Tencent หุ้นเทคยักษ์ใหญ่จีน เมื่อ “ธุรกิจเกม” กำลังฟื้นตัวโดดเด่น !!
Tencent Holdings Ltd. (Tencent) บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากจีน ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และเป็นเจ้าของแอปพลิเคชัน WeChat ที่มีผู้ใช้งานทั่วประเทศจีน รวมถึงยังเป็นผู้นำในธุรกิจหลากหลาย เช่น ธุรกิจเกม, Fintech และ Online Advertising
โดยในช่วงที่ผ่านมา Tencent ต้องเผชิญกับปัจจัยกดดันรอบด้าน ทั้งภาพรวมเศรษฐกิจจีนที่ฟื้นตัวช้า การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรม รวมถึงกฎระเบียบที่เข้มงวดของรัฐบาลจีน ทำให้บริษัทต้องเร่งปรับแผนการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างการฟื้นตัวในปี 2567
ซึ่งปัจจุบันเริ่มเห็นพัฒนาการเชิงบวกจากการปรับปรุงแผนธุรกิจแล้ว โดยเฉพาะการออกเกมใหม่อย่าง Dungeon & Fighter Mobile (DnF) ที่สร้างรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 1 ในจีนช่วง 30 วันแรกหลังการเปิดตัว นอกจากนี้ยังมีเกมใหม่ที่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลจีนอีกจำนวนมาก รวมถึงธุรกิจกลุ่มอื่นๆ ที่เริ่มเห็นการฟื้นตัวอีกด้วย
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุว่า เกม DnF สร้างรายได้กว่า 270 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับ Tencent ในช่วง 30 วันแรกหลังเปิดตัวในเดือนพ.ค. 67 ที่ผ่านมา จนปัจจุบันขึ้นเป็นเกมอันดับ 1 ทั้งในด้านยอดดาวน์โหลดและรายได้ ซึ่งสูงกว่าเกม Honor of Kings ที่เคยเป็นเกมทําเงินอันดับ 1 ของจีนมานาน
ถึงแม้ภาพการฟื้นตัวของธุรกิจหลักจะอาศัยรายได้จาก Ads ซึ่งค่อนข้างอิงกับภาพเศรษฐกิจจีน และในช่วงที่ผ่านมายังคงเป็นไปอย่างช้าๆ และชะลอตัว การออกเกมใหม่ รวมถึงการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่สูง ทําให้ภาพการฟื้นตัวยังเปราะบางและมีความเสี่ยง
แต่ฝ่ายวิเคราะห์เริ่มเห็นพัฒนาการเชิงบวกต่อการปรับปรุงแผนธุรกิจของ Tencent ที่คาดว่าจะช่วยหนุนภาพการฟื้นตัวในปี 2567 ได้ คือ 1. ธุรกิจเกม คาดรายได้จะฟื้นตัวและพลิกกลับมาเป็นบวกได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/67 โดยมีแนวโน้มเติบโตประมาณ 9.4% จากปีก่อน หนุนจากการรับรู้รายได้เกม DnF เข้าสู่ผลประกอบการ รวมถึงการออกเกมใหม่ที่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ซึ่งทางการจีนได้อนุมัติเกมใหม่ของ Tencent กว่า 11 เกม นอกจากนี้กลุ่มเกมในต่างประเทศยังเติบโตแกร่งเช่นกัน
2.ธุรกิจ Ads ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าส่วนแบ่งการตลาดโฆษณาเพิ่มขึ้นหลังจากปรับปรุงเทคโนโลยี ส่งผลให้มีอัตราการคลิกโฆษณาสูงขึ้นและปริมาณโฆษณาที่มากขึ้น นอกจากนี้ยังมองว่าแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นจะช่วยทําให้มีปริมาณโฆษณาเพิ่มขึ้นเช่นกัน
3.ธุรกิจ Fintech ขยายการให้บริการต่อเนื่อง ล่าสุด WeChat Pay HK มีการขยายบริการจ่ายค่ารถด้วย QR Code ไปยัง 13 เมืองใหม่ในจีน ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนปริมาณการชําระเงินโดยรวมให้เติบโตได้ และ 4. ธุรกิจคลาวด์ มองว่าจะได้รับประโยชน์จากความต้องการ AI ที่เพิ่มขึ้นในหลายอุตสาหกรรม ช่วยหนุนการใช้งาน HPC และ Cloud AI ของบริษัทให้เพิ่มขึ้นได้
ขณะเดียวกันหากพิจารณามูลค่าหุ้นในปัจจุบันถือว่าน่าสนใจ โดย P/E อยู่ที่ระดับ 15 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี ที่ 18 เท่า ประกอบกับเมื่อเทียบกับแนวโน้มการเติบโตของกําไรที่ 20% ในช่วง 2 ปีต่อจากนี้ ด้วยภาพนี้ทําให้ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าสามารถเก็งกําไรหุ้น Tencent ได้ พร้อมคาดหวังแนวโน้มธุรกิจที่ฟื้นตัวดีในปี 2567
นอกจากนี้ ฝ่ายวิเคราะห์มองการเติบโตที่ต่ำและแผนการซื้อหุ้นคืนกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง จะช่วยหนุนราคาหุ้นได้ ด้าน Bloomberg Consensus ให้ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 473.4 ดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งมี Upside ราว 28%