โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ข้อความนี้คือโวหารประเภทใด? สรุป 6 โวหารการเขียน ออกสอบบ่อย พร้อมทริคสังเกตโจทย์

Dek-D.com

อัพเดต 02 ก.ค. 2567 เวลา 08.25 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2567 เวลา 11.39 น. • DEK-D.com
มารู้จัก 6 โวหารการเขียน ออกสอบบ่อย พร้อมทริคสังเกต เพื่อตีโจทย์ให้แตกกัน!

สวัสดีค่ะ น้องๆ ชาว Dek-D เคยเจอข้อสอบที่ให้ข้อความมายาวๆ แล้วให้วิเคราะห์ว่าคือ “โวหารประเภทใด”“วิธีการเขียนประเภทใด” กันมั้ยคะ? ซึ่งโจทย์ประเภทนี้เป็นเรื่อง ‘โวหารการเขียน’ค่ะ ที่ต้องรู้จักโวหารการเขียน เพราะในหลักสูตรมีมาตรฐานการเรียนรู้ว่า ผู้เรียนต้องเขียนสื่อสารในรูปแบบต่างๆ โดยใช้ภาษาได้ถูกต้องตรงตามวัตถุประสงค์ และสามารถแสดงแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ผ่านการใช้โวหารต่างๆ ได้ ในวันนี้คอลัมน์ ‘รู้ไว้เผื่อออกสอบ’ได้สรุป 6 โวหารการเขียน ออกสอบบ่อย พร้อมทริคสังเกตโจทย์ มาให้ทุกคน ได้นำความรู้ไปทดลองทำข้อสอบที่แปะเอาไว้ด้านล่างกันค่ะ

ความหมายของโวหาร

โวหารหมายถึง สำนวน หรือถ้อยคำที่นำมาใช้ประกอบการเขียน เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจ หรือเกิดความรู้สึกตรงตามที่ผู้เขียนต้องการโดยสามารถจำแนกสำนวน และวิธีการเขียนต่างๆ ได้หลายรูปแบบ ซึ่งแบ่งออกเป็น 6 ประเภทหลักๆ ได้แก่ อธิบายโวหาร บรรยายโวหาร พรรณนาโวหาร อุปมาโวหาร เทศนาโวหาร และสาธกโวหาร เป็นต้น ในแต่ละแบบก็จะมีลักษณะเฉพาะตัว รวมไปถึงความโดดเด่นที่แตกต่างกันออกไป

อธิบายโวหาร

เป็นการเขียนขยายความเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างชัดเจน มีการให้คำนิยาม การอธิบายขั้นตอน อธิบายเหตุและผล และการเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่าง ลักษณะภาษาที่ใช้จะกระชับ ตรงไปตรงมามักพบได้ในงานเขียนวิชาการ หนังสือเรียน และตำราต่างๆ

หลักการสังเกตอธิบายโวหาร

การเขียนอธิบายโวหารสามารถทำได้ 5 วิธีเวลาเจอโจทย์ลองสังเกตให้ดีว่ามีการเขียนแบบ 5 วิธีนี้มั้ย ถ้ามีก็แปลว่าข้อนั้นคือ อธิบายโวหาร แน่นอน เรามาดูไปพร้อมๆ กันว่า แต่ละวิธีสามารถเขียนได้อย่างไรบ้าง

1.ให้คำนิยามเป็นการเขียนอธิบายความหมายของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มักมีคำว่า หมายถึง, คือ, เป็น

ตัวอย่าง : ซาแซง คือกลุ่มแฟนคลับที่ละเมิดความเป็นส่วนตัวของศิลปิน บางคนมักจะสะกดรอยตาม ซื้อ-ขายข้อมูลส่วนตัวศิลปิน หรือถึงขั้นยืนเฝ้าหน้าหอพักศิลปินทั้งวันทั้งคืน และพวกเขามักจะคาดหวังให้ศิลปินจดจำตัวเองในฐานะปัจเจกบุคคลไม่ใช่ในแค่แฟนคลับเหมือนคนทั่วไป

2.อธิบายตามขั้นตอนเป็นการเขียนอธิบายที่แสดงขั้นตอนไปตามลำดับ มักใช้กับการอธิบายกระบวนการ กิจกรรม หรือการเปลี่ยนแปลงที่มีขั้นตอน

ตัวอย่าง : เทคนิคทำไข่ต้มยางมะตูม เริ่มจากล้างเปลือกไข่ให้สะอาด เพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกปะปนตอนต้มไข่ ตั้งน้ำให้เดือด ใส่เกลือหรือน้ำส้มสายชูลงไป จากนั้นใส่ไข่ลงไปตอนน้ำเดือด จับเวลาประมาณ 4-5 นาที แล้วรีบตักขึ้นแช่น้ำเย็นทันที

3.ให้ตัวอย่างเป็นการเขียนอธิบายที่มีการยกตัวอย่างประกอบเรื่อง มักมีคำว่า เช่น, ตัวอย่างเช่น, ได้แก่, อาทิ

ตัวอย่าง :ผักสดที่จะนำมาทำสลัด หาได้ไม่ยากเลย ทั้งจากตลาดสดหรือซูเปอร์มาร์เก็ตก็มีผักมากมายให้ได้เลือก ไม่ว่าจะเป็นผักไทย อย่างแตงกวา มะเขือเทศ หอมหัวใหญ่ กะหล่ำปลี และผักกาดหอม หรือผักของฝรั่ง อย่างแครอท ผักกาดแก้ว กะหล่ำปลีสีม่วง และบีทรูท เป็นต้น

4.อธิบายเหตุและผล เป็นการเขียนอธิบายที่ชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ว่า สาเหตุนั้น ๆ จะก่อให้เกิดผลอะไรตามมา หรือผลลัพธ์นั้น ๆ เกิดจากสาเหตุอะไร

ตัวอย่าง :การรับประทานอาหารที่มีรสเปรี้ยวจัด และเผ็ดจัด ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหารได้ อาการเบื้องต้น คือ ปวดท้องทั้งก่อนและหลังรับประทานอาหาร บางคนก็คลื่นไส้และอาเจียน หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอาจทำให้ปวดท้องขั้นรุนแรงจนถึงกระเพาะอาหารทะลุได้

5.เปรียบเทียบ เป็นการเขียนอธิบายที่ชี้ให้เห็นถึงความเหมือนและความแตกต่างของสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบกัน

ตัวอย่าง :การดูแลต้นส้มให้ผลิดอกออกผลได้ดั่งใจ ไม่ต่างอะไรกับการดูแลเด็กอ่อนเพราะส้มใช้เวลา 9 เดือน นับแต่วันที่ผลิดอกจนถึงวันเก็บผล เหมือนกับคนที่อุ้มท้อง และส้มยังมีความละเอียดอ่อนกับน้ำ ดิน อากาศ รวมไปถึงแมลง จึงต้องทะนุถนอมเหมือนกับเด็กทารก

บรรยายโวหาร

เป็นการเขียนเล่าเรื่องราว หรือเหตุการณ์ให้รู้ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ ทำไม อย่างไร โดยที่จะมีลักษณะการเขียนที่สั้น กระชับ ตรงไปตรงมา เน้นสาระสำคัญทำให้ผู้อ่านเข้าใจความหมายของเนื้อหาทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย สามารถพบได้ในงานเขียนทั่วไป เช่น บทความ ตำรา ข่าว นิยาย วิทยานิพนธ์ บันทึก จดหมายเหตุ เป็นต้น

หลักการสังเกตบรรยายโวหาร

  • เขียนโดยใช้หลัก 5W 1H (ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ ทำไมถึงทำ และทำอย่างไร)
  • เน้นเขียนสาระสำคัญ ไม่เยิ่นเย้อ ไม่เขียนหลุดจากสาระสำคัญที่ตั้งประเด็นไว้
  • ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่มีการใช้โวหารอื่นๆ ประกอบ เขียนอย่างตรงไปตรงมา
  • เรียบเรียงเนื้อหาให้ต่อเนื่องสัมพันธ์กัน มีการลำดับเวลาก่อนและหลัง

ตัวอย่างบรรยายโวหาร :นักร้องประสานเสียง (ใคร) เปล่งเสียงพร้อมเพรียงกัน(ทำอะไร)เป็นระดับตามทำนองที่ฝึกฝนมาอย่างดี (อย่างไร)

พรรณนาโวหาร

เป็นการเขียนที่เน้นให้รายละเอียดภาพและอารมณ์ เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพ และรู้สึกคล้อยตาม หรือที่เรียกว่าเกิด “จินตภาพ” ลักษณะภาษาที่ใช้จะไม่กระชับ แต่จะใช้ถ้อยคำที่สวยงาม ไพเราะ มีการเล่นคำ เล่นเสียงรวมถึงใช้คำวิเศษณ์หรือคำขยายคำนามเยอะ ในการให้รายละเอียดหรือขยายภาพ

หลักการสังเกตพรรณนาโวหาร

  • อ่านแล้วต้องเห็นภาพตาม รับรู้ถึงอารมณ์ และความรู้สึก
  • มีการให้รายละเอียดที่เกี่ยวกับ รูป รส กลิ่น เสียง
  • มีการใช้ภาพพจน์ หรืออุปมาโวหารประกอบ
  • เน้นสำบัด สำนวน ใช้คำเยิ่นเย้อ

ตัวอย่างพรรณนาโวหาร: ฝนตกกระหน่ำจนลืมหูลืมตาไม่ขึ้น เสื้อผ้าเปียกปอนเข้าแนบลำตัว

เทียบความแตกต่างของการเขียนบรรยาย และพรรณนา

บรรยายโวหาร :มานีเดินทางกลับบ้านเกิดที่จังหวัดเพชรบุรีในวันหยุดยาวด้วยรถทัวร์ที่จองล่วงหน้าหลายสัปดาห์ เพราะเธอรู้ว่าช่วงวันหยุกยาวจะทำให้ตั๋วหายากกว่าปกติ

พรรณนาโวหาร :ช่วงวันหยุดยาวสุดสัปดาห์ สถานีขนส่งแน่นขนัดไปด้วยผู้คน บ้างก็เดินทางไปเที่ยวหาประสบการณ์ๆ ให้กับชีวิต บ้างก็เดินทางกลับไปหาพ่อแม่ที่กำลังรออยู่ที่บ้าน สำหรับมานีแล้วเธอจัดอยู่ในกลุ่มที่สอง หลักจากที่ไม่ได้กลับไปบ้านเกิดมานาน วันนี้เธอจะได้กลับไปพบหน้าครอบครัวที่เธอคิดถึงสุดใจ โชคดีที่เธอรู้ว่าวันหยุดยาวเช่นนี้ คนจะเยอะเป็นพิเศษจึงจองตั๋วล่วงหน้าไว้ ไม่ต้องมาหาซื้อตั๋วที่สถานีเหมือนหลายๆ คน มิเช่นนั้นเธอคงไม่ได้รถสักเที่ยวให้กลับไปกดพ่อแม่ในวันนี้

นอกจากอธิบายโวหาร บรรยายโวหาร และพรรณนาโวหาร ที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ก็ยังมี โวหารอื่นๆ ที่มักจะใช้เป็นส่วนเสริมของทั้ง 3 โวหารข้างต้นอีกด้วยค่ะ มาดูไปพร้อมๆ กันว่ามีโวหารอะไรบ้าง

อุปมาโวหาร

เป็นการเขียนเพื่อเปรียบเทียบสิ่งหนึ่งว่าเหมือนกับอีกสิ่งหนึ่ง เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจชัดเจนและเกิดอารมณ์ความรู้สึกมากขึ้น มักใช้เสริมกับโวหารอื่นๆ อย่าง บรรยายโวหาร พรรณนาโวหาร และเทศนาโวหาร เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นโดยอาจเปรียบเทียบอย่างสั้น ๆ หรือเปรียบเทียบอย่างละเอียดก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่านําไปเสริมโวหารประเภทใด

หลักการสังเกตอุปมาโวหาร

มักมีคำที่ใช้เปรียบเทียบ ดังนี้ เหมือน เสมือน ดุจ ดั่ง คล้าย เท่า ประหนึ่ง ปาน ราวกับ เฉกเช่น เพียง และคำอื่น ๆ ที่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบ อยู่ในข้อความ

ตัวอย่างอุปมาโวหาร :เขามีปัญญาประดุจดั่งอาวุธ, เสียงหวานปานนกโกกิลา, ท่าทางเธอราวกับนางพญา

ตัวอย่างพรรณนา+อุปมา: ดวงอาทิตย์สีส้มกลมโตกำลังโผล่ขึ้นเหนือพื้นน้ำ เหมือนลูกส้มเขียวหวานลอยโผล่พ้นขอบทะเล ท้องฟ้าเริ่มมีสีชมพูเรื่อตัดกับน้ำทะเลสีครามใส

เทศนาโวหาร

เป็นการเขียนที่เน้นการโน้มน้าว หรือชักจูงใจผู้อ่าน เกิดความรู้สึกคล้อยตาม และอยากปฏิบัติตาม มีเนื้อหาสั่งสอน ให้ข้อคิด คติเตือนใจ ส่วนใหญ่จะถูกนำไปใช้ในการให้โอวาท อบรมสั่งสอน และมักจะแทรกอยู่ในโวหารชนิดอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

หลักการสังเกตเทศนาโวหาร

มีการยกหลักเหตุผล ตัวอย่าง หลักฐาน ข้อเท็จจริง สุภาษิต คติธรรม และสัจธรรมต่างๆ มาประกอบ

ตัวอย่างเทศนาโวหาร :

  • การอบรมสั่งสอนลูกเคร่งครัดมากมายเกินไปก็อาจเป็นผลร้ายได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นวิธีเลี้ยงลูกที่ดีก็คือ เดินทางตามทางสายกลาง อย่าให้ตึงหรือหย่อนเกินไป
  • เราควรเห็นใจคนที่ทำอะไรผิดพลาด ถึงแม้จะช่วยเหลืออะไรเขาไม่ได้ ก็ไม่ควรซ้ำเติมให้เขารู้สึกแย่ลงกว่าเดิม

สาธกโวหาร

เป็นการเขียนที่มีการยกตัวอย่างเหตุการณ์ หรือเรื่องราวประกอบเพื่อสนับสนุนให้ข้อความมีความหนักแน่น และน่าเชื่อถือมากขึ้น บางครั้งอาจมีการใช้คำที่แสดงการยกตัวอย่าง คือคำว่า เช่น,ได้แก่มักจะใช้เสริมอยู่ในเทศนาโวหาร หรืออธิบายโวหาร

หลักการสังเกตสาธกโวหาร

มีการยกตัวอย่างเหตุการณ์ หรือเรื่องราวต่างๆ ประกอบ เช่น นิทาน ตำนาน ประสบการณ์

ตัวอย่างสาธกโวหาร : พลานุภาพของการแตกความสามัคคี ส่งผลเสียหลายประการ ดังเห็นได้จากเรื่อง สามัคคีเภทคำฉันท์ที่กล่าวถึงโทษของการแตกความสามัคคีของกษัตริย์ในแคว้นวัชชี จนทำให้เสียเมือง

สรุปทริคจำโวหารการเขียน

  • อธิบายโวหาร = ขยายความเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
  • บรรยายโวหาร = กระชับ ตรงไปตรงมา
  • พรรณนาโวหาร = เน้นให้เห็นภาพ
  • อุปมาโวหาร = เปรียบเทียบสิ่งหนึ่งกับสิ่งหนึ่ง
  • เทศนาโวหาร = มีใจความสั่งสอน
  • สาธกโวหาร = ยกตัวอย่าง/เรื่องราวประกอบ

อย่างที่พี่แป้งบอกไปว่าการทำโจทย์เรื่องโวหารการเขียน น้องๆ ต้องวิเคราะห์ และสังเกตให้ดีว่าโจทย์ให้อะไรมาบ้าง เพราะฉะนั้นเรามาลองฝึกทำโจทย์เรื่องนี้ ด้วยข้อสอบ 9 วิชาสามัญ วิชาภาษาไทย จากโครงการ Dek-D Pre-Admission รอบธันวาคม ปี 2564กันค่ะ

ข้อความต่อไปนี้เขียนด้วยโวหารประเภทใดเป็นสำคัญ

กล่าวนัยหนึ่งว่า ปรัชญาของระบอบประชาธิปไตย คือ ดารมอบสถานภาพเจ้าของประเทศให้แก่ประชาชนทุกคนโดยเสมอภาคกัน ดังนี้แล้วปัจเจกชนพึงตระหนักเสมอว่า แม้แต่ละคนจะมีสิทธิเสรีภาพเต็มที่ ทว่าคนอื่นก็เป็นผู้ทรงไว้ซึ่งสิทธิเสรีภาพนั้นเสมอด้วยตนเช่นกัน จึงเป็นการสมควรอย่างยิ่งที่พลเมืองของประเทศประชาธิปไตยต้องเป็นผู้มีมารยาท เคารพผู้อื่นเสมือนเคารพตนเอง ยิ่งไปกว่านั้น ทุกคนต้องมีความสำนึกในหน้าที่ของตนในการขับเคลื่อนพัฒนาสังคมในฐานะที่ต่างก็เป็นเจ้าของประเทศให้จังหนักด้วย

  • บรรยายโวหาร
  • พรรณนาโวหาร
  • เทศนาโวหาร
  • สาธกโวหาร
  • อธิบายโวหาร

น้อง ๆ ชาว Dek-D คิดว่า ข้อนี้เป็นโวหารแบบไหนคะ? ลองคอมเมนต์คำตอบที่คิดว่าใช่ด้านได้เลยค่ะ ก่อนตอบลองพิจารณากันดี ๆ อย่าโดนโจทย์หลอกเอานะ!

สำหรับคอลัมน์ ‘รู้ไว้เผื่อออกสอบ’ บทความต่อไปจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร ฝากติดตามกันด้วยนะคะ ถ้าน้อง ๆ มีประเด็นที่น่าสนใจ หรือความรู้จากวิชาอะไร ที่อยากให้นำมาเล่า หรือแจกทริคการจำ ก็สามารถคอมเมนต์เอาไว้ด้านล่างได้เลย!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...