โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำความรู้จัก! "เซียร่า-ซาฮาร่า" สี่เท้าแห่งความหวัง

WeR NEWS

เผยแพร่ 15 ก.พ. 2566 เวลา 04.19 น.

ส่งกำลังใจให้กับความน่ารักน่าเอ็นดูของ 2 สุนัขกู้ภัย “เซียร่า และ ซาฮาร่า” สมาชิกทีม USAR Thailand (Urban Search and Rescue Thailand) ที่ได้รับภารกิจเป็นตัวแทนเดินทางไปยังประเทศตุรกี เพื่อร่วมสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวครั้งรุนแรง โดยออกเดินทางจากประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งใน โอกาสสุดท้าย ของการพบผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ เพราะล่าสุดมีผู้เสียชีวิตกว่า 40,000 คนแล้ว

วันนี้ (15 ก.พ.66) เราจะพาไปทำความรู้จักกับสี่เท้าแห่งความหวัง โดย ดร.อลงกต ชูแก้ว (Alongkot Choukaew) ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคม / รองผู้อำนวยการองค์การสุนัขกู้ภัยแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของ เซียร่า และซาฮาร่า เปิดเผยว่า เซียร่า อายุ 7 ปี ส่วน ซาฮาร่า อายุ 6 ปี เป็นสุนัขสายพันธุ์โกลเด้น รีทริฟเวอร์ (Golden Retriever) ตัวเมียทั้งคู่ โดยได้รับการฝึกมาตรฐาน ตามหลักสูตรของ IRO (International Rescue Dog Organisation) หรือ องค์การสุนัขกู้ภัยโลก ซึ่งทั้งคู่คือสุนัขกู้ภัยรุ่นที่ 2 ที่เข้ามาอยู่ในหน่วยงานแล้ว

โดยภารกิจระดับนานาชาติรอบนี้ เซียร่าและซาฮาร่า มุ่งทำ SAR Dog หรือ Search & Rescue ค้นหาผู้ประสบภัย โดยจะแจ้งเตือนให้ผู้ดูแล (handler) ทราบ ในกรณีที่มีการพบ ผู้ประสบภัยที่ยังมีลมหายใจหรือมีชีวิตอยู่ เพื่อให้แจ้งทีมเข้าช่วยเหลือผู้รอดชีวิต ซึ่ง handler ที่ไปครั้งนี้ คือเจ้าของเซียร่าและซาฮาร่า นั่นเอง

ซึ่งเซียร่าและซาฮาร่า เป็นสุนัขกู้ภัยแห่งชาติกลุ่มเดียวที่มีอยู่ในไทย ก่อนหน้านี้ก็เคยทำงานหลายเคสในไทย อีกทั้งร่วมงานกับมูลนิธิกระจกเงาด้วย เพื่อช่วยตามหาคนหาย ทั้งคู่ได้รับการฝึกบ่อยมาก รวมถึงในการฝึกในคอบร้าโกลด์ (Cobra Gold) หรือการฝึกร่วม/ผสมทางการทหาร สุนัขกู้ภัยแห่งชาติกลุ่มนี้ก็ได้ร่วมฝึกมาแล้วด้วย

ส่วนภาพที่เห็น 2 สุนัข K9 นั่งบนเครื่องบินได้อย่างเรียบร้อย แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้ต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมง ดร.อลงกต กล่าวว่า ทั้งคู่เป็นสุนัขที่มีคุณลักษณะพิเศษ คือ เป็นสุนัขที่เชื่อฟังคำสั่งที่สูง อดทนสูงมาก และขับถ่ายเป็นเวลาตามที่กำหนดได้ เช่น เมื่อเราพาไปในห้อง มีแผ่นวางให้ แล้วบอกด้วยคำสั่งที่ฝึกมา เขาจะสามารถปัสสาวะได้เลยเหมือนเด็ก หรือจะบอกเราเมื่อปวดอึ เราก็พาเขาไปขับถ่ายในที่เงียบ ๆ เขาสามารถอึได้

ดังนั้นสำหรับคนที่เป็นห่วงน้องทั้ง 2 ตัวที่ต้องไปทำงานในตุรกีซึ่งอุณหภูมิหนาวเหน็บลงต่ำไปเกือบติดลบนั้น ไม่ต้องเป็นห่วงทั้งคู่ทนและปรับตัวได้อย่างแน่นอน และเราถึงมั่นใจว่าทั้ง 2 ตัวพร้อมสำหรับภารกิจในครั้งนี้

ทั้งนี้ ล่าสุดการปฏิบัติการค้นหาได้สิ้นสุดลงแล้ว.. เรื่องราวของคนกลุ่มหนึ่งจากเมืองไทย ที่ชื่อ USAR Thailand และ สุนัข K9 2 ตัว ได้รับการบันทึกไว้ ถึงความพยายามในการช่วยเหลือทางด้านมนุษย์ธรรม

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...