โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

5 วิธีหยุดอาการแพนิคที่โจมตีเรา

INN News

เผยแพร่ 02 มิ.ย. 2564 เวลา 07.47 น. • INN News

          อาการตื่นตระหนก หรือ แพนิค (Panic) นั้นสามารถเกิดขึ้นได้ แล้วเราจะทำยังไงดีหากอาการตื่นตระหนกนั้นเกิดขึ้นอย่างกระทันหัน เราจะรับมืออย่างไรเมื่อความตื่นตระหนกเข้ามาโจมตีเรา วันนี้มี 5 วิธีหยุดอาการแพนิค ที่รู้ไว้เป็นประโยชน์กับตัวเองและคนรอบข้างแน่นอน 

          ก่อนอื่นมาพูดถึงอาการ แพนิค กันเล็กน้อย แพนิค นั้นเราอาจจะคุ้นชินกันเวลาอ่านข่าวแล้วรู้สึกแพนิค รู้สึกกลัว แต่รู้ไหมว่ามีบางคนที่เวลาเกิดเรื่องอะไรกระทันหันก็จะเสียขวัญ โดนอาการแพนิคโจมตีอย่างรุนแรง บางคนมีอาการหายใจลำบาก  เหงื่อจะออก รู้สึกกลัว หากเราหรือคนรอบตัวเจออาการแบบนี้ลองทำตามวิธีนี้ดู 

          1.หายใจลึกๆ 

          เมื่อเกิดอาการแพนิค ให้หายใจเข้าลึกๆ จะช่วยลดอาการตื่นตระหนกได้ พยายามตั้งสติ โฟกัสไปที่การหายใจเข้า-ออก แบบช้าๆ ค่อยๆ ทำแบบนี้จะช่วยให้เรารู้ตัวเองว่ากำลังเกิดอาการตื่นตระหนกและช่วยให้เราควบคุมมันได้มากขึ้น

          2.หลับตา

          อาจจะเป็นไปได้ว่าเราเห็นอะไรบางอย่างแล้วมันทำให้เกิดอาการแพนิค หากเจอแบบนี้ให้หลับตา เพื่อป้องกันและลดการรับรู้ต่อสิ่งที่ทำให้เกิดอาการแพนิคได้อีกด้วย 

          3.มองโฟกัสไปทีละอย่าง

          หากหลับตาแล้วกลัวคิดอะไรมากกว่าเดิม ลองจ้องไปที่วัตถุหรืออะไรสักอย่าง อาจจะมองคนที่อยู่ตรงหน้าเราก็ได้ สายตาที่โฟกัสอะไรบางอย่างจะช่วยให้เรามีสติมากขึ้น 

          4.ดมกลิ่น

          ยาดมหรือน้ำมันหอมระเหยเป็นสิ่งที่ควรมีติดกระเป๋าไว้ เมื่อเกิดอาการตื่นตกใจ การดมกลิ่น เช่น กลิ่นลาเวนเดอร์ นั้นจะช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น ยังมีกลิ่นหอมของดอกไม้ต่างๆที่สามารถช่วยทำให้คุณผ่อนคลายได้อีกด้วย ว่าแต่จะมีดอกไม้แบบไหนบ้าง ไปอ่านได้เลยที่นี่ กลิ่นของดอกไม้ที่ทำให้คุณผ่อนคลาย

          5.พูดอะไรซ้ำๆ

          การบอกตัวเองว่า ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ซ้ำๆจะช่วยให้เราสงบสติอารมณ์ได้ เช่นเดียวกับการ สวดมนต์ซ้ำๆ ก็ช่วยให้เราได้สติเช่นกัน 

          เวลาเกิดอาการแพนิค สิ่งสำคัญที่สุดคือเรียกสติตัวเองกลับมา ใครมีวิธีเรียกสติยังไงกันบ้าง บอกกันไว้หน่อยเพื่อเป็นประโยชน์กับคนที่เข้ามาอ่าน หากชอบก็อย่าลืมติดตามบทความแบบนี้ได้ที่ INN Lifestyle

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

ขอขอบคุณข้อมูล

healthline 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...