โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

“พระตำหนักแดง” พระตำหนักโบราณ อายุเท่ากรุงรัตนโกสินทร์

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 13 มิ.ย. 2567 เวลา 12.16 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2567 เวลา 02.22 น.
พระตำหนักแดง ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ใครที่ไปเที่ยว พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เมื่อเข้าไปแล้วมองทางซ้าย จะพบกับ “พระตำหนักแดง” พระตำหนักโบราณ ที่มีอายุเท่ากรุงรัตนโกสินทร์ หรือ 242 ปีมาแล้ว ประวัติความเป็นมาของพระตำหนักนี้เป็นอย่างไร?

บทความเรื่องพระตำหนักแดง ในเว็บไซต์กรมศิลปากร ให้ข้อมูลว่า แต่เดิมพระตำหนักแดงอยู่ในหมู่พระตำหนัก ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดให้สร้างขึ้นในพระบรมมหาราชวัง 2 หมู่ พร้อมกับการสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อ พ.ศ. 2325

พระตำหนักหมู่หนึ่งเรียกว่า “พระตำหนักเขียว” รัชกาลที่ 1 พระราชทานให้เป็นที่ประทับของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมพระเทพสุดาวดี ส่วนพระตำหนักอีกหมู่หนึ่งเรียกว่า “พระตำหนักแดง” พระราชทานให้เป็นที่ประทับของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสุดารักษ์ เสด็จประทับอยู่จนตลอดพระชนมายุ

พระตำหนักโบราณ แห่งนี้ มีลักษณะเป็นตำหนักหลังเดียวแบบตำหนักหอ ความยาว 7 ห้อง มีเฉลียงด้านหน้า หลังคาชั้นเดียวไม่มีมุขลด มุงด้วยกระเบื้องดินเผา หน้าบันกรุด้วยไม้แบบลูกฟักหน้าพรหม กรอบคูหาหน้าบันประดับด้วยช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ และนาคสะดุ้ง ตัวเรือนทำฝาปะกน ดุมอก และเชิงบน-ล่างอกเลาบานประตูหน้าต่าง แกะสลักลวดลายอย่างงดงาม

ลักษณะเด่นของพระตำหนักแดงคือ “พระแกล” (หน้าต่าง) ที่มีฐานเท้าสิงห์ประกอบอยู่ตอนล่าง ซึ่งมักไม่ปรากฏในเรือนสามัญชน และมีเสานางเรียงรับชายคาทางด้านขวาและด้านหลังจำนวน 15 เสา ซึ่งเป็นลักษณะที่ปรากฏในเรือนที่สร้างในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์

เมื่อกรมพระศรีสุดารักษ์สิ้นพระชนม์ สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี พระธิดาในกรมพระศรีสุดารักษ์ได้ประทับต่อ และทรงปกครองต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

เมื่อถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินีเสด็จออกไปประทับ ณ พระราชวังเดิม ธนบุรี รัชกาลที่ 3 จึงโปรดให้ย้ายพระตำหนักแดงทั้งหมู่ไปปลูกถวายเป็นที่ประทับ ซึ่งพระตำหนักแดงก็ได้เป็นที่ประทับของ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระราชโอรสในรัชกาลที่ 2 ประสูติแต่สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี) เมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ด้วย

รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากเสด็จบวรราชาภิเษกแล้ว พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ย้ายพระตำหนักแดงส่วนที่เป็นที่ประทับของพระองค์ มาปลูกใน “พระราชวังบวรสถานมงคล” ด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของหมู่พระวิมาน

กระทั่ง พ.ศ. 2470 สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เสด็จประพาสพิพิธภัณฑสถาน ทอดพระเนตรเห็นพระตำหนักแดงชำรุดทรุดโทรม ทรงปรารภว่าเป็นของโบราณสร้างอย่างประณีตพร้อมกับกรุงรัตนโกสินทร์ และเคยเป็นพระตำหนักของสมเด็จพระไปยิกา และสมเด็จพระอัยยิกา กับทั้งสมเด็จพระปิตุลาธิราชเจ้ามาแต่ก่อน

สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าจึงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อปฏิสังขรณ์ พระตำหนักโบราณ ให้กลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดีเช่นเดิม

เมื่อปฏิสังขรณ์แล้วเสร็จใน พ.ศ. 2471 สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าได้เสด็จมาบำเพ็ญพระกุศลฉลองพระตำหนักแดง เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมายุ 66 พรรษา

จวบจน พ.ศ. 2506 กรมศิลปากรได้บูรณะและย้ายพระตำหนักแดงจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ด้านหลังหมู่พระวิมาน มาตั้งทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ด้านหน้าหมู่พระวิมาน เช่นที่เห็นทุกวันนี้

ปัจจุบัน ภายในพระตำหนักแดงจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ของเจ้านายโบราณ ได้แก่ สิ่งของส่วนพระองค์ของสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี และเครื่องเรือนของใช้ในสมัยรัตนโกสินทร์ เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์น่าชมในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 11 มิถุนายน 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “พระตำหนักแดง” พระตำหนักโบราณ อายุเท่ากรุงรัตนโกสินทร์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...