โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เจาะแหล่งผลิต พร้อมทำความรู้จัก “ยางูหมายเลข 7” | เบื้องหลังข่าว กับ กาย สวิตต์

Ch7HD News - ข่าวช่อง7

อัพเดต 18 ก.ค. 2567 เวลา 14.00 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2567 เวลา 13.00 น. • TEROASIA
เจาะแหล่งผลิต พร้อมทำความรู้จัก “ยางูหมายเลข 7” | เบื้องหลังข่าว กับ กาย สวิตต์

ข่าวเย็นประเด็นร้อน - คดีวางยาไซยาไนด์ 6 ศพ มีชื่อของยางูหมายเลข 7 เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งผู้ผลิตและขายยางู ที่เป็นสวนงูย่านลาดกระบัง เผยกับข่าวเย็นประเด็นร้อนว่า จริง ๆ แล้ว ยาที่ขายให้กับนักท่องเที่ยวไม่ได้ชื่อยางู และไม่มีหมายเลขกำกับ แต่นักเที่ยวและไกด์ น่าจะเรียกและใส่เลขให้จดจำง่าย โดยในช่วงหลัง นักท่องเที่ยวเวียดนาม ค่อนข้างนิยมยาที่ว่านี้

ช่วงเย็นเมื่อวานนี้ (17 ก.ค. 67) ตำรวจคุมตัวไกด์ของชาวเวียดนามกลุ่มที่เสียชีวิต คือนายฟาน หง็อก หวู ไปสอบสวน ซึ่งอ้างว่าผู้ตายหมายเลข 2 คือนางสาวธิเหงียนเฟืองลาน ให้ไปซื้อยางูหมายเลข 7 ให้ ซึ่งวันนี้ (18 ก.ค. 67) ตำรวจชุดทำคดีได้สืบสวน ยืนยัน ยางูหมายเลข 7 ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับคดีนี้ แต่เนื่องจากพฤติกรรมในการสั่งซื้อยาดังกล่าว มีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกับนางสาวธิเหงียนเฟืองลาน จึงต้องสืบสวนให้สิ้นสงสัย

ยางูหมายเลข 7 คือยาอะไร วันนี้ทีมข่าวเย็นประเด็นร้อน คุณสันติวิธี พรหมบุตร เดินทางไปยังแหล่งผลิตและขายยางู ซึ่งเป็นสวนงู หรือพิพิธภัณฑ์งู ของบริษัทสยามปาร์ค จำกัด ตั้งอยู่ถนนหลวงแพ่ง ย่านลาดกระบัง กรุงเทพฯ สวนงูที่นี่ เปิดให้นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้ามาเยี่ยมชม แต่ส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ คือจีนและเวียดนามมากที่สุด โดยแต่ละเดือนมีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 30,000 คน เป็นคนจีน 50% คนเวียดนาม 40% ที่เหลือก็จะเป็นชาติอื่น ๆ

คุณพัชณี แซ่จอง ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป ซึ่งดูแลในส่วนของการขายยาสมุนไพรของสวนงู บอกว่า นอกจากนักท่องเที่ยวจะมาดูพิพิธภัณฑ์งู และการแสดงงูแล้ว หนึ่งในสิ่งที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว คือยาสมุนไพรที่สวนงูผลิตขายเอง

ซึ่งมีทั้งยาที่เป็นส่วนผสมของสมุนไพรอย่างเดียว และยาที่มีส่วนผสมระหว่างสมุนไพรกับงู ตั้งชื่อยาเป็นภาษาจีน แต่เพราะขายอยู่ในสวนงู ลูกค้าที่เป็นต่างชาติจึงมักเรียกกันว่า “ยางู” โดยยาสมุนไพรที่ขายมีทั้งหมด 10 ขนานหรือ 10 ชนิด มี 7 ชนิด ที่เป็นสมุนไพรล้วน และมี 3 ชนิดที่มีส่วนผสมของงู ราคาตั้งแต่ กระปุกละ 3,100 บาท จนถึง 5,000 บาท

ยาที่นักท่องเที่ยวเวียดนาม นิยมมากที่สุดมี 4 ชนิด แต่ว่ายาที่ขายดีที่สุด เป็นยาลูกกลอน ไม่มีส่วนผสมของงู แก้อาการป่วยไขข้อ ชื่อยา “ฟรง ซื้อ หวัน” (ซึ่งยาตัวนี้ ถ้าเทียบกับที่ไกด์ของกลุ่มผู้เสียชีวิต บอกว่าถูกใช้ให้ไปซื้อ ก็คือยางูหมายเลข 7) แต่ว่ายางูของบริษัทสยามปาร์ค ไม่ได้ระบุหมายเลข มีแค่ชื่อเป็นภาษาจีน ที่นำไปเรียกเป็นหมายเลข อาจจะเพื่อให้จดจำง่าย โดยขายยาที่นี่ที่เดียว ไม่มีวางขายที่อื่น ซึ่งถ้าลูกค้าต่างชาติซื้อไปกินแล้วอยากซื้ออีก ก็มีที่ฝากไกด์ให้มาซื้อให้

คุณศรานนท์ เจริญสุข หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการสวนสัตว์ของสวนงู บอกว่า แต่ก่อนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาที่นี่เป็นคนจีนเกือบ 100% แต่ว่าช่วงปีกว่าที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวชาวเวียดนามเข้ามาเยอะขึ้น 40% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด จากที่ไม่เคยมีเข้ามาก่อนเลย

ดังนั้นนักท่องเที่ยวเวียดนาม จะเริ่มรู้จักและซื้อยางู กันมาเรื่อย ๆ แต่ว่าหลังมีข่าววางยาไซยาไนด์ฆาตกรรม 6 ศพ และเมื่อวานนี้มีข่าวในส่วนที่เกี่ยวข้องกับยางูหมายเลข 7 เผยแพร่ออกไป ส่งผลต่อนักท่องเที่ยวชาวเวียดนามอยู่บ้าง เพราะสอบถามไกด์ที่พานักท่องเที่ยวเข้ามาชมสวนงู ส่วนใหญ่ก็บอกว่าช่วงนี้นักท่องเที่ยวเวียดนามไม่กล้าซื้อยางู ทั้งที่ยางู ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุฆาตกรรมเลย

ช่วงที่ทีมข่าวอยู่ที่สวนงูแห่งนี้ มีนักท่องเที่ยวชาวเวียดนาม เข้ามาเที่ยวเรื่อย ๆ คุณวีระชัย ศรีนิธิตานนท์ ซึ่งเป็นไกด์นำเที่ยวของชาวเวียดนาม บอกว่า สวนงูย่านลาดกระบัง มี 3 แห่ง แต่ละแห่งจะมียางูขายเหมือนกัน แต่ที่ชาวเวียดนามนิยม จะเป็นยางูของที่นี่ ซึ่งมีลูกทัวร์หลายคน เคยซื้อไปกิน แล้วติดต่อเขาฝากซื้อให้ ซึ่งก็จะรับซื้อให้เฉพาะลูกทัวร์ที่สนิทกัน เพราะยามีราคาค่อนข้างสูง โดยการกำหนดตัวเลขว่ายางูหมายเลขต่าง ๆ เป็นการกำหนดกันขึ้นมาเอง เพื่อให้จดจำง่าย ซึ่งยางูหมายเลข 7 ที่แก้อาการไขข้อ เป็นยาที่นักท่องเที่ยวเวียดนาม นิยมมากที่สุด

ย้ำกันอีกครั้งว่า ตำรวจชุดทำคดีได้สืบสวน ยืนยันว่า ยางูหมายเลข 7 ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับคดีนี้ แต่ที่ถูกนำมาใช้วางยาฆ่าล้างหนี้ คือยาไซยาไนด์ ซึ่งวันนี้ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาเตือนว่า ไซยาไนด์จัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย ผู้ใดผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง โดยมิได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ติดตาม รายการ “ข่าวเย็นประเด็นร้อน” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 16.00-17.30 น. ทางช่อง 7HD กด 35

-

ชมผ่าน YouTube

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...