โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

HMPRO เผยปี 65 กำไรสุทธิ 6,217 ลบ. เพิ่มขึ้น 14.27% แรงหนุนการบริโภคในประเทศฟื้นตัว

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 ก.พ. 2566 เวลา 16.10 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. 2566 เวลา 09.10 น.

บมจ. โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ หรือ HMPRO เผยผลประกอบการปี 2565 รายได้รวม 69,389.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,463.64 ล้านบาท หรือ 8.55% โดยมีกำไรสุทธิ 6,217.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 776.57 ล้านบาท หรือ 14.27% การปรับตัวเพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ และยังมีการผลักดันยอดขายตลอดทั้งปี ด้วยงาน HomePro Super Expo ทุกสาขาทั่วประเทศ และทางออนไลน์ รวมถึงงาน HomePro Expo และ HomePro Electric Expo งาน HomePro Living Expo และกิจกรรม Double Day ในช่องทางออนไลน์ เพื่อสร้างความสะดวกในการเลือกซื้อสินค้า ให้กับลูกค้าจากช่องทางการซื้อสินค้า และบริการที่หลากหลายขึ้นอีกด้วย

นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ประจำปี 2565 ว่า บริษัทฯ มีรายได้รวม 69,389.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,463.64 ล้านบาท หรือ 8.55% โดยมีกำไรสุทธิ 6,217.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 776.57 ล้านบาท หรือ 14.27% ซึ่งประกอบไปด้วยรายได้จากการขายสินค้า และรายได้จากการให้บริการลูกค้า (Home Service) รวมจำนวน 65,090.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,522.97 ล้านบาท หรือ 7.47% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งการปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการกลับมาเปิดให้บริการทุกสาขา เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และยังได้รับอานิสงค์จากการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้

นอกจากนี้บริษัทยังมีการผลักดันยอดขายตลอดทั้งปี โดยมีการจัดงาน HomePro Super Expo ที่โฮมโปรทุกสาขาทั่วประเทศ และทางออนไลน์ รวมถึงงาน HomePro Expo และ HomePro Electric Expo ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี HomePro Living Expo ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และกิจกรรม Double Day ในช่องทางออนไลน์ เพื่อสร้างความสะดวกในการเลือกซื้อสินค้าให้กับลูกค้าจากช่องทางการซื้อสินค้าและบริการที่หลากหลายขึ้น

ทั้งนี้ โฮมโปร ยังมีรายได้จากค่าเช่า 1,720.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 497.43 ล้านบาท หรือ 40.67% และมีรายได้อื่น จำนวน 2,577.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 443.24 ล้านบาท หรือ 20.76% โดยเป็นผลมาจากการเพิ่มจำนวนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับคู่ค้าทั้งในช่องทางสาขา ช่องทางออนไลน์

ขณะที่กำไรขั้นต้นจากการขายสินค้า และการให้บริการลูกค้า (Home Service) รวม 17,013.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,370.65 ล้านบาท หรือ 8.76% รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นต่อยอดขายก็เพิ่มขึ้นจาก 25.83% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 26.14% ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมของกลุ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง รวมถึงรายได้จากการบริการที่เพิ่มขึ้น แม้ต้นทุนค่าขนส่งในการกระจายสินค้าสู่สาขาจะปรับตัวสูงขึ้นจากราคาน้ำมันก็ตาม

นายวีรพันธ์ ล่าวถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการสร้างรายได้ของบริษัทว่า บริษัทมองเห็นโอกาสทางธุรกิจจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดการซื้อขายสินค้าออนไลน์ จึงได้มีการขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าไปยัง Marketplace ต่างๆ อาทิ Shopee และ Lazada นอกเหนือจากการนำเสนอสินค้าและบริการบนเว็บไซต์ของบริษัทฯและแอปพลิเคชัน HomePro Application, Home Service Application และ HomeCard Application เพื่อตอบสนองต่อกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่ที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงในปี 2565 ที่ผ่านมา บริษัทฯได้มีการร่วมลงทุน โดยเข้าซื้อหุ้นจำนวน 30% กับทาง Onestockhome ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าวัสดุก่อสร้างออนไลน์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มโอกาสในการกระจายสินค้าและสร้างรายได้ให้กับธุรกิจเมกาโฮม

“สำหรับการขยายสาขาในปี 2565 บริษัทเร่งเดินหน้าขยายสาขาทั้งโฮมโปรและเมกาโฮม จากการมองเห็นโอกาสเติบโตทางธุรกิจ โดยเปิดสาขาโฮมโปรใหม่ 2 สาขา ที่ ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ทดแทนสาขารังสิตเดิม และ เปิดสาขาลาดกระบัง ทดแทนโฮมโปรเอส สาขาเดอะพาซิโอ ลาดกระบังเดิม โดยเป็นการย้ายสถานที่จากสาขาเดิมมาเปิดในบริเวณใกล้เคียงที่มีพื้นที่ใหญ่ขึ้น รวมถึงบริษัทฯ มีการปิดสาขาโฮมโปร 1 สาขา ที่ เดอะมอลล์บางแค เนื่องจากสัญญาเช่าหมดอายุลง และบริษัทฯ มีแผน ที่จะเปิดสาขาใหม่ในบริเวณใกล้เคียงกัน อีกทั้งบริษัทฯ ยังมีการเปิดสาขาเมกาโฮมใหม่ 4 สาขา ที่พัทยา ฉะเชิงเทรา สุราษฎร์ธานี และ ขอนแก่น ซึ่ง ณ สิ้นปี 2565 บริษัทฯ มีโฮมโปร 87 สาขา โฮมโปรเอส 5 สาขา เมกาโฮม 18 สาขา โฮมโปรในประเทศมาเลเซียอีก 7 สาขา และโฮมโปรในประเทศเวียดนามที่ยังจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทาง E-marketplace เป็นหลัก”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...