โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

TIDLOR เปิดเทรดวันแรก 53.50 บาท จาก IPO ที่ 36.50 บาท

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 10 พ.ค. 2564 เวลา 08.13 น. • เผยแพร่ 10 พ.ค. 2564 เวลา 08.13 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 10 พ.ค. - หุ้น TIDLOR เปิดเทรดวันแรกที่ 53.50 บาท เพิ่มขึ้น 17 บาท (+46.58%) จากราคาขาย IPO ที่ 36.50 บาท/หุ้น

นายภากร ปีตธวัชชัยกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยินดีต้อนรับ บมจ. เงินติดล้อ เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในกลุ่มอุตสาหกรรมธุรกิจการเงิน หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “TIDLOR” ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2564   

TIDLOR เป็นบริษัทในกลุ่มธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ที่ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับดูแลโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ประเภทสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน (สินเชื่อจำนำทะเบียน) ภายใต้ชื่อ “เงินติดล้อ” แบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามายาวนานกว่า 40 ปี  นอกจากนี้ TIDLOR มีธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด เป็น 1 ใน 3 อันดับแรกของธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยที่จำหน่ายแก่ลูกค้ารายย่อย ด้วยผลิตภัณฑ์สินเชื่อจำนำทะเบียนที่หลากหลาย ครบวงจร และช่องทางการขายและบริการที่ครอบคลุมทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ณ ธ.ค. 2563 มี 1,076 สาขา ครอบคลุม 74 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ารายย่อยในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการประกอบอาชีพและเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำรงชีพ  

นายปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)เปิดเผยว่า การเสนอขายหุ้น IPO ของเงินติดล้อในครั้งนี้นับเป็นหุ้น IPO ที่มีมูลค่าเสนอขายสูงที่สุดในหมวดธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ และยังนับเป็นหุ้น IPO ที่มีมูลค่าการเสนอขายสูงที่สุด 5 ลำดับแรกในประวัติศาสตร์ตลาดทุนไทย โดยมีมูลค่าเสนอขายรวม 38,089 ล้านบาท (รวมการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน) และมีมูลค่าหลักทรัพย์ (Market Capitalization) ณ ราคา IPO ที่ประมาณ 84,643 ล้านบาท พร้อมด้วยกระแสตอบรับที่ดีจากทั้งนักลงทุนสถาบันชั้นนำทั่วโลก และนักลงทุนรายย่อยในประเทศที่ให้ความสนใจลงทุนอย่างท่วมท้นและมีมูลค่าความต้องการลงทุนในหุ้น TIDLOR รวมกันสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และศักยภาพในการการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในอนาคตของเงินติดล้อ

ทั้งนี้ ภายหลังจากเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) บริษัทตั้งเป้ารายได้ในระยะ 3 ปี (2564 -2566) ต่อจากนี้จะสามารถเติบโตได้ 15 - 20% ต่อปี และจะมีสาขาเพิ่มขึ้นปีละ 120-150 สาขา ด้วยงบลงทุน 400,000-700,000 บาทต่อสาขา ซึ่งจะทำให้มีสาขารวมเพิ่มเป็นไม่ต่ำกว่า 1,500 สาขาภายในปี 66 จากปัจจุบันที่มีสาขาอยู่ทั้งหมดราว 1,100 สาขา ขณะเดียวกันบริษัทยังมีเครือข่ายที่ที่เป็นพันธมิตรผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศอีกมากกว่า 5,000 รายด้วย

อย่างไรก็ดี บริษัทจะยังคงเน้นการเติบโตในประเทศเป็นหลัก เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนอยู่ที่เพียง 4-5% ของตลาดเท่านั้น จึงมีโอกาสในการจะเติบโตอีกมาก โดยบริษัทมีโครงสร้างของธุรกิจที่มีเครือข่ายปล่อยสินเชื่อรายย่อยตามพื้นที่ต่างๆ จะเป็นอีกกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มส่วนแบ่งตลาดของบริษัทได้ ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจที่มีความเสี่ยงในปัจจุบันส่งผลให้การปล่อยสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันยากขึ้น ส่งผลให้ลูกค้าหันมาใช้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมงบลงทุนไว้อีกราว 270 ล้านบาท เพื่อที่จะพัฒนาระบบ IT เพื่อที่จะสร้างแพลตฟอร์มนายหน้าประกันภัยให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น และสร้างการรับรู้ให้กลุ่มเป้าหมายทราบ TIDLOR มีธุรกิจกิจนายหน้าประกันภัยอยู่ด้วย ซึ่งในของธุรกิจนายหน้าประกันภัยยังคงมองว่ามีโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วย . – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...