทิวบ์ได้ยังไงก็ไม่รู้”

วันนี้ช่องยูทิวบ์”เมียฝรั่งชนบท ยายต๊ะ 555″ มียอดผู้ติดตามกว่า 1 แสน 9 หมื่นคน

อย่างไรก็ตาม “ความมั่ว” คงไม่ใช่สิ่งเดียวที่ทำให้ยายต๊ะสามารถครองใจชาวเน็ตได้ถึงเพียงนี้ แต่ “ความเป็นธรรมชาติ”ที่ถ่ายทอดผ่านวิดีโอต่างหาก ที่เอาผู้ชมได้อยู่หมัด

“มันเป็นชีวิตประจำวันของเรา เข้าสวนเราถ่ายไปให้เอฟซีดู พอยายไปเที่ยวคนไม่ค่อยดู แต่พอเข้าสวนแล้วคนดู”

วิดีโอชม “สวนผักไทย” ที่ปลูกไว้กินเองที่บ้านแม้จะอยู่ไกลถึงเยอรมนี แต่ยายต๊ะสามารถดึงคนดูให้ไปร่วมเด็ดพริกเก็บผักกับเธอ ทำให้วิดีโอมีกลิ่นอายชนบทไทยแฝงอยู่อย่างมีเสน่ห์

บางวันเธอจะปูแผ่นพลาสติก นั่งกรอง “แอปเปิ้ลไซเดอร์” จากหม้ออะลูมิเนียม ขณะที่ฉากหลังคือพื้นคอนกรีตและดอกไม้ดอกหญ้า

“ปัจจุบันทำเองทุกอย่าง ถ่ายลงยูทิวบ์แปะไปเลย เราเอาวิดีโอมาต่อ ๆ กันเป็นอย่างเดียว ไมรู้จักตัด จบแค่ ป.6 ภูมิใจตัวเองที่ทำได้”

เสียงซื่อ ๆ ของเธออาจช่วยยืนยันได้ว่า คนในโลกออนไลน์ทุกวันนี้อาจพอใจความเป็นธรรมชาติ มากกว่าเทคนิคหวือหวาของการตัดต่อ หรือเนื้อหาสวยหรูที่ถูกปรุงแต่ง

รายได้ของครอบครัว

“มีเอฟซีถามมา ทำได้เงินไหม โอ๊ยได้เงินอะไร ได้แค่ค่าชาร์จแบต ตอนนี้รายได้ดีกว่าที่คิด ดีกว่าแต่ก่อนไม่มีรายได้อะไรเลย แฟนก็ไม่ใช่เงินเดือนเยอะ แต่เราอยู่แบบพอเพียงสบาย ๆ” ยายต๊ะเล่าข้ามรายละเอียดเรื่องตัวเลขรายได้ไปอย่างขำ ๆ บอกเพียงว่าแต่ละเดือนไม่เท่ากัน

“ยายเข้าสวนเก็บผักก็ถ่ายคลิปไว้ วันหนึ่งก็เข้าสวนไม่ได้ไปไหน ดีอย่างยูทิวบ์เราถ่ายได้โหลดได้ เวลาเรากินก็ถ่ายได้ ได้เงินต่างหาก มันดีจริง ๆ นะสำหรับคนเก่งจริง ๆ สำหรับยายพอใจทำได้แค่นี้ จะว่าถือเป็นอาชีพก็ได้นะ”

จาก “เอฟซี” สู่ “เพื่อน”

ก่อนเริ่มชีวิตใหม่กับสามีชาวเยอรมัน ยายต๊ะเคยผ่านชีวิตแต่งงานกับสามีชาวไทย และมีลูกสาวด้วยกันคนหนึ่ง

ตอนเด็ก ๆ เธอและพี่น้องรวมสามคนล้วนขี้อาย เธอเล่า ยายต๊ะเองไม่เคยมีเพื่อนสนิท แม้มาอยู่เยอรมนีนานถึงสิบปีก็ยังไม่เคยมีเพื่อน แต่หลังจากคนได้เห็นวิดีโอที่เธอโพสต์ทั้งทางเฟซบุ๊กและยูทิวบ์ ความอายกลายเป็นส่วนเกินในชีวิตไปแล้ว

“เขาจะบอกว่ายายต๊ะใช่ไหม บางทีก็ได้ยินเสียง สวัสดีจ้ะมาแล้วจ้ะ ก็รู้สึกบอกไม่ถูกว่า เรามาถึงขนาดนี้แล้วเหรอ คนไม่เคยไปไหนมาไหน ก่อนยายมาเยอรมันเป็นแม่ค้าขายขนมหวาน (ออก) จากบ้านก็ไปตลาดเท่านั้น อยู่แต่ตรงนั้นไม่ได้ออกไปไหน”

ทุกวันนี้ยายต๊ะ “ไม่เคยเหงา เราทำให้ทุกข์ก็ทุกข์ ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเอง”

youtube
youtube
youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...