โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘ค่าเงินบาท’ เปิดเช้านี้ที่ 32.34 บาท/ดอลลาร์ ‘แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย’ กรอบวันนี้ 32.25-32.50 บาท/ดอลลาร์

Businesstoday

อัพเดต 14 พ.ค. เวลา 09.42 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. เวลา 02.41 น. • Businesstoday

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.34 บาท/ดอลลาร์ ‘แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย’ จากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.35 บาท/ดอลลาร์ ‘กรุงไทย’ ประเมินกรอบวันนี้ที่ 32.25-32.50 บาท/ดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทวันนี้เปิดตลาดที่ระดับ 32.34 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยและแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.35 บาทต่อดอลลาร์ โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทวันนี้ไว้ที่ 32.25-32.50 บาทต่อดอลลาร์

นับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทยังเคลื่อนไหวไร้ทิศทางชัดเจนในลักษณะ Sideways โดยแกว่งตัวในกรอบ 32.30-32.41 บาทต่อดอลลาร์ ระหว่างโซนแนวรับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ และแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์

เงินบาทมีจังหวะอ่อนค่าลงบ้างตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี รวมถึงจังหวะย่อตัวของราคาทองคำ หลังสหรัฐฯ รายงานดัชนีราคาผู้ผลิต หรือ PPI เดือนเมษายน พุ่งขึ้นแตะระดับ 6.0% สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ส่งผลให้นักลงทุนยังกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed อาจจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น โดยตลาดประเมินโอกาสราว 39% ที่ Fed อาจปรับขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งภายในปีนี้

อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ถูกจำกัดลง ก่อนที่ดอลลาร์จะเริ่มอ่อนค่าลงเล็กน้อย ท่ามกลางความคาดหวังต่อการเจรจาระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ในการประชุม Trump-Xi Summit ช่วงวันที่ 14-15 พฤษภาคม ซึ่งตลาดมองว่าอาจมีส่วนช่วยคลี่คลายสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางได้

ขณะเดียวกัน บรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินสหรัฐฯ ยังลดความน่าสนใจในการถือครองเงินดอลลาร์เพิ่มเติม ส่งผลให้ราคาทองคำสามารถรีบาวด์กลับขึ้นสู่โซน 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนให้เงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นบ้างในช่วงคืนที่ผ่านมา

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทในระยะสั้น Krungthai GLOBAL MARKETS ยังคงมองว่าเงินบาทมีความเสี่ยงแบบ Two-way risk หรือสามารถเคลื่อนไหวได้ทั้งแข็งค่าและอ่อนค่า ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนสูง

ในช่วงนี้เงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways ระหว่างแนวรับ 32.20-32.30 บาทต่อดอลลาร์ และแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ เพื่อรอติดตามผลการเจรจา Trump-Xi Summit ซึ่งอาจมีผลต่อทิศทางสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงความคาดหวังของตลาดต่อทิศทางราคาน้ำมันและสินทรัพย์เสี่ยง

อย่างไรก็ตาม ควรระวังความผันผวนของเงินบาท โดยเฉพาะฝั่งอ่อนค่า ในช่วงที่ตลาดทยอยรับรู้ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ หากตัวเลขเศรษฐกิจยังออกมาดีกว่าคาด อาจทำให้นักลงทุนยังไม่กลับมาเชื่อว่า Fed จะมีโอกาสลดดอกเบี้ยในปีนี้ จนกว่าจะเห็นความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมของการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ทั้งนี้ นายพูนมองว่า สถานการณ์ตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถขับเคลื่อนตลาดการเงินได้ทั้งสองทิศทาง ทำให้เงินบาทและสินทรัพย์อื่น ๆ ยังต้องเผชิญความผันผวนสูงกว่าปกติ ผู้เล่นในตลาดจึงควรใช้การประเมินสถานการณ์แบบ Scenario Analysis และพิจารณาใช้กลยุทธ์ Options เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

แม้เงินบาทจะกลับมาแข็งค่าขึ้นบ้าง แต่ Krungthai GLOBAL MARKETS ยังไม่ปรับเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางเงินบาท โดยยังมองว่าเงินบาทอยู่ในแนวโน้ม “อ่อนค่า” หรืออย่างน้อยแกว่งตัวไร้ทิศทางชัดเจนตามภาพทางเทคนิค จนกว่าเงินบาทจะแข็งค่าทะลุแนวรับสำคัญบริเวณ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจนในกรอบรายสัปดาห์ จึงจะเริ่มประเมินใหม่ว่าเงินบาทมีโอกาสกลับเข้าสู่แนวโน้มแข็งค่าอีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...