โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สัญญาณเตือน Gaslighting ใครที่โดนไฟตะเกียงเผาหัวใจอยู่ ต้องรีบออกมานะ

INN News

อัพเดต 05 ส.ค. 2567 เวลา 09.40 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. 2566 เวลา 03.00 น. • INN News

ความรู้สึกในจิตใจที่เกิดไม่ว่าจะเหนื่อยล้า อ่อนแรง เบื่อหน่าย ไปจนถึงการรู้สึกผิดไปซะทุกเรื่อง รู้สึกหาสาเหตุไม่ได้เพราะปัจจัยที่เกิดรู้สึกจะมีได้เยอะเหลือเกิน มาสำรวจตัวเองกันว่าหากใครมีความรู้สึกเหล่านี้อยู่ไม่ว่าจะในความสัมพันธ์แบบใดก็ตาม คุณอาจจะต้องรีบก้าวขาออกมาจากความรู้สึกนั้นหรือทำอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้จิตใจโดนแผดเผา

อาการรู้สึกผิดที่หาสาเหตุไม่ได้

‘นี่เราแย่ขนาดนั้นเลยหรือเปล่า’ ใครเคยตั้งคำถามนี้กับตัวเอง บางทีอาจจะเกิดขึ้นเพราะมีคนทำให้เรารู้สึกแบบนั้นโดยจุดไฟตะเกียง Gaslighting ใส่หัวใจเราไว้นะ ทำให้เรารู้สึกผิด สูญเสียความมั่นใจ รู้สึกเหมือนทำผิดตลอดเวลา กลัวการที่จะลงมือทำเพราะเกรงว่าจะทำพลาดแล้วโดนดุ

Gaslighting คืออะไร?

Gaslighting คือ รูปแบบหนึ่งของการควบคุมทางจิตใจ (psychological manipulation) ในทางจิตวิทยากล่าวถึงการค่อย ๆ ถูกปลูกฝังหรือชักจูงความคิดให้เกิด’ความรู้สึกผิด’เข้าไปในจิตใจของผู้ฟัง จนทำให้เกิดการตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เรื่องนี้้เป็นเพราะเราหรือเปล่า” สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกความสัมพันธ์ทั้งเจ้านาย-ลูกน้อง สามี-ภรรยา หรือเพื่อน

คำว่า Gaslighting มีจุดเริ่มต้นมาจากละครเวที Gaslight ในปี 1938 เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคู่สามีที่หวังจะครอบครองสมบัติของภรรยา โดยการสร้างสถานการณ์ต่าง ๆ ให้ฝ่ายหญิงรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นบ้า โดยมีฉากที่สามีดับไฟในตะเกียง พอภรรยาถามว่าดับไฟทำไม สามีกลับบอกว่าฉันไม่ได้ทำ ไฟยังอยู่ปกติออยู่เลย และคอยทำแบบนี้เรื่อย ๆ ให้ภรรยาเกินการสับสนว่าอะไรจริงไม่จริง คิดไปเองหรือเปล่า หรือฉันผิดที่ไปหาว่าสามีเป็นคนทำ จนทำให้ไม่มั่นใจที่จะทักท้วงอะไรออกมา จึงเป็นที่มาของคำนี้ เปรียบเหมือนกับการปลูกหนามไว้ในใจเรื่อย ๆ รอวันเติบโต

สัญญาณเตือนว่านี่คือ Gaslighting

แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าความรู้สึกหรือสถานการณ์ที่เจออยู่กันคือการถูก Gaslight มาลองดูกันว่าประโยคเหล่านี้ คุณพบเจอกันมามากน้อยแแค่ไหนจากทุกความสัมพันธ์

"คิดไปเองหรือเปล่า ฉันไม่เคยพูดแบบนั้น."

“คุณแค่อ่อนไหวมากเกินไป”

“ฉันไม่รู้ว่าทำไมคุณถึงทำเรื่องใหญ่แบบนี้…”

“อย่าคิดเองเออเองได้ไหม”

“คุณต่างหากที่เป็นคนชวนทะเลาะ ไม่ใช่ผม”

“ไม่เชื่อใจกันเลยใช่ไหม?”

“ขอโทษแล้วกันที่ทำให้รู้สึกแบบนั้น”

ถ้าไม่ได้อยู่ในบริบทหรือสถานการณ์ที่น่าคับขันต่อจิตใจ อาจจะดูเป็นประโยคธรรมดา แต่ถ้าความอึดอัดและความกดดันจากการสั่งสมความรู้สึกผิด หรือเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองขึ้นมาเมื่อไหร่ พึงรู้ไว้ได้เลยว่าไฟของการถูกครอบงำในหัวใจเริ่มจุดติดขึ้นมาแล้ว หรือถ้ายังไม่แน่ใจ

7 สัญญาณเตือนว่าเรากำลังถูก Gaslight ครอบงำ

  • เป็นฝ่ายที่ต้องเอ่ยคำขอโทษตลอดเวลา ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของคุณ
  • เชื่อว่าตนเองไม่สามารถทำสิ่งที่ถูกได้ ทำอะไรก็ผิดเสมอ
  • รู้สึกวิตกกังวลตลอดเวลา หวาดกลัวว่าจะทำผิดหรือไม่ถูกใจใคร
  • สูญเสียความมั่นใจในตนเอง สูญเสียความเป็นตัวตน
  • ตั้งคำถามเกี่ยวกับความคิดและการตัดสินใจของตนเองตลอดเวลา ไม่กล้าที่จะตัดสินใจ
  • รู้สึกโดดเดี่ยวและไร้กำลัง รู้สึกว่าตนไม่เหมือนใคร แตกต่างและแปลกแยก
  • ผิดหวังในตนเอง และกลัวผู้อื่นจะผิดหวังในตัวคุณ

ถ้าได้ยินประโยคข้างบนบ่อย ๆ เข้าและมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นแล้ว รีบก้าวออกมาจากพื้นที่ตรงนั้นให้ไว ก่อนจะกลับลำไม่ทัน

วิธีรับมือกับการโดน Gaslighting

การที่เราจะพ้นจากการถูก Gaslighting หรือหนีจากการตั้งคำถามกับตัวเองได้ ขั้นแรกต้องเลิก ‘ยอม’ แบบไม่มีเหตุผล เพียงเพราะกลัวที่จะตอบโต้ เพราะนั่นอาจส่งผลที่แย่กว่าตามมาได้ ให้ฝึกจากการพูดประโยคเหล่านี้กลับไปหากเราไม่ได้ทำอะไรที่ผิดอย่างที่ถูกกล่าวหา

“ฉันไม่เห็นด้วย”

“ฉันจะไม่รับผิดชอบต่อสิ่งที่ฉันไม่ได้ทำ”

“นั่นคือความคิดเห็นของคุณ”

ถึงแม้บางทีผู้พูดอาจไม่ได้มีเจตนาให้เราเป็นบ้าเหมือนกับในละคร แต่ประโยคเหล่านี้ก็ทำร้ายจิตใจเราได้เหมือนกัน มาลองเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ ให้ไม่ถูกครอบงำทางอารมณ์ได้ง่ายเหมือนกับเก่า ลองใช้วิธีการป้องกันจากการถูก Gaslight ได้ ดังนี้

  • อนุญาตให้ตัวเองรู้สึกในสิ่งที่เราอยากรู้สึก
  • ถอยให้ห่างจากคนที่ทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า เว้นระยะห่างออกมาให้ได้คิด
  • เก็บหลักฐาน ที่จะช่วยคลายความสงสัยในตัวคุณเองในเรื่องนั้น ๆ
  • ใช้มุมมองที่ 3 มุมมองของคนที่อยู่ภายนอกสถานการณ์อาจช่วยให้คุณมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น
  • ห่างจากความสัมพันธ์ แม้จะเป็นหนทางที่ยากในการกระทำได้จริง แต่การเผชิญกับ gaslight ซ้ำ ๆ จนทำให้สูญเสียความเป็นตัวตนไปนั้นย่อมส่งผลเสียที่มากกว่า

การเดินออกจากความสัมพันธ์นั้นอาจจะยาก แต่หากยังอยู่ในสถานการณ์นั้นต่อไปอาจส่งผลเสียต่อจิตใจหรืออาจทำให้ไฟในใจถูกแผดเผาไปได้ ไม่มีใครควรตกอยู่ในความทุกข์ที่ตัวเองไม่ได้ทำ เพราะฉะนั้นการก้าวออกมาหรือเริ่มทีจะต่อสู้กับการถูก Gaslighting อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ดีขึ้นในการดำเนินชีวิตของเราก็ได้ ‘อย่าทนอยู่กับอะไรที่ทำให้เราไม่มีความสุข’

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ขอบคุณข้อมูลจาก

คณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์

Psychologytoday

NBCnews

https://www.fatherly.com/life/gaslighting-phrases-to-stop-saying

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...