โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

ทำยังไง เมื่อลูกชอบโทษคนอื่นแต่ไม่เคยโทษตัวเอง

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 08 ก.ย 2564 เวลา 15.31 น. • Features

ทำไม ลูกชอบโทษคนอื่น คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจเคยนึกสงสัยว่าลูกไปเอาความคิดหรือนิสัยไม่ยอมรับผิด หนำซ้ำยังชอบโทษว่าเป็นความผิดของคนอื่นมาจากไหน“หนูไม่ได้ทำ น้องทำต่างหาก!”“หนูทำแก้วแตก ก็เพราะน้องมายืนขวาง”แม้บางครั้งจะเห็นได้ชัดว่าเป็นความผิดพลาดของลูกเอง แต่พอเห็นลูกบ่ายเบี่ยงและโยนความผิดให้คนอื่นแล้ว ก็ไม่รู้ว่าควรจะรับมือกับพฤติกรรมนี้อย่างไรดีความจริงแล้วการนึกโทษว่าเป็นความผิดของคนอื่นก่อนตัวเอง อาจเป็นหนึ่งในกลไกการปกป้องตัวเองที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่การยอมรับผิดต่างหากที่ต้องใช้ความกล้าหาญและการรับผิดชอบ ที่มาจากการเลี้ยงดูและปลูกฝังอย่างถูกต้องแล้วคุณพ่อคุณแม่ควรทำอย่างไรเมื่อลูกชอบโทษคนอื่นและไม่ยอมรับความผิดของตัวเอง เรามีคำตอบ1. คุณพ่อคุณแม่ต้องใจเย็นและมีท่าทีที่สงบ

เมื่อลูกทำอะไรผิดพลาด ท่าทีของคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้น สิ่งแรกที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำคือใจเย็น ไม่โวยวาย ไม่ใจร้อนหรือแสดงอารมณ์ที่ทำให้ลูกตกใจกลัวสิ่งที่ควรทำคือพูดกับลูกด้วยท่าทีที่สงบ ใจเย็น และมีเหตุผล เพราะท่าทีที่สงบของคุณพ่อคุณแม่จะช่วยให้ลูกไม่ตื่นตกใจ จนต้องรีบปัดความผิดให้พ้นตัว และไม่จำเป็นต้องใช้กลไกป้องกันตัวเองด้วยการโทษคนอื่น แต่จะทำให้ลูกมีความกล้าหาญที่จะยอมรับและแก้ไขความผิดของตัวเองมากขึ้น2. ใช้ความเข้าใจแทนการต่อว่า

บางครั้งการกล่าวโทษคนอื่น เป็นเพราะลูกไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่ผิดหวังเสียใจในตัวเขา และต้องการปัดความรู้สึกผิดพลาดของตัวเองออกไป คุณพ่อคุณแม่จึงควรใช้ความเข้าใจในการพูดคุยกับลูก ไม่กล่าวโทษหรือขยายความผิดพลาด แล้วยัดเยียดว่าความผิดนั้นเป็นของลูกแต่เพียงผู้เดียวยกตัวอย่าง ลูกทำของเล่นราคาแพงเสียหาย แล้วโทษว่าเป็นความผิดของน้อง แทนที่คุณพ่อคุณแม่จะต่อว่าลูกทันที ก็ให้เปลี่ยนเป็นพูดกับลูกด้วยความเข้าใจแทน เช่น แม่เข้าใจว่าลูกเสียใจที่ของเล่นพัง และคิดว่าน้องก็คงจะเสียใจเหมือนกัน และลูกจะเสียใจมากแค่ไหนก็ได้ แต่ลูกไม่ควรตะโกนหรือตีน้องนะคะ3. เป็นแบบอย่างของการแสดงความรับผิดชอบ

คุณพ่อคุณแม่เป็นต้นแบบสำคัญที่จะทำให้ลูกกล้ายอมรับความผิด และรู้จักรับผิดชอบความผิดพลาดของตัวเอง ถ้าคุณพ่อคุณแม่แสดงให้ลูกเห็นว่า การทำผิดพลาดแล้วยอมรับและหาทางแก้ไข เป็นเรื่องที่ทุกคนควรทำ ไม่ซ้ำเติมความผิดของคนอื่นให้ลูกเห็น ไม่ทำให้ลูกรู้สึกว่าการทำผิดพลาดเป็นเรื่องน่ากลัวและจะได้รับโทษหนักเกินไป ก็จะช่วยให้ลูกไม่ต้องหาทางปกป้องตัวเองด้วยการโทษคนอื่น และกล้ายอมรับความผิดเพื่อแก้ไขด้วยตัวเองได้4. สอนให้ลูกรู้จักเยียวยาจิตใจผู้อื่น

หลายครั้งที่ลูกทำผิดพลาดแล้วโทษว่าเป็นความผิดของคนอื่น คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรปล่อยผ่าน เพราะจะยิ่งทำให้ลูกเลือกใช้วิธีนี้ปัดความรับผิดชอบให้พ้นตัวบ่อยๆ นอกจากจะสร้างนิสัยที่ไม่ดีให้ลูกแล้วยังทำให้ความสัมพันธ์ของลูกกับคนที่ถูกกล่าวหาสั่นคลอนได้ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรพูดคุยกับลูก ให้ลูกรู้จักเยียวยาจิตใจและรักษาความรู้สึกของคนที่ได้รับผลกระทบ เช่น “แม่รู้ว่าลูกเสียใจที่ของเล่นเสียหาย แต่การที่ลูกบอกว่าเป็นความของน้อง ก็ทำให้น้องรู้สึกเสียใจมากเช่นกัน แล้วเราจะทำยังไงให้น้องรู้สึกขึ้นดีนะ…”การพูดคุยชักชวนให้เขาได้คิดตามถึงความรู้สึกของผู้อื่น นอกจากจะทำให้ลูกเกิดความเข้าอกเข้าใจคนอื่น ก็จะช่วยให้ลูกอยากรับผิดชอบการกระทำของตัวเองและไม่เลือกใช้วิธีโทษคนอื่นอีกต่อไป5. สร้างครอบครัวที่ไร้การตำหนิ

หากครอบครัวเราเต็มไปด้วยการตำหนิหรือกล่าวว่าโทษกันตลอดเวลา ไม่ว่าใครจะทำอะไรผิดพลาดเล็กน้อยขนาดไหน ก็ต้องตอกย้ำและตำหนิให้รู้สึกแย่บ่อยๆ สังคมแบบนี้ทำให้ลูกมีแนวโน้มที่จะเป็นเด็กชอบโทษคนอื่น เพราะไม่อยากเป็นคนที่ถูกตำหนิและต่อว่าดังนั้น แทนที่ทุกคนในครอบครัวจะเอาจริงเอาจังกับการหาคนผิดมาตำหนิหรือลงโทษ ลองเปลี่ยนเป็นการหาสาเหตุเพื่อให้ความช่วยเหลือ หรือหาทางแก้ปัญหาร่วมกัน นอกจากจะทำให้ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวเต็มไปด้วยความรู้สึกปลอดภัย จะทำให้ลูกเป็นเด็กที่กล้ายอมรับความผิด ไม่โทษคนอื่น และกล้าที่จะของความช่วยเหลือเพื่อแก้ไขความผิดพลาดของตัวเองต่อไปอ้างอิงahaparentingscholasticempoweringparents

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...