‘ค่าเงินบาท’ เปิดเช้านี้ที่ 32.34 บาท/ดอลลาร์ ‘แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย’ กรอบวันนี้ 32.25-32.50 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.34 บาท/ดอลลาร์ ‘แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย’ จากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.35 บาท/ดอลลาร์ ‘กรุงไทย’ ประเมินกรอบวันนี้ที่ 32.25-32.50 บาท/ดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทวันนี้เปิดตลาดที่ระดับ 32.34 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยและแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.35 บาทต่อดอลลาร์ โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทวันนี้ไว้ที่ 32.25-32.50 บาทต่อดอลลาร์
นับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทยังเคลื่อนไหวไร้ทิศทางชัดเจนในลักษณะ Sideways โดยแกว่งตัวในกรอบ 32.30-32.41 บาทต่อดอลลาร์ ระหว่างโซนแนวรับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ และแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์
เงินบาทมีจังหวะอ่อนค่าลงบ้างตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี รวมถึงจังหวะย่อตัวของราคาทองคำ หลังสหรัฐฯ รายงานดัชนีราคาผู้ผลิต หรือ PPI เดือนเมษายน พุ่งขึ้นแตะระดับ 6.0% สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ส่งผลให้นักลงทุนยังกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed อาจจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น โดยตลาดประเมินโอกาสราว 39% ที่ Fed อาจปรับขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งภายในปีนี้
อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ถูกจำกัดลง ก่อนที่ดอลลาร์จะเริ่มอ่อนค่าลงเล็กน้อย ท่ามกลางความคาดหวังต่อการเจรจาระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ในการประชุม Trump-Xi Summit ช่วงวันที่ 14-15 พฤษภาคม ซึ่งตลาดมองว่าอาจมีส่วนช่วยคลี่คลายสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางได้
ขณะเดียวกัน บรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินสหรัฐฯ ยังลดความน่าสนใจในการถือครองเงินดอลลาร์เพิ่มเติม ส่งผลให้ราคาทองคำสามารถรีบาวด์กลับขึ้นสู่โซน 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนให้เงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นบ้างในช่วงคืนที่ผ่านมา
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทในระยะสั้น Krungthai GLOBAL MARKETS ยังคงมองว่าเงินบาทมีความเสี่ยงแบบ Two-way risk หรือสามารถเคลื่อนไหวได้ทั้งแข็งค่าและอ่อนค่า ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนสูง
ในช่วงนี้เงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways ระหว่างแนวรับ 32.20-32.30 บาทต่อดอลลาร์ และแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ เพื่อรอติดตามผลการเจรจา Trump-Xi Summit ซึ่งอาจมีผลต่อทิศทางสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงความคาดหวังของตลาดต่อทิศทางราคาน้ำมันและสินทรัพย์เสี่ยง
อย่างไรก็ตาม ควรระวังความผันผวนของเงินบาท โดยเฉพาะฝั่งอ่อนค่า ในช่วงที่ตลาดทยอยรับรู้ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ หากตัวเลขเศรษฐกิจยังออกมาดีกว่าคาด อาจทำให้นักลงทุนยังไม่กลับมาเชื่อว่า Fed จะมีโอกาสลดดอกเบี้ยในปีนี้ จนกว่าจะเห็นความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมของการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ทั้งนี้ นายพูนมองว่า สถานการณ์ตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถขับเคลื่อนตลาดการเงินได้ทั้งสองทิศทาง ทำให้เงินบาทและสินทรัพย์อื่น ๆ ยังต้องเผชิญความผันผวนสูงกว่าปกติ ผู้เล่นในตลาดจึงควรใช้การประเมินสถานการณ์แบบ Scenario Analysis และพิจารณาใช้กลยุทธ์ Options เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
แม้เงินบาทจะกลับมาแข็งค่าขึ้นบ้าง แต่ Krungthai GLOBAL MARKETS ยังไม่ปรับเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางเงินบาท โดยยังมองว่าเงินบาทอยู่ในแนวโน้ม “อ่อนค่า” หรืออย่างน้อยแกว่งตัวไร้ทิศทางชัดเจนตามภาพทางเทคนิค จนกว่าเงินบาทจะแข็งค่าทะลุแนวรับสำคัญบริเวณ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจนในกรอบรายสัปดาห์ จึงจะเริ่มประเมินใหม่ว่าเงินบาทมีโอกาสกลับเข้าสู่แนวโน้มแข็งค่าอีกครั้ง