คาดร้านค้าเข้าร่วม ดิจิทัลวอลเล็ต 2 ล้าน แห่ง ใช้ซื้อของใน 7-11 ซีเจ ได้
คลังคาดมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต มากถึง 2 ล้านร้านค้า ใช้ซื้อของในร้านสะดวกซื้อ 7-11 ซีเจ ได้ กำหนดต้องใช้จ่ายแบบ face to face เท่านั้น กลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟนให้ใช้สิทธิผ่านบัตรประชาชน เปิดช่องทางพิเศษให้กลุ่มผู้ป่วยติดเตียง
24 ก.ค. 2567 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงานแถลงข่าวโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ตโครงการเพื่อประชาชน ครั้งที่ 1 ในส่วนของการใช้จ่ายเงินตามโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ดังนี้
1. การใช้จ่ายระหว่างประชาชนกับร้านค้า ประชาชนจะสามารถใช้จ่ายได้กับร้านค้า ขนาดเล็ก รวมถึงร้านสะดวกซื้อขนาดเล็ก โดยไม่รวมห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีก-ค้าส่งสินค้าขนาดใหญ่ระดับประเทศและระดับท้องถิ่น และในการซื้อสินค้า หากประชาชนมีที่อยู่ตามทะเบียนบ้านในอำเภอใด ก็ต้องซื้อสินค้าจากร้านค้าในอำเภอเดียวกันเท่านั้น และต้องซื้อขายแบบพบหน้า (Face to Face) ซึ่งคำว่าซื้อขายแบบพบหน้านี้ จะมีการตรวจสอบ
(1) ที่อยู่ของร้านค้าตามที่ลงทะเบียนโครงการฯ
(2) ที่อยู่ของประชาชนตามทะเบียนบ้านในขณะที่ลงทะเบียนโครงการฯ
(3) พิกัดที่อยู่ของประชาชนในขณะที่ใช้จ่ายกับร้านค้าต้องอยู่ในเขตอำเภอเดียวกัน การชำระเงินจึงจะสมบูรณ์
ส่วนของการใช้จ่ายในกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟนนั้น อยู่ระหว่างการพิจารณาให้ใช้สิทธิผ่านบัตรประจำตัวประชาชน แต่การใช้สิทธิซื้อสินค้าจากร้านค้าจะทำได้ในวงแคบกว่าการใช้สิทธิของประชาชนกลุ่มที่มีสมาร์ตโฟน เช่น ต้องมีการให้ร้านค้าบันทึกภาพของผู้ที่ใช้สิทธิจากบัตรประชาชน ดังนั้น การลงทะเบียนผ่านสมาร์ทโฟนจะสามารถใช้งานได้สะดวกกว่า จึงแนะนำให้พยายามลงทะเบียนผ่านทางสมาร์ทโฟนก่อนเป็นอันดับแรก
สำหรับผู้ป่วยติดเตียง จะใช้ขั้นตอนการลงทะเบียนรับสิทธิเหมือนกลุ่มปกติ ทั้งกลุ่มที่มีสมาร์ทโฟนหรือไม่มีสมาร์ทโฟน แต่กระบวนการใช้จ่ายเงินจะมีการเปิดช่องทางเป็นกรณีพิเศษสำหรับกลุ่มผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งจะมีความรัดกุมของระบบมากขึ้น โดยจะแถลงรายละเอียดในการแถลงข่าวครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นการ ชี้แจงวิธีการใช้จ่ายเงินในกลุ่มต่าง ๆ
2. การใช้จ่ายระหว่างร้านค้ากับร้านค้า ร้านค้าทุกประเภทสามารถซื้อขายสินค้าระหว่างกันได้ และไม่มีการกำหนดเงื่อนไขว่าต้องเป็นการซื้อขายแบบพบหน้า (Face to Face) จึงซื้อขายสินค้าระหว่างกันได้แม้จะอยู่ต่างพื้นที่
ทั้งนี้คาดว่าจะมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการดิจิทัลวอลเล็ตประมาณ 2 ล้านร้านค้า แบ่งเป็น
1.กลุ่มนิติบุคคลที่ขึ้นที่เบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จำนวน 9.1 แสนร้านค้า
2.กลุ่มร้านธงฟ้าและร้านอาหารธงฟ้าที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ จำนวน 1.98 แสนร้านค้า
3.กลุ่มร้านค้าโชวห่วย หาบเร่ แผงลอย ร้านอาหาร ร้านในตลาดนัด ซึ่งต้องขึ้นทะเบียนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย โดยคาดว่าจะเข้าร่วมโครงการประมาณ 4 แสนร้านค้า
4.กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ ซึ่งขึ้นทะเบียนไว้กับกระทรวงเกษตร ประมาณ 9.3 หมื่นร้านค้า
5.ห้างค้าส่ง ค้าปลีก ร้านสะดวกซื้อ ซึ่งขึ้นทะเบียนกับสมาคมค้าปลีกไทย ประมาณ 5 หมื่นร้านค้า
6.กลุ่มผู้ผลิต ห้าง ร้านค้าในเครือข่าย ร้านค้าในห้างสรรพสินค้า ซึ่งขึ้นทะเบียนกับสมาคมค้าปลีกไทย ประมาณ 5 แสนร้านค้า
“ดิจิทัลวอลเล็ตเป็นโครงการแรกของรัฐที่ดึงร้านค้าเข้าร่วมโครงการได้เป็นจำนวนมากไม่ต่ำกว่า 2 ล้านร้านค้า โดยสามารถใช้ซื้อสินค้ากับร้านสะดวกซื้อเช่น 7-11 หรือ ซีเจ และร้านสะดวกซื้ออื่นๆ ได้”
สำหรับประเภทสินค้าที่เข้าร่วมโครงการ สินค้าทุกประเภทสามารถเข้าร่วมโครงการฯ ได้ ยกเว้นสินค้า Negative List ได้แก่ สลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ กัญชา กระท่อม พืชกระท่อม ผลิตภัณฑ์กัญชาและกระท่อม บัตรกำนัล บัตรเงินสด ทองคำ เพชร พลอย อัญมณี น้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซธรรมชาติ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องมือสื่อสาร อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์อาจพิจารณาแก้ไขปรับปรุงรายการสินค้า Negative List เพิ่มเติมได้ ทั้งนี้ การใช้จ่ายภายใต้โครงการฯ จะไม่รวมถึงบริการต่าง ๆ