สาวฟ้องคาเฟ่แมว เหตุเล่นกับแมว แล้วโดนกัด ร้านแจงอีกมุม
จากกรณีที่เพจคาเฟ่แมวสไตล์ญี่ปุ่น “Mohu Mohu Café คาเฟ่แมว” ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “ลำดับเหตุการณ์คดีฟ้องร้องคาเฟ่แมว Mohu Mohu Café
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2567 โจทก์ได้มาที่ Mohu Mohu Cafe เพื่อใช้บริการ ทางร้านจึงแจ้งโจทก์เกี่ยวกับข้อตกลงการใช้บริการ และแจ้งว่าแมวอาจกัดหรือข่วนได้ เมื่อแจ้งเงื่อนไขการใช้บริการเรียบร้อยแล้ว จึงให้โจทก์เข้าใช้บริการได้
ในวันเดียวกัน ระหว่างที่โจทก์ใช้บริการคาเฟ่อยู่ที่ชั้น 3 ซึ่งเป็นส่วนที่ทางคาเฟ่ใช้เป็นห้องแมว โจทก์ได้ทำการเล่นกับแมวชื่อเรนะ เรนะได้ขึ้นไปบนกระโปรงของโจก์และมีการกัดกระโปรงของโจทก์เล่น หลังจากนั้นโจทก์ได้ใช้กระโปรงในการเล่นกับเรนะ แต่เกิดความผิดพลาดทำให้ถูกเรนะกัดที่กระโปรง
หลังจากที่โจทก์ถูกแมวชื่อเรนะกัด โจทก์ได้เดินลงมาที่ชั้น 1 เพื่อแจ้งกับพนักงานว่าได้รับบาดเจ็บจากการถูกแมวกัด พนักงานจึงได้ทำการปฐมพยาบาลทันที ด้วยการทายาล้างแผลและติดพลาสเตอร์ให้กับโจทก์ และทางพนักงานได้แจ้งกับโจทก์ว่าแมวทุกตัวของทางร้านมีการฉีดวัคซีนกันพิษสุนัขบ้าและวัคซีนอื่น ๆ อย่างครบถ้วนแก่โจทก์
หลังจากที่พนักงานร้านได้ทำการปฐมพยาบาลให้โจทก์เสร็จแล้ว โจทก์ได้ทำการยืมผ้ากันเปื้อนจากทางร้านเพื่อไปเล่นกับแมวที่ชั้น 3 อีกเป็นเวลาประมาณ 50 นาที
จากนั้นเมื่อโจทก์ใช้บริการเสร็จ โจทก์เดินลงมาที่ชั้น 1 เพื่อทำการจ่ายเงินกับเจ้าของร้านซึ่งเป็นจำเลย และจำเลยได้มีการถามโจทก์ว่าถูกกัดมาหรือเปล่า? โจทก์ได้แจ้งว่าแมวอาจจะคิดว่ากระโปรงคือทิชชู่จึงกัด หลังจากนั้นโจทก์ได้ทำการชำระค่าใช้บริการและออกจากร้านไป
ภายในวันเดียวกันเวลา 17.00 น. ลูกค้าโทรติดต่อเข้ามาที่ร้านและถามว่า แมวได้มีการฉีดวัคซีนหรือไม่และมีใบรับรองการฉีดวัคซีนหรือไม่? ซึ่งคาเฟ่ได้ตอบว่ามีการฉีดวัคซีนและมีใบรับรอง
หลังจากนั้นในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 19.16 น. ลูกค้ามีการส่งข้อความผ่านอินสตาแกรมของทางร้าน และบอกให้ทางร้านตอบกลับภายใน 1 วัน แต่คาเฟ่ไม่ได้ตอบกลับในเวลาที่ลูกค้าต้องการ เนื่องจากคาเฟ่ไม่ได้ตั้งค่าการแจ้งเตือนของแอปฯ ดังกล่าวเอาไว้ จึงถูกลูกค้าตำหนิว่าละเลยและไม่มีความรับผิดชอบต่อกรณีที่เกิดขึ้น
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจโทรติดต่อมาที่ร้านและแจ้งว่าลูกค้าต้องการดำเนินคดีกับคาเฟ่ โดยลูกค้าแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เจ้าของร้านไม่ตอบกลับข้อความในอินสตาแกรม และข้อความในเพจเฟซบุ๊ก รวมถึงมีการโทรติดต่อมาที่ร้านแล้วแต่กลับถูกคาเฟ่ละเลย แต่ในความเป็นจริงลูกค้าส่งข้อความมาแค่ในอินสตาแกรมเพียงที่เดียวเท่านั้น และยังโทรติดต่อเข้ามาหาคาเฟ่ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ เพียงครั้งเดียว
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งคาเฟ่ว่าให้ไปที่สถานีตำรวจในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ทันที แต่เนื่องด้วยคาเฟ่ไม่สะดวกที่จะไปพบตำรวจในวันและเวลาดังกล่าว เนื่องจากเป็นวันที่ร้านมีลูกค้าเยอะที่สุด คาเฟ่จึงไม่ได้ออกจากร้านไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่คาเฟ่แจ้งเจ้าหน้าตำรวจ สน.บางรัก ขอว่าให้มาที่ร้านที่เกิดเหตุได้หรือไม่? เพราะอยู่ห่างเพียง 240 เมตรจากสถานี แต่ถูกปฏิเสธ คาเฟ่จึงขอเบอร์โทรศัพท์เพื่อติดต่อกลับ แต่ก็ถูกลูกค้าปฏิเสธเช่นกัน
หลังจากวางสายโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ คาเฟ่ได้เข้าอินสตาแกรม เพื่อทำการอ่านข้อความของลูกค้าและตอบข้อความของลูกค้าทันที และลูกค้ากล่าวว่า “ไม่ต้องขอโทษแล้ว มันสายไปแล้ว”
วันที่ 11 พฤษภาคม 2567 คาเฟ่ได้รับหมายศาลจากกรณีที่เกิดขึ้น จึงได้ทำการรวบรวมข้อมูลหลักฐานเพื่อชี้แจงต่อศาล”
จากนั้น ทางร้านได้โพสต์ข้อความอีกว่า
“คำฟ้องโดยสรุป
สถานะโจทก์และจำเลย
โจทก์เป็นผู้รับบริการและผู้บริโภค
จำเลยเป็นบริษัทจำกัดที่ดำเนินกิจการคาเฟ่, ร้านกาแฟ และเบเกอรี่
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2567 โจทก์เข้าใช้บริการที่ Mohu Mohu Cafe และถูกแมวกัดและข่วน
โจทก์มีโรคประจำตัวที่ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บในทันที
จำเลยไม่ได้แสดงความเป็นห่วงหรือขอโทษโจทก์
โจทก์ต้องไปโรงพยาบาลเพื่อรักษาแผลและฉีดวัคซีน
การเจรจากับจำเลย
โจทก์ได้ติดต่อจำเลยผ่านทาง Instagram, Facebook และโทรศัพท์ แต่ไม่ได้รับคำตอบหรือคำขอโทษใด ๆ จากจำเลย
โจทก์แจ้งความที่สถานีตำรวจแต่จำเลยเพิกเฉยและไม่ยอมเจรจา
ความเสียหาย
โจทก์เสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ค่าเดินทาง และค่าเสียเวลา รวมเป็นเงิน 25,000 บาท
การฟ้องร้อง
โจทก์ต้องการให้ศาลบังคับจำเลยชำระค่าเสียหายรวม 25,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย 5% ต่อปี
โจทก์ต้องการให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเนื่องจากการละเมิดสิทธิและเพิกเฉยต่อการเจรจา”
หลังโพสต์ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก