โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นวัตกรรม “ระบบติดตามการเต้นหัวใจแบบทางไกล”(Remote Heart Rhythmmonitoring) สะดวก รวดเร็ว เพียงแค่ปลายนิ้ว

ADVERTORIAL

เผยแพร่ 08 มี.ค. 2564 เวลา 17.00 น. • Ramkhamhaeng Hospital
นวัตกรรม “ระบบติดตามการเต้นหัวใจแบบทางไกล” (Remote Heart Rhythmmonitoring) สะดวก รวดเร็ว เพียงแค่ปลายนิ้ว

หัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นปัญหาที่พบบ่อย บางชนิดไม่ก่อให้เกิดอาการใดๆ บางชนิดเป็นแล้วแค่รำคาญ แต่บางชนิดอาจรุนแรงถึงขั้นทำให้หัวใจล้มเหลว หมดสติหรือเสียชีวิตเฉียบพลันก็ได้

หัวใจสำคัญของการดูแลผู้ป่วยหัวใจเต้นผิดจังหวะคือต้องวินิจฉัยให้ได้ว่าอาการที่ผู้ป่วยรู้สึกนั้นเกิดจากหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือไม่ ถ้าใช่เป็นชนิดใด รุนแรงหรือไม่ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ของผู้ป่วยขณะที่มีอาการพอดี นั่นหมายความว่าเมื่อผู้ป่วยมีอาการต้องพยายามพาตัวเองมาให้ถึงโรงพยาบาลให้ได้เพื่อทำการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจแต่ผู้ป่วยบางรายบ้านอยู่ไกล รถติด ไม่มีคนพามา เดินทางมาไม่ทันเมื่อมาถึงโรงพยาบาลหัวใจเต้นผิดจังหวะก็หายแล้วแพทย์ก็จะไม่สามารถตรวจพบความผิดปกตินั้นได้ในบางรายอาการเป็นมากมาโรงพยาบาลไม่ไหว รอจนอาการหายแล้วจึงมาโรงพยาบาล ก็ตรวจไม่พบความผิดปกติเช่นกัน บางรายแพทย์สั่งให้ติดเครื่องติดตามการเต้นของหัวใจแบบต่อเนื่อง 24-48 ชั่วโมง (Holter) แบบที่เรียกว่าตั้งท่าจับผู้ร้ายกันเลย แต่โชคอาจไม่ดีหัวใจเต้นเป็นปกติขณะติดเครื่อง แต่กลับมีอาการหลังถอดเครื่อง

ปัญหาต่างๆเหล่านี้นอกจากจะทำให้การวินิจฉัยหัวใจเต้นผิดจังหวะล่าช้าก่อให้เกิดความกังวลแก่ผู้ป่วย เสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายมากแล้วยังอาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยด้วยถ้าวินิจฉัยได้ช้าเกินไป เช่นผู้ป่วยที่เป็นลมหมดสติจากหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง ถ้าวินิจฉัยล่าช้า คราวหน้าถ้าหมดสติอีกอาจบาดเจ็บรุนแรงหรือเสียชีวิตได้ ดังนั้นการวินิจฉัยให้เร็วจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก

ซึ่งปัญหาต่างๆเหล่านี้จะทุเลาหรือหมดไปด้วยเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบพกพา ซึ่งอาจเป็นแบบบันทึกเฉพาะเหตุการณ์(event recorder)คือบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจเฉพาะเวลาที่มีอาการ หรือแบบบันทึกต่อเนื่องแบบวนรอบ(loop recorder)คือบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบต่อเนื่องไปเรื่อยๆจนครบรอบเวลาเช่น 5 นาทีถ้าไม่มีความผิดปกติเกิดขึ้นเครื่องก็จะบันทึกข้อมูลใหม่ทับข้อมูลเดิมไปเรื่อยๆจนกว่าจะพบความผิดปกติหรือผู้ป่วยเกิดอาการขึ้นแล้วกดปุ่มสั่งให้บันทึกข้อมูลไว้

เครื่องบันทึกการเต้นของหัวใจแบบพกพาในปัจจุบันมีการพัฒนาไปมาก มีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดก็ตาม อุปกรณ์ที่ดีจะต้องมีลักษณะเบา พกพาสะดวก สามารถเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ตเพื่อจัดเก็บข้อมูลไว้ในระบบคลาวด์ (cloud storage)ได้ สิ่งสำคัญคือผู้ป่วยจะต้องเลือกอุปกรณ์ให้ดี มีความถูกต้องแม่นยำตามมาตรฐานทางการแพทย์และที่สำคัญต้องเหมาะกับโรคกับโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เป็นอยู่ ซึ่งแพทย์ผู้ดูแลจะช่วยให้คำแนะนำได้

เนื่องจากในปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมากประกอบกับมีการให้บริการอินเตอร์เน็ตอย่างกว้างขวาง ส่งผลให้การแพทย์ทางไกลหรือโทรเวชกรรม (Telemedicine) ได้เข้ามามีบทบาทในการดูแลรักษาผู้ป่วยมากขึ้นทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทย ความก้าวหน้านี้ส่งผลให้การดูแลผู้ป่วยหัวใจเต้นผิดจังหวะมีความก้าวหน้ามากขึ้นด้วยเช่นกัน เกิดระบบติดตามการเต้นของหัวใจแบบทางไกลขึ้น (Remote heart Rhythmmonitoring) ซึ่งระบบนี้จะช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยและวางแผนการรักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยผู้ป่วยไม่ต้องมาโรงพยาบาล

ระบบนี้ทำงานโดยเริ่มจากผู้ป่วยใช้เครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบพกพา บันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจของของตัวเองขณะที่มีอาการหรือเมื่อต้องการ แต่แทนที่จะต้องนำข้อมูลนี้ไปส่งให้แพทย์ที่โรงพยาบาลข้อมูลที่ได้จะถูกส่งไปเก็บไว้ในระบบคลาวด์ โดยอาศัยการเชื่อมต่อผ่านโมบายแอปพลิเคชัน (Mobile Application) ซึ่งติดตั้งไว้ก่อนแล้วในมือถือของผู้ป่วยเองแพทย์จะสามารถเข้าไปดูข้อมูลที่จัดเก็บไว้บนระบบคลาวด์ได้ในทุกที่ทุกเวลา ทำให้แพทย์สามารถให้การวินิจฉัยโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะได้เร็วโดยที่ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องมาโรงพยาบาล นอกจากนี้บนคลาวด์จะมีระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence, AI)ที่จะช่วยแยกแยะคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่ถูกส่งมาจากผู้ป่วยว่าปกติหรือไม่ ถ้าผิดปกติเป็นชนิดเล็กน้อยหรือรุนแรง ถ้าระบบตรวจสอบแล้วว่าเป็นความผิดปกติขั้นรุนแรง ก็จะแจ้งเตือนมาที่แพทย์ผ่านโทรศัพท์มือถือ email หรือ ช่องทางอื่นๆที่กำหนดไว้ ถ้าคลื่นไฟฟ้าหัวใจนั้นปกติหรือผิดปกติเพียงเล็กน้อย ระบบก็จะเก็บข้อมูลไว้แล้วรอให้แพทย์มาอ่านภายหลัง ด้วยความก้าวหน้าต่างๆเหล่านี้ทำให้การวินิจฉัยและการรักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะมีประสิทธิภาพมากขึ้นและที่สำคัญสะดวกสบายมากขึ้นลดภาระในการเดินทางมาโรงพยาบาลของผู้ป่วยได้อย่างมากโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการระบาดของไวรัส Covid-19

กลุ่มผู้ป่วยที่จะได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่นี้

1. ผู้ป่วยหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เป็นไม่บ่อย เป็นช่วงเวลาสั้นๆ หรือเป็นลมหมดสติ ซึ่งไม่สามารถตรวจพบหัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยวิธีตรวจอื่นๆเช่นการตรวจ EKG หรือเครื่องบันทึกการเต้นของหัวใจต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง

2. ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะหัวใจห้องบนเต้นพลิ้ว (Atrial Fibrillation, AF) เช่น ในผู้สูงอายุ

3. ผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองอุดตันที่ไม่ทราบสาเหตุ คนไข้กลุ่มนี้จำนวนหนึ่งมีสาเหตุเกิดจากหัวใจเต้นผิดพลิ้ว แต่ไม่สามารถตรวจพบได้ในระยะแรก ทำให้ไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมจึงอาจเกิดหลอดเลือดสมองอุดตันซ้ำใหม่ได้

4. ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รักษาโรคหัวใจชนิดฝัง ผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้แก่ผู้ป่วยที่ได้รับการใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ เครื่องกระตุกหัวใจ ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องมารับการตรวจเช็คการทำงานของเครื่องที่โรงพยาบาลทุก 3-6เดือน

5. ผู้ป่วยที่เป็นลมหมดสติที่สงสัยว่าจะเกิดจากหัวใจเต้นผิดจังหวะ เราสามารถหาสาเหตุของการเป็นลมหมดสติได้โดยติดเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบวนรอบ (Loop Recorder) ทั้งที่แบบติดที่หน้าอกหรือชนิดฝังใต้ผิวหนัง เมื่อผู้ป่วยมีอาการเกิดขึ้น เครื่องจะบันทึกสัญญาณการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติให้โดยอัตโนมัติ จะทำให้แพทย์วินิจฉัยและรักษาอาการเป็นลมได้ถูกต้อง

การติดตามการเต้นของหัวใจแบบทางไกล แพทย์จะเป็นผู้เลือกอุปกรณ์การตรวจให้เหมาะกับโรคของผู้ป่วยแต่ละราย ระบบนี้จะมาช่วยเสริมทำให้แพทย์สามารถดูแลผู้ป่วยหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ดีขึ้น สะดวกขึ้น มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และช่วยลดการเดินทางมาโรงพยาบาลของผู้ป่วย

แผนกหัวใจเต้นผิดจังหวะ รพ.รามคำแหง

https://www.ram-hosp.co.th/readcenter_clinic/10

สายด่วนสุขภาพโทร 0 2743 9999 ต่อ 2999

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...