โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มีวันนี้เพราะแมวให้! “ซ่งเซี่ยวจง” รัชทายาทผู้ได้บัลลังก์เพราะน้องเหมียว!

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 18 ม.ค. เวลา 07.43 น. • เผยแพร่ 18 ม.ค. เวลา 07.30 น.

ปกติแล้วกษัตริย์จะเป็นผู้คัดเลือกรัชทายาทหรือผู้สืบบัลลังก์ แต่ “ซ่งเซี่ยวจง” กลับแตกต่าง เพราะเขาเป็นจักรพรรดิที่ได้รับการคัดเลือกจากแมว!

ซ่งเซี่ยวจงและแมวเหมียว

หลังจากราชวงศ์ซ่งปกครองแผ่นดินจีนอย่างสงบสุขมานาน เมื่อเข้าสู่ปลายรัชสมัยของ“พระเจ้าซ่งฮุ่ยจง”(ค.ศ. 1100-1126) ความระส่ำระสายก็เกิดขึ้น เมื่อ “ชนเผ่าหนี่ว์เจิน” หรืออาณาจักรจินเข้ามารุกราน

ชนเผ่าหนี่ว์เจิน เป็นชนเผ่าที่เคยอยู่ภายใต้อำนาจของแคว้นเหลียว ซึ่งมีอิทธิพลเหมือนกับราชวงศ์ซ่งขณะนั้น แต่เนื่องจากการถูกกดขี่ ไม่ว่าจะเป็นถูกแย่งพื้นที่ทำกิน หรือการต้องส่งเครื่องราชบรรณาการ ทำให้ชนเผ่าหนี่ว์เจินไม่พอใจและคิดก่อกบฏ

พวกเขาไปขอความช่วยเหลือจากราชวงศ์ซ่ง จนชนเผ่าหนี่ว์เจินสามารถเอาชนะแคว้นเหลียว และก่อตั้งเป็นอาณาจักรจิน แต่แล้วการช่วยเหลือดังกล่าวก็เหมือนยื่นหอกให้ศัตรู เพราะต่อมาอาณาจักรจินเริ่มเหิมเกริมขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งยังพยายามรุกรานดินแดนของราชวงศ์ซ่ง ก่อนจะไล่ยึดอาณาบริเวณทางเหนือของราชวงศ์ซ่งได้

เมื่ออาณาจักรจินมีชัยเหนือกว่า ก็จับกุมจักรพรรดิซ่งฮุ่ยจง รวมถึงเจ้านาย ขุนนาง ที่มีความสำคัญไปเป็นเชลยศึก เหลือเพียง “จ้าวโก้ว”(ต่อมาเป็น “จักรพรรดิซ่งเกาจง”) เนื่องจากขณะที่จ้าวโก้วกลายเป็นตัวประกันเพื่อต่อรองที่ค่ายทหารอาณาจักรจิน พวกทหารกลับคิดว่านี่คือตัวปลอม ทำให้จ้าวโก้วถูกทิ้งไว้ข้างทาง

ความโชคดีนี้เอง ทำให้จ้าวโก้วกลายมาเป็น “ซ่งเกาจง” ฮ่องเต้ของราชวงศ์ซ่งใต้ ในเวลาต่อมา

ทว่าความโชคดีกลับแฝงด้วยโชคร้าย แม้ว่าพระองค์จะทรงรอดชีวิตจากเหตุการณ์เลวร้ายต่าง ๆ นานา แต่ก็ส่งผลให้ร่างกายและจิตใจของพระองค์ไม่แข็งแรงนัก ทำให้เมื่อเถลิงอำนาจขึ้นมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง กลับไม่มีวี่แววว่าจะมีบุตร

เมื่อเป็นเช่นนี้ ซ่งเกาจงจึงต้องหาสายเลือดในราชวงศ์เดียวกันมาสืบทอด เคราะห์ดีที่ยังหลงเหลือสายเลือดเชื้อพระวงศ์ของ “ไท่จูฮ่องเต้” สายเลือดรองของราชวงศ์ซ่งที่ยังมีชีวิตอยู่

พระองค์มีพระราชดำริคัดเลือกเด็กอายุ 2-3 ขวบเหล่านั้นเข้ามายังพระราชวัง แต่คุณสมบัติ รูปลักษณ์ และหน้าตายังไม่สามารถทำให้จักรพรรดิซ่งเกาจงพอพระทัยได้ ท้ายสุดจึงมีพระบรมราชโองการส่งเด็กเหล่านั้นกลับบ้าน

ผ่านไปหนึ่งปี จักรพรรดิซ่งเกาจงก็ยังไม่ละความพยายามในการหารัชทายาท พระองค์มีพระบรมราชโองการออกไปอีกครั้งว่าให้ตามหาเด็กที่มีเชื้อพระวงศ์ โดยเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการคัดเลือกเล็กน้อย ได้แก่ คัดเลือกลูกหลานราชวงศ์ที่อายุไม่เกิน 7 ขวบ และอยู่ในรุ่นอักษร “โป๋”

และแล้วก็ได้เด็กชายตรงคุณสมบัติมา 2 คน คือ “โป๋เฮ่า” และ “โป๋ฉง”

เมื่อทั้งสองปรากฏตัวต่อหน้าพระพักตร์ จักรพรรดิซ่งเกาจงทรงชื่นชอบ “โป๋ฉง” มากกว่า เนื่องจากรูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ แต่ขณะที่กำลังจะมีรับสั่งให้ “โป๋เฮ่า” กลับบ้าน พระองค์ก็วาบความคิดบางอย่างขึ้นมา ทรงพิจารณาเด็กน้อยทั้งสองเพิ่มเติมอีกหน่อย โดยให้ทั้งคู่ไปยืนกอดอก เพื่อจะได้ทรงสังเกตอย่างละเอียด

ทันใดนั้นก็มีเจ้าแมวตัวหนึ่งเดินผ่านมา และเพราะเหตุผลใดไม่ทราบ “โป๋ฉง” ผู้ได้รับความชื่นชอบจากจักรพรรดิ ก็ยกเท้าเตะแมวไป 1 ที เมื่อจักรพรรดิซ่งเกาจงเห็นเช่นนั้น ก็ตรัสออกมาอย่างไม่พอพระทัยว่า

“แมวตัวนี้เดินมาของมันอยู่ดี ๆ ทำไมต้องไปเตะมันด้วย? พฤติกรรมหยาบกระด้างเช่นนี้ ต่อไปจะแบกรับหน้าที่สำคัญของแผ่นดินได้อย่างไร?”

ความไม่พอพระทัยจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ “โป๋ฉง” ผู้มีแววจะได้เลื่อนขั้นเป็นรัชทายาท ต้องหิ้วกระเป๋ากลับบ้านคอตก พร้อมกับเงิน 300 ตำลึงทอง

ท้ายที่สุด “โป๋เฮ่า” จึงได้รับเลือกเป็นรัชทายาทองค์ต่อไปของราชวงศ์ซ่งใต้ ก่อนขึ้นครองราชย์ในค.ศ. 1162 และได้ชื่อพระราชทานว่าจักรพรรดิ “ซ่งเซี่ยวจง”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

หู ชวน อัน. ย้อนรอยโฮ่ง ตามรอยเหมียว. แปลโดย อารยา เทพสถิตย์ศิลป์. กรุงเทพ: มติชน, 2565.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 10 มีนาคม 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มีวันนี้เพราะแมวให้! “ซ่งเซี่ยวจง” รัชทายาทผู้ได้บัลลังก์เพราะน้องเหมียว!

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...