AGI จะมาเมื่อไหร่ จะเกิดอะไรขึ้นหลัง AI เก่งเกินคน ? ส่องความเห็นล่าสุดจากผู้เชี่ยวชาญ AI ชั้นนำ
AGI ปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป ที่หลายคนว่ากันว่าจะเป็น AI ที่เหมือนมนุษย์มากที่สุด และอาจเหนือมนุษย์มากที่สุด เมื่อก่อนอาจเป็นเรื่องที่ดูไกลตัวจนเหมือนหลุดมาจากในหนัง แต่ในตอนนี้เราอาจต้องคิดใหม่อีกครั้งหลังโลกได้เห็นการตื่นตัวของ Generative AI ที่จะเป็นตัวเร่งปฏิกริยาเพื่อให้ AGI เกิดขึ้นในอีกแค่ 3 ปีนับจากนี้
AGI จะมาเมื่อไหร่ ?
“โอกาสที่เราจะมีปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (AGI) ภายในปี 2027 นั้นดูมีแนวโน้มเป็นไปได้อย่างน่าทึ่ง”
ประโยคเปิดหัวจาก Essay ของ Leopold Aschenbrenner อดีตนักวิจัยจาก OpenAI บริษัทผู้สร้าง ChatGPT ที่ได้เขียนบทความยาวเกือบสองร้อยหน้า เพื่อบอกเล่าถึงอนาคตของ AI ในอีกทศวรรษข้างหน้า Aschenbrenner มองว่า การพัฒนาจากโมเดล GPT-2 ไปเป็น GPT-4 ของ OpenAI เปรียบเหมือนความสามารถที่ก้าวกระโดดของเด็กวัยก่อนเรียน ไปเป็นเด็ก ม.ปลายที่ฉลาด
GPT-2 = เด็กก่อนวัยเรียน : ใช้ภาษาพอได้ ตอบคำถามง่ายๆ ถูกเป็นบางครั้ง พูดคำที่สอดคล้อง และคล้องจองกัน
GPT-3 = เด็กประถม : เล่าเรื่องราวได้สมบูรณ์มากขึ้น เขียนโค้ดพื้นฐานเป็น คำนวนเลขคณิตได้ พูดเป็นภาษาคนมากขึ้น เก่งพอจะเอาไปช่วยงานพื้นฐานด้านการตลาด และ SEO
GPT-4 = นักเรียน ม. ปลาย : เริ่มคิด และใช้เหตุผลได้ เขียนโค้ดซับซ้อนเป็น เล่าเรื่องราวที่มีหัวข้อซับซ้อนได้อย่างชาญฉลาด แก้โจทย์ทางคณิตย์ศาสตร์ที่ยากระดับ ม.ปลาย ทำข้อสอบ AP, SAT ได้ดีกว่าเด็ก ม.ปลายส่วนใหญ่
OpenAI เลี้ยง AI จากวัยก่อนเรียน ให้กลายเป็นเด็ก ม.ปลายอัจฉริยะด้วยเวลาเพียงแค่ 4 ปีเท่านั้น และในอีก 4 ปีข้างหน้า AI จะพัฒนาแบบ ‘ก้าวกระโดดครั้งใหญ่’ และครั้งนี้อาจพาเราไปสู่ อาจนำพาเราไปสู่ปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (AGI) หรือโมเดล AI ที่มีความฉลาดเทียบเท่าระดับปริญญาเอกหรือผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งสามารถทำงานร่วมกับเราได้อย่างใกล้ชิด
ทางฝั่ง ทางด้าน Ray Kurzweil ผู้ที่ Bill Gates ยกย่องว่าเป็นผู้ที่ทำนายอนาคต AI ได้แม่นยำที่สุด คาดการณ์มาตั้งแต่ปี 1994 ว่าAI จะเทียบเท่า หรือฉลาดกว่ามนุษย์ในปี 2029 ซึ่งในปีนี้ก็ยังคงยืนยันคำเดิมแม้ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนผ่านไปมากแล้วก็ตาม
แต่หากมองอีกมุม AGI ก็อาจยังต้องรออีกนาน
Yann LeCun นักวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ชื่อดังจาก Meta เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับอนาคตของ AGI เอาไว้ว่า แม้ AGI จะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่จะไม่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ และโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ที่ใช้กันทุกวันนี้ ก็ไม่ใช่โมเดลเดียวที่จะเข้าสู่จุด AGIซึ่งหมายความว่าหนทางสู่ AGI ยังต้องพึ่งเทคโนโลยีอีกหลายอย่าง ไม่ใช่เฉพาะแค่ AI ที่เห็นใน ChatGPT อย่างทุกวันนี้
Yann LeCun - Credit : Meta
“ผมไม่ชอบเรียกมันว่า AGI เพราะปัญญาประดิษฐ์ทั่วไปยังไม่ใกล้เคียงกับปัญญาของมนุษย์เลย”
“สิ่งมีชีวิตอัจฉริยะมีลักษณะเฉพาะที่ระบบปัญญาประดิษฐ์ในปัจจุบันยังไม่มี เช่น ความเข้าใจโลกกายภาพ, การวางแผนลำดับขั้นตอนเพื่อไปสู่เป้าหมาย และการใช้เหตุผลในระยะเวลานาน ทารกเรียนรู้วิธีการทำงานของโลกภายในไม่กี่เดือนแรกของการใช้ชีวิต แต่นักวิจัยยังไม่รู้วิธีการสร้างปัญญาประดิษฐ์ที่ทำแบบนี้ได้”
LeCun อธิบายต่อว่า ต่อให้นักวิจัยสามารถสร้างเทคนิคเพื่อ AI เรียนรู้ ‘โมเดลโลก’ ผ่านการสังเกตสิ่งต่างๆ รอบตัว ควบคู่ไปกับการวางแผน รวมถึงระบบความจำระยะสั้น แม้จะสร้าง AI ที่ฉลาดได้ แต่ก็ ‘ฉลาดระดับแมวเท่านั้น’ กว่าที่เราจะมี AI ฉลาดทัดเทียมมนุษย์ ต้องผ่านการสร้าง AI ระดับง่ายๆ แบบนี้ให้ได้ก่อน ซึ่งตอนนี้เรายังห่างไกลจากจุดนั้นมาก
จะเกิดอะไรต่อหลัง AI เก่งเกินมนุษย์ ?
อีกหนึ่งคำทำนายของ Kurzweil ในปี 2045 โลกจะไปถึงจุดที่เรียกว่า 'Singularity' ที่ AI จะทรงพลังมากจนกลายเป็นปัญญาเหนือมนุษย์ และอาจไปถึงจุดที่ AI อยู่นอกการควบคุม
Aschenbrenner ก็มีมุมมองคล้ายกัน โดยมองว่าหลังจาก AGI เกิดขึ้น โลกไปจะสู่จุดที่เรียกว่า ‘การระเบิดของปัญญา’ (Intelligence Explosion) โดยเป็นจุดที่ AI หลายร้อยล้านตัวเข้ามาช่วยขับเคลื่อนงานวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ ราวกับมีความสามารถเทียบเท่านักวิจัยมนุษย์ 100 ล้านคน และเร็วกว่ามนุษย์ 10 เท่า คอยทำงานตลอด 24 ชั่วโมง หรือพูดง่ายๆ คือ ‘ในไม่ช้า AI จะพัฒนาตัวเองแบบย้อนกลับในระดับที่คนไม่มีทางตามทัน’
ยกตัวอย่าง AlphaGo ซึ่งเป็น AI ที่เล่นโกะได้เก่งที่สุด ก็เริ่มต้นด้วยการเล่นจากมนุษย์ที่เก่งที่สุด แต่หลังจากนั้น AI ก็เริ่มเล่นกับตัวเอง พัฒนาอย่างรวดเร็วกลายเป็น AI ระดับเหนือมนุษย์ เล่นโกะด้วยกลยุทธ์ที่ซับซ้อน และสร้างสรรค์อย่างที่มนุษย์คิดไม่ถึง
การมี AI นี้อาจจะเร่งความเร็วแนวโน้มที่มีอยู่ของความก้าวหน้าทางอัลกอริทึมได้อย่างมากมาย ทำให้ความก้าวหน้าในรอบ 10 ปีสามารถเกิดขึ้นได้ภายใน 1 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่ Aschenbrenner จะเป็นก้าวสำคัญของโลกที่ทำให้เราเห็นนวัตกรรมที่เราคิดไม่ถึง และไม่อาจจินตนาการได้
หลังเกิด AGI บางฝ่ายอาจมองว่า มนุษย์จะรวมร่างกับ AI มนุษย์จะผสานรวมกับเทคโนโลยีที่มีอยู่เป็นอย่างเดียวกัน หรือบางคนก็มองว่า AI จะเก่งเหนือการควบคุมจนครองโลก แต่ในอีกมุมเราก็อาจไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น
Credit : TED
“ถ้าโลกเราไปถึงจุด Singularity ผมยังต้องกินข้าวเช้าอยู่หรือเปล่า ?” พิธีกรรายหนึ่งถาม Kurtzweil
"มันเหมือนกับการถามหนูว่าชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์เป็นอย่างไร พวกมันจะนึกภาพไม่ออก" Kurtzweil ตอบ
“มันอยู่นอกเหนือขอบเขตความคิดของเรา การทำนายว่าชีวิตในปี 2045 จะเป็นอย่างไรนั้น เป็นเรื่องยากมาก”
อ้างอิง : Essay เรื่อง Situational Awareness, Time (1) (2), TechTheLead