โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

แบงก์แข่งเดือด “สินเชื่ออีวี” กดดอกเบี้ยต่ำกว่า 2% จับมือค่ายรถชิงผู้นำ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 มี.ค. 2566 เวลา 05.55 น. • เผยแพร่ 25 มี.ค. 2566 เวลา 01.35 น.

ธนาคาร-น็อนแบงก์ เปิดเกมรุกสินเชื่อเช่าซื้อรถอีวี ชี้ลูกค้าคุณภาพดี พาเหรดจับมือค่ายรถจีน-ยุโรป ขยายตลาด แข่งกดดอกเบี้ยต่ำไม่ถึง 2% ทุกค่ายปักธงผู้นำปล่อยสินเชื่ออีวี “กรุงศรี ออโต้” ผนึกพันธมิตร 30 แบรนด์ “กสิกรไทย” ขยับเป้าปล่อยกู้ 5.5 พันล้าน “ทีทีบี-ทิสโก้-KKP” ท้าชิงมาร์เก็ตแชร์ลูกค้าอีวี

กรุงศรี ออโต้ ผนึก 30 แบรนด์

นายคงสิน คงคา ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ”ว่า จากทิศทางตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ที่มีแนวโน้มเติบโตและได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก “กรุงศรี ออโต้” ยังคงขยายการเติบโตต่อเนื่อง และตั้งเป้าเป็นผู้นำตลาดสินเชื่อรถยนต์อีวี โดยคาดว่ายอดขายรถอีวีในปี 2566 จะอยู่ที่ 3 หมื่นคัน ถือเป็นการเติบโต 3 เท่า จากปี 2565

ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการพูดคุยและเจรจากับพันธมิตร ผู้ผลิตรถยนต์และจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มเติม เช่น ผู้ผลิตจากประเทศจีน ที่เข้ามาทำตลาดในไทยค่อนข้างมาก ซึ่งบริษัทจะเข้าไปเจรจาต่อเนื่อง จากปัจจุบันกรุงศรี ออโต้มีพันธมิตรรวมกว่า 30 แบรนด์ เช่น BYD, TESLA หรือ NETA และรถจักรยานยนต์ เช่น Deco, AJ และ SLEEK เป็นต้น ถือเป็นแบรนด์อันดับต้น ๆ อย่างไรก็ดีการร่วมมือจะต้องมีเงื่อนไขร่วมกันภายใต้สแตนดาร์ดการปล่อยสินเชื่อที่สูง

ดบ.ต่ำสุดไม่เกิน 2% ผ่อน 4 ปี

นายคงสินกล่าวว่า คุณภาพสินเชื่อของกลุ่มลูกค้ารถอีวีจะค่อนข้างดีกว่ากลุ่มรถทั่วไป ซึ่งเห็นสัญญาณจากลูกค้ากลุ่มรถยนต์ไฮบริด (Hybrid) ที่คุณภาพดีพอสมควร ทำให้การคิดอัตราดอกเบี้ยรถกลุ่มอีวีจะขึ้นกับโปรไฟล์ของลูกค้า โดยอัตราดอกเบี้ยต่ำสุดจะเริ่มที่ 1.88% ต่อปี ผ่อนไม่เกิน 4 ปี และวางเงินดาวน์ประมาณ 25% ส่วนอัตราดอกเบี้ยสูงสุดเฉลี่ยอยู่ที่ 2-3% ต่อปี โดยบริษัทตั้งเป้าการเติบโตสินเชื่อรถอีวีในปี 2566 อยู่ที่ 4,624 ล้านบาท จากปีก่อนสามารถทำได้ 2,300 ล้านบาท

“เราตั้งเป้าเป็น EV Financial Leader ซึ่งปีนี้เรามองว่ายอดขายรถอีวีและจักรยานยนต์อีวียังคงคึกคัก เห็นหลายแบรนด์ทยอยเปิดตัวรถรุ่นใหม่ และตอนนี้เรามีพันธมิตรกว่า 30 แบรนด์ และยังคงเจรจาต่อเนื่อง เพราะลูกค้ากลุ่มนี้ค่อนข้างดีพอสมควร”

กสิกรขยับเป้าสินเชื่อ

นายธีรชาติ จิรจรัสพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัทสนับสนุนการให้สินเชื่อรถอีวี ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกับแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำ เช่น TESLA, BYD, MG และ Neta รวมถึงมีการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรผู้จัดจำหน่ายรถอีวี ทั้งค่ายยุโรปและค่ายจีนอีกหลายค่ายที่กำลังเตรียมตัวเข้ามาทำตลาดหลังจากปัญหาชิปขาดแคลนเริ่มคลี่คลายลง

จากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ทิศทางเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยในปี 2566 จะเติบโตมากกว่า 3 เท่า หรือมียอดขายแตะ 50,000 คัน และแม้ว่าลูกค้าที่ซื้อรถอีวีส่วนใหญ่จะซื้อรถด้วยเงินสด หรือวางเงินดาวน์สูง แต่ยอดปล่อยสินเชื่อใหม่รถอีวีของลีสซิ่งกสิกรไทยใน 2 เดือนแรกปี 2566 สามารถทำได้สูงกว่าปีที่แล้วทั้งปีที่เกือบ 1.5 พันล้านบาท บริษัทจึงได้ขยับเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อรถไฟฟ้าใหม่ที่ 5,500 ล้านบาท จากเดิมตั้งเป้าไว้ 3,000 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ที่ 30% จากปัจจุบันอยู่ที่ 24%

“เรายังคงเดินหน้านโยบาย Go Green Together และต่อยอดจุดแข็งของธนาคารที่มีเครือข่ายและฐานลูกค้า K PLUS จำนวนมาก โดยลูกค้าซื้อรถอีวีสามารถยื่นขอสินเชื่อด้วยตนเอง และประมวลผลอนุมัติด้วย i-Scoring รวมทั้งยังมีแคมเปญลุ้นไปเที่ยวเป็นคู่ดู Tokyo Motor Show ที่ค่ายญี่ปุ่นต้องงัดมาแข่งขันกับค่ายยุโรปและค่ายจีน”

ทีทีบีชูธงกอดแชร์ 25%

นายชัชฤทธิ์ ตั้งเถกิงเกียรติ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ผลิตภัณฑ์ธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ทีทีบี) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตลาดรถ EV ในปี 2566 ความต้องการซื้อมีเพิ่มขึ้นตามการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น โดยตลาดมีการคาดการณ์ยอดขายแตกต่างกัน เช่น ค่ายญี่ปุ่นอยู่ที่ 3 หมื่นคัน ขณะที่ค่ายจีนประเมินว่าตลาดมีโอกาสเติบโตไปถึง 50,000-100,000 คัน ตามความเข้มข้นของการทำตลาด ซึ่งทีทีบีคาดว่ายอดขายปีนี้น่าจะอยู่ที่ราว 4-5 หมื่นคัน

อย่างไรก็ดี มองว่ายอดขายรถยนต์จะเพิ่มขึ้นตามผู้เล่นรายใหม่ที่เข้ามา ซึ่งปีนี้เห็นสัญญาณผู้ประกอบการหลาย ๆ สัญชาติเข้ามาลงทุนเพิ่มเติม ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ของภาครัฐ ซึ่งมีทั้งส่วนช่วยและที่เป็นภาระที่ผู้ประกอบการต้องพิจารณาการเข้ามาลงทุนในไทย เป็นปัจจัยบวกต่อผู้บริโภคที่จะมีทางเลือกมากขึ้น

โดยทีทีบียังคงตั้งเป้ารักษาส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 25% ของรถอีวี โดยยังคงขยายความร่วมมือกับทั้งพันธมิตรค่ายรถยนต์ 4 รายใหญ่ อย่าง เกรท วอลล์ มอเตอร์ (GWM) วอลโว่ (Volvo) เอ็มจี (MG) และ Neta รวมถึงในส่วนของผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ ซึ่งธนาคารมีขยายความร่วมมือกับค่ายรถใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น และมีการทำโปรแกรมร่วมกัน

รถอีวีต้องวางดาวน์ขั้นต่ำ 20%

นายชัชฤทธิ์กล่าวว่า โดยธนาคารมองว่าลูกค้าซื้อรถ EV ถือเป็นกลุ่มที่มีความพร้อม และเตรียมตัวหาข้อมูลมาระดับหนึ่ง ไม่ได้ซื้อเพราะตามกระแส หรือซื้อเพราะมีแคมเปญ ทำให้คุณภาพลูกค้าและสินเชื่อที่ปล่อยค่อนข้างดี ประกอบกับการอนุมัติสินเชื่อรถ EV ลูกค้าต้องมีเงินดาวน์ 20% ขึ้นไป เนื่องจากตลาดยังไม่สามารถกำหนดราคาขายต่อของรถ EV ได้ เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ Hybrid เพราะต้นทุนแบตเตอรี่ราคาสูง ซึ่งราคาแบตเตอรี่ของรถ EV สูงกว่า 7-8 เท่า ทำให้การไฟแนนซ์ที่จะผ่านจะต้องมีการวางดาวน์

“ขณะที่จะเห็นในตลาดมีการแข่งขันดอกเบี้ยต่ำ 2% ต่อปี ระยะเวลาผ่อน 4-5 ปี แตกต่างรถยนต์ทั่วไปที่ผ่อนกัน 6 ปีขึ้นไป โดยธนาคารพยายามสนับสนุนลูกค้า เช่น การทำแคมเปญช่วยลูกค้าผ่อนค่างวดคนละครึ่ง สูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท ส่วนดอกเบี้ยเนื่องจากเป็นทิศทางขาขึ้น ดังนั้นดอกเบี้ยอาจจะปรับสูงขึ้น อย่างไรก็ดีธนาคารมี Green bond พยายามบริหารจัดการต้นทุนให้เหมาะสม”

ทิสโก้-KKP ร่วมชิงเค้ก

ขณะที่นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทิสโก้มีส่วนแบ่งตลาดสินเชื่อรถ EV ประมาณ 20% ถือว่าสูงกว่าสัดส่วนรถสันดาป (ICE) ที่มีมาร์เก็ตแชร์ประมาณ 5% โดยยอดขายรถยนต์รวม 8 แสนคัน จะเป็นของทิสโก้ราว 4 หมื่นคัน

ขณะที่ทิสโก้มองว่าลูกค้าที่ซื้อรถอีวีจะเป็นการซื้อรถคันที่สอง ซึ่งเป็นลูกค้าที่มีศักยภาพและคุณภาพดี ทำให้อัตราดอกเบี้ยต่ำ และเป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจมาก

นายเตชินท์ ดุลยฤทธิรงค์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร หรือ KKP เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า คุณภาพสินเชื่อลูกค้ากลุ่มรถ EV ถือว่าค่อนข้างดี เนื่องจากเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อระดับหนึ่ง สะท้อนจากราคารถอีวีเฉลี่ยอยู่ที่ราว 800,000-1,000,000 บาท ซึ่งเป็นกลุ่มที่อยากทดลองนวัตกรรมใหม่ ๆ และเป็นกลุ่มที่มีรถยนต์สันดาปอยู่แล้ว แต่ต้องการซื้อรถอีวีเป็นคันที่ 2 ธนาคารจึงมองว่าเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพ โดยธนาคารยังเดินหน้าปล่อยสินเชื่อและขยายพันธมิตรเพิ่มเติมเพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า จากปัจจุบันมีพันธมิตร ได้แก่ TESLA และ MG เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...