โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทฤษฎี 21 วัน ใช้กับอะไรได้บ้าง?

TOJO NEWS

อัพเดต 15 ก.พ. 2566 เวลา 15.03 น. • เผยแพร่ 15 ก.พ. 2566 เวลา 08.02 น. • Admin_Tojo_Nook

เดือนแห่งความรักแบบนี้หลายคนอาจมีทั้งสมหวังและผิดหวัง สำหรับคำว่าจีบเขา 21 วันแล้วเขาจะตกหลุมรักนั้นสามารถใช้ไห้จริงหรอ? ซึ่งทฤษฎี 21 วัน เป็นทฤษฎีของ Dr. Maxwell Maltz ศัลยแพทย์ชาวอเมริกา ที่หมายถึงเรื่องของการเปลี่ยนนิสัย หรือปรับพฤติกรรมตนเองใหม่ภายใน 21 วัน ซึ่งทฤษฎีนี้ได้กลายเป็นที่รู้จักกันกว้างขวางและได้รับความนิยมไปทั่วโลก เนื่องจากได้มีการนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวัน เช่น 21 วัน ต้องออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก กินอาหารที่มีประโยชน์ รวมถึงทฤษฎี 21 วันกับความรัก โดยเชื่อกันว่าหากจีบคนที่ชอบติดต่อกันเป็นระยะเวลา 21 วัน ความรักนั้นจะสมหวัง

จุดเริ่มต้นของทฤษฎี 21 วัน

ทฤษฎี 21 วัน คือ ทฤษฎีการเปลี่ยนนิสัยหรือเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนใหม่ จากการทำพฤติกรรมนั้นซ้ำ ๆ ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 21 วัน โดยทฤษฎีนี้อยู่ในหนังสือ Psycho-Cybernetics ของ Dr. Maxwell Maltz จุดเริ่มต้นของทฤษฎี 21 วันเกิดจากการสังเกตพฤติกรรมของคนไข้ที่เข้ารับการรักษา เช่น คนไข้จากการศัลยกรรมใบหน้า คนไข้จากอุบัติเหตุ ที่ใช้ระยะเวลา 21 วันในการปรับตัวให้ชินกับการเปลี่ยนแปลง

ด้าน Phillippa Lally นักจิตวิทยาสุขภาพและทีม จากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน ได้ศึกษาและทำการวิจัยจากกลุ่มตัวอย่าง 96 คน ในระยะเวลา 3 เดือน พบว่ากลุ่มตัวอย่างทั้งหมดสามารถเปลี่ยนนิสัยใหม่ได้ แต่ระยะเวลาในการสร้างนิสัยใหม่ของแต่ละคนจะต่างกันออกไป ตั้งแต่ 18 – 254 วัน โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 66 วัน จึงจะถือว่าวสามารถเปลี่ยนแปลงนิสัยหรือพฤติกรรมใหม่ได้อย่างสมบูรณ์

ทฤษฎี 21 วันไม่ได้ถูกหยิบมาเป็นแรงผลักดันเรื่องการเปลี่ยนนิสัยเท่านั้น

สำหรับทฤษฎี 21 วัน ยังได้ถูกนำมาปรับใช้ในเรื่องความรัก หรือการจีบคนที่ชอบ หรือที่ได้ยินกันบ่อยครั้งว่า “เวลาจีบใครให้จีบ 21 วัน” ทำให้หลายคนได้เลือกใช้ทฤษฎีนี้กับคนที่ชอบกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นส่งเพลงรักให้ฟังตลอด 21 วัน ทักแชทเพื่อทำความรู้จักตลอด 21 วัน รวมไปถึงการซื้อขนม หรือของอื่น ๆ เป็นประจำตลอด 21 วัน เพื่อหวังให้อีกฝ่ายรู้สึกคุ้นชิน ผูกพัน จนเกิดเป็นความรักขึ้นมา

ขอบคุณภาพจาก The birds and bees

ทฤษฎีสามเหลี่ยมความรัก

แม้ว่าทฤษฎี 21 วันจะไม่ได้ยืนยันความรักที่สมหวัง ซึ่งทฤษฎีความรักในเชิงจิตวิทยามีหลากหลายขึ้นอยู่กับมุมมอง แต่ถ้าจะพูดถึงทฤษฎีสุดคลาสสิกที่ได้รับการพูดถึงไม่พ้น “ทฤษฎีสามเหลี่ยมความรัก” ที่โรเบิร์ต สเติร์นเบิร์ก อาจารย์จิตวิทยา มหาวิทยาลัยเยล ผู้คิดค้นทฤษฎีนี้ได้ศึกษาเรื่องของความรักในทุกความสัมพันธ์ พบว่าความรักเกิดจาก 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ความสนิทสนม ความหลงไหล และความผูกพัน โดยองค์ประกอบเหล่านี้ไม่มีการแบ่งสัดส่วนที่ชัดเจน เพียงแต่ความรักในครั้งนั้น ๆ จะมี 3 องค์ประกอบนี้ร่วมกันจะถือว่าเป็นรักในอุดมคติหรือรักที่สมบูรณ์แบบ

มุมมองผู้ผิดหวังจากทฤษฎี 21 วัน

สำหรับเดือนกุมภาพันธ์นี้ หรือวันวาเลนไทน์ ที่เป็นเดือนแห่งความรัก แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนที่จะสมหวัง ทางกลับกันหลายคนได้ถูกเลือกให้เป็นผู้ผิดหวังซ้ำ ๆ ทฤษฎี 21 วัน ก็อาจเป็นตัวช่วยเยี่ยมยาหัวใจให้ดีขึ้นได้ โดยอาจเป็นการสร้างนิสัยหรือพฤติกรรมใหม่ที่ดีขึ้น เช่น ฟังเพลงเพื่อเยียวยาหัวใจตลอด 21 วัน ออกกำลังกายติดต่อกัน 21 วันเพื่อให้หายเศร้า หรือกินข้าวคนเดียว 21 วัน เพื่อสร้างนิสัยใหม่ให้คุ้นชิน

ดร.พิมพนิต ให้ความเห็นต่อว่า “การมูฟออน ถ้าพูดถึงในเรื่องพฤติกรรมคือ จะมีพฤติกรรมซ้ำเดิมกับคนเดิม แต่เมื่อคนนั้นไม่อยู่แล้วอาจเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยหลักการเดิมซ้ำ ๆ แต่ทดแทนพฤติกรรมเดิม เช่น เมื่อต้องโทรหาเขา ก็อาจจะโทรศัพท์หาเพื่อนแทน หากทำซ้ำ ๆ อาจช่วยให้ดีขึ้นได้เองตามลำดับ”

ทฤษฎี 21 วันมูฟออนอาจจะใช้ไม่ได้ผลจนต้องมูฟออนเป็นวงกลม หรือบางคนอาจจะใช้เวลานานกว่า 21 วัน เพราะบางครั้งทฤษฎี 21 วันที่ช่วยเปลี่ยนนิสัย ก็อาจจะไม่ได้ช่วยให้เปลี่ยนใจจากคนที่ชอบได้

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม หรือสร้างนิสัยเกิดขึ้นตั้งแต่ 18 – 254 วัน โดยมีค่าเฉลี่ยที่ 66 วัน ดังนั้นเมื่อใช้ทฤษฎี 21 วันกับความรัก บางคนอาจสมหวัง แต่สำหรับบางคนก็อาจจะพบกับความผิดหวัง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าเศร้า เพียงแค่ให้โอกาสตัวเองและพยายามต่อไป บางครั้งอาจเปลี่ยนจากคนที่แปลกหน้ามาเป็นคนรักที่ผูกพันกันในวันที่ 254 ก็ได้เหมือนกัน

เพื่อไม่พลาดข่าวสารดี ๆ จากเรา อย่าลืมกดติดตาม Tojo News

https://today.line.me/th/v2/publisher/102232

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...