‘วันมาฆบูชา 2566’ ทำไมตรงกับเดือน 4 ไม่ใช่เดือน 3
หลายคนเปิดปฏิทินแล้วอาจนึกสงสัย ที่ปีนี้ ‘มาฆบูชา’ ตรงกับวันที่ 6 มีนาคม แต่ทว่าเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ไม่ใช่เดือน 3 อย่างที่คุ้นเคยของชาวพุทธ
เรื่องนี้มีคำตอบเป็นเพราะการกำหนด วันมาฆบูชา ตามปฏิทินจันทรคติของไทยนั้นจะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 แต่ถ้าปีใดมีเดือนอธิกมาส คือมีเดือน 8 สองครั้ง วันมาฆบูชาจะเลื่อนไปเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 โดยมักตรงกับเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคมนั่นเอง
[ทบทวนความสำคัญของวันมาฆบูชา]
มาฆบูชา เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เพื่อน้อมระลึกถึงวันที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงธรรม โอวาทปาติโมกข์ แก่พระสงฆ์เป็นครั้งแรก หลังจากพระองค์ตรัสรู้แล้วเวลา 9 เดือน โดยเป็นหลักคำสอนที่สำคัญสำหรับมนุษย์ปุถุชน คือ "ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์"
นอกจากนี้ ยังระลึกถึง 4 เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในวันมาฆบูชา ดังนี้
1. เป็นวันที่ตรงกับวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 พระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์
2. มีพระสงฆ์จำนวน 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ เพื่อสักการะองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
3. พระสงฆ์ที่มาประชุมทั้งหมดล้วนแต่เป็นพระอรหันต์ ผู้ได้อภิญญา 6
4. พระสงฆ์ทั้งหมดได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าา หรือ เอหิภิกขุอุปสัมปทา
ดังนั้นวันมาฆบูชา จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าวันจาตุรงคสันนิบาต โดย 'จาตุร' แปลว่า 4, 'องค์' แปลว่า ส่วน และ 'สันนิบาต' แปลว่า ประชุม
[กระทรวงวัฒนธรรมและกทม. จัดงาน ณ ลานคนเมือง]
พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นประดิษฐานบนมณฑปและเวียนเทียนรอบมณฑป เปิดงานประทีปแห่งพระธรรม นำศรัทธา บูชาเพ็ญเดือน 3 ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันมาฆบูชา พุทธศักราช 2566 โดยมีนายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ร่วมพิธี
ทั้งนี้ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม จัดงานในส่วนกลาง ร่วมกับวัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพมหานคร และองค์กรเครือข่ายทางพระพุทธศาสนา ระหว่างวันที่ 4 – 6 มี.ค. 66 ณ ลานคนเมือง และวัดสุทัศนเทพวราราม โดยอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ 99 องค์ ที่กรมการศาสนาได้ขอรับประทานจาก สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มาประดิษฐาน ณ มณฑป บริเวณลานคนเมือง และอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเป็นพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระองค์ของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร วัดบวรนิเวศวิหาร พระสังฆราชองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มาประดิษฐานด้วย เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้เวียนเทียนสักการะบูชา
นอกจากนี้ ภายในงานยังจัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม สำหรับเด็กและเยาวชน ได้แก่ การประกวดบรรยายธรรม การประกวดสุนทรพจน์ การประกวดอาราธนาศาสนพิธี และกิจกรรม “มีเทศน์ มี talk” จากพระธรรมวิทยากรเครือข่ายธรรมะอารมณ์ดี เกมคุณธรรม ตอบปัญหาธรรมะ การแสดงทางศิลปวัฒนธรรมจากศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ชมภาพยนตร์ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม การสาธิตและแสดงผลงานผลิตภัณฑ์จากชุมชน
อ้างอิง : ประวัติความเป็นมา มาฆบูชา