โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล” กับนโยบายฟื้นฟูศรัทธา-ความอ่อนแอพุทธศาสนา

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 09 เม.ย. 2566 เวลา 21.24 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. 2566 เวลา 20.29 น.

เปิดมุมมองด้านพุทธศาสนากับ “พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล” พรรคการเมืองขนาดเล็กที่เสนอตัวในการเลือกตั้งปี2566 ด้วยจุดยืนปกป้องฟื้นฟูศรัทธาพุทศาสนา ขณะที่คนรุ่นใหม่จำนวนมากกำลังเสื่อมศรัทธา

นางลลิตา สิริพัชรนันท์ หัวหน้าพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล

ท่ามกลางสถานการณ์ที่คนรุ่นใหม่หันหลังให้ศาสนาและพุทธศาสนิกชนกำลังเสื่อมศรัทธากับวัตรปฏิบัติของพระสงฆ์ “พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล” เสนอตัวในการเลือกตั้งปี 2566 โดยมีนโยบายฟื้นฟูความศรัทธาในพุทธศาสนาเป็นหลัก

สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า ได้พูดคุยกับ นางลลิตา สิริพัชรนันท์ หัวหน้าพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล ถึงการตัดสินใจลงมาเล่นการเมืองและเลือกที่จะชูนโยบายฟื้นศรัทธาพุทธศาสนิกชน

เธอบอกว่า ก่อนจะตัดสินลงมาเล่นการเมือง มีพรรคการเมืองหลายพรรคมาชวนแต่ไม่ได้ตอบตกลง เนื่องจากทำธุรกิจแต่สุดท้ายต้องตัดสินใจ หลังจากกัลยาณมิตรท่านหนึ่งบอกว่า พุทธศาสนาของเราจะอยู่ไม่ได้ และถูกกระทำมาตลอด เราจะทำอย่างไรให้เกิดการฟื้นฟูศาสนาอย่างจริงจัง

ประโยคนั้นได้จุดประกายให้เดินเข้ามาร่วมทำการเมือง ประกอบกับส่วนตัวแล้ว “ลลิตา” ถือเป็นพุทธศาสนิกชนที่มีศรัทธาในการบำรุงพระศาสนาอย่างจริงจังด้วยการบริจาคที่ดิน 12 ไร่เพื่อสร้างวัดสิริวัฒนารา ที่ศาลายา เพื่อเป็นเสนาอาสนะให้กับสมเด็จพระสังฆราช องค์ปัจจุบัน และเป็นสาขาของวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร อีกด้วย

“ เราทุ่มเท ทำนุบำรุงศาสนา ถ้าหากต้องมีใครสักคนทำเรื่องพุทธศาสนาอย่างจริงจัง เราก็ไม่สามารถอยู่เฉยได้จึงออกมาทำพรรคเองมาเป็นหัวหน้าพรรคฯด้วยตัวเอง ไม่อยากให้ใครมองว่าพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่อ่อนแอ จะทำอย่างไรให้พุทธศาสนาเข้มแข็งคู่กับประเทศไทยไปได้ตลอด แม้ว่าชีวิตเราตายได้ แต่พุทธศาสนายังไม่ตาย นี่คือสิ่งที่เราทุ่มเทและตั้งใจ”

แก้ข้อพิพาทกฎหมายวัด 4 หมื่นแห่งทั่วประเทศ

นางลลิตา เห็นถึงความสำคัญของการใช้การเมืองมาแก้ไขปัญหาความอ่อนแอของพุทธศาสนา จาการทำงานกรรมาธิการในรัฐสภา โดยเข้าไปเป็นที่ปรึกษของคณะกรรมาธิการศาสนาศิลปะและวัฒนธรรม จนพบว่ามีวัดจำนวนมากที่มีปัญหาทางด้านกฎหมายและอื่น ๆ แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหานั้นได้เลย เช่น ที่ดินวัด สำนักสงฆ์ วัดร้าง เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาเหล่านี้อาจจะต้องมีนโยบายที่ชัดเจนจากฝ่ายการเมืองเพื่อที่จะได้นำปัญหามาพิจารณาอย่างจริงจัง

ปัญหาใหญ่ที่พบคือ ปัญหาที่ดินของวัดต่าง ๆ ในพุทธศาสนาวัดทั้งหมดประมาณ 4 หมื่นวัด วัดร้างมีเป็นหมื่นวัด แล้วยังมีสำนักสงฆ์ที่ยังไม่ได้เป็นวัดอีกหลายหมื่น เพราะฉะนั้นวัดที่เป็นสำนักสงฆ์ที่ขอเป็นวัดไม่ได้ก็มีจำนวนมาก พระสงฆ์เองไม่รู้กฎหมาย ต้องการที่ดินมาสร้างวัดเพื่อบำรุงพุทธศาสนา แต่ว่าราชการไม่ได้ให้ความร่วมมือไม่ได้เห็นประโยชน์

“เราเป็นพุทธศาสนิกชน เราทนไม่ได้ เราต้องการสร้างบุญ แต่เราเดินไปคนเดียวไม่ได้ ต้องไปเป็นหมู่คณะ เพราะฉะนั้นเราจึงลงมาเลือกตั้งเพื่อขับเคลื่อนในสภาฯเพื่อแก้ปัญหา ไม่ว่าเรื่องการศึกษา การบำรุงศาสนา กฎหมาย เราไปขับเคลื่อนแก้ปัญหาเหล่านี้”

นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องระบบการเงินของวัด เช่น ปัญหาเงินทอนวัดที่เป็นข่าวใหญ่โต ปัญหามาจากพระสงฆ์ไม่รู้เรื่องกฎหมาย พอมีคนเสนอโครงการมาเพื่อสร้างบูรณะวัดก็ปารถนาดี เจ้าหน้าที่ให้เซ็นอะไร ก็เซ็นจนกลายเป็นคดีเงินทอนวัด ทำให้พระที่ไม่รู้เรื่องกฎหมายต้องมารับผิดชอบ ต้องขึ้นศาลติดคุกโดยที่ไม่มีความผิด

กรณีพระพรหมดิลก ถือเป็นตัวอย่างคดีเงินทอนวัด ซึ่งต้องโทษเป็นผู้ต้องหา และต้องติดคุก จนที่สุดศาลได้พิพากษายกฟ้องทุกคดีไม่มีความผิด ทั้งคดีความผิดต่อพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน คดีความผิดฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำผิด ตามมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญา โดยคืนยศให้พระพรหมดิลกกลับมาเป็นพระอีกครั้ง

นางลลิตา บอกว่าจะแก้ไขปัญหาเรื่องกฎหมาย โดยจัดระเบียบและระบบใหม่ นอกจากนี้จะจัดทนายความช่วยเหลือพระสงฆ์ที่มีปัญหาข้อพิพาททั้งในเรื่องที่ดิน หรือข้อพิพาททางกฎหมายอื่นๆ ทำให้พระสงฆ์ได้มุ่งปฏิบัติและทำนุบำรุงศาสนาช่วยเหลือสังคมได้มากขึ้น

เธอยอมรับว่า พระสงฆ์ที่ไม่ดี และไม่ปฏิบัติตามวัตรปฏิบัติของตัวเอง ก็มีจำนวนมากเช่นกัน แต่ต้องแก้ไขปัญหาเป็นรายบุคคล แยกแยะออกจากกัน ซึ่งการมีทนายความวัดจะช่วยให้การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ดีขึ้น

นางลลิตา สิริพัชรนันท์ หัวหน้าพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล

ส่งเสริมหมู่บ้านศีล5 – และสร้างศีลธรรมในโรงเรียน

นโยบายพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล ยังมีเรื่องของการส่งเสริมให้วิชาศีลธรรม จริยธรรมในการการเรียนการสอน โดยจะนำบรรจุในหลักสูตรตั้งแต่อนุบาลไปถึงระดับมหาวิทยาลัย

รวมไปถึงการส่งเสริมสนับสนุนให้มีโครงการหมู่บ้านศีล 5 ทั่วประเทศ เนื่องจากคนไทย 95 % นับถือศาสนาพุทธ หากเราแค่ปฏิบัติตามศีล5 ซึ่งทำครบบ้างไม่ครบบ้าง ก็เชื่อว่าประเทศจะสงบสุขกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

นอกจากนี้จะส่งเสริมสนับสนุน โครงการวัดประชาสร้างสุขทั่วประเทศ 4 หมื่นวัด หรือโครงการเชื่อมโยง ชุมชน โรงเรียน วัดมาร่วมกันกิจกรรมและทำประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งโครงการดี ๆ แบบนี้เป็นนโยบายของมหาเถรสมาคมที่พยายามเชื่อมโยงคนกลุ่มต่างๆให้เข้ามาช่วยเหลือสังคมทำให้วัดเป็นวัดประชารัฐสร้างสุขได้

**[

  • “ส้มโอ ธันยธร” คนรุ่นใหม่ อาสาทำงานเมือง เปลี่ยน “บวร” บ้าน- วัด-โรงเรียน เป็น “Cotemple Space” ](https://thaipublica.org/2023/04/responsible-election01-somo-tunyatorn/)**

เสนอตั้งกระทรวงศาสนาฯ

นางลลิตา บอกว่า นอกจากการผลักดันโครงการต่าง ๆ แล้ว เราเห็นว่าหากต้องการแก้ไขปัญหาในระยะยาวและมีหน่วยงานที่มีอำนาจในการแก้ปัญหาและผลักดันโครงการและนโยบายอย่างจริงจัง ต้องตั้งกระทรวงศาสนา ซึ่งจะดูแลทุกศาสนา แต่จะเน้นไปที่ศาสนาพุทธเนื่องจากคนส่วนใหญ่ของประเทศนับถือศาสนาพุทธ

“ควรจะมีกระทรวงศาสนา เนื่องจากเราเห็นว่าสำนักพุทธศาสนา ที่อยู่ภายใต้มหาเถรสมาคมโดยทำหน้าที่เป็นเลขามหาเถรสมาคม ไม่สามารถขับเคลื่อนแก้ปัญหาได้ เนื่องจากปัญหาเรื่องงบประมาณและอำนาจในการแก้ไข ดังนั้นหากเป็นกระทรวงฯจะมีงบประมาณ และอำนาจในการแก้ไขปัญหาได้มากกว่า”

นอกจากนี้อยากสนับสนุนโครงการพาพุทธศาสนิกชนไปนมัสการ พระพุทธสังเวชนียสถาน ตามรอยพระพุทธเจ้าโดยจะอำนวยความสะดวกและงบประมาณสำหรับพุทธศาสนิกชนที่มีศรัทธาให้เดินไปไปนมัสการ

ตั้งธนาคารพุทธ-จัดระเบียบบัญชีวัด

นางลลิตา ยังเห็นว่า ศาสนาพุทธ ควรจะมีธนาคารพุทธศาสนา เนื่องจากวัด 4 หมื่นวัดทั่วประเทศฝากเงินกับธนาคารพาณิชย์ ซึ่งนำเงินดังกล่าวไปปล่อยกู้ทำธุรกิจต่าง ๆ โดยอาจไม่รวมถึงการทำนุบำรุงศาสนา หากมีธนาคารพุทธศาสนา พระสงฆ์ที่นำเงินไปฝากสามารถนำดอกผลมาทำนุบำรุงศาสนาเช่นเดียวกับศาสนาอิสลาม นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการทำให้ระบบการเงินและบัญชีวัดมีระบบมากขึ้น

สำหรับความคาดหวังและกลยุทธ์ในการเลือกตั้งครั้งนี้ นางลลิตา กล่าวว่า ด้วยการตัดสินใจที่จะมาทำพรรคการเมืองช้า ทำให้มีเวลาไม่มาก จึงเน้นการหาเสียงผ่านโซเชียลมีเดียโดยทำแคมเปญ รณรงค์ เป็นวีดิโอสั้นเพื่อสื่อความหมาย

“เราอยากให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่และอยากให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานการเมืองด้านพุทธศาสนา คนที่ไม่เคยศึกษาพุทธศาสนา อยากให้มาช่วยกันหันกลับมาศึกษาและใช้ประโยชน์กับพุทธศาสนาได้อย่างไร”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...