โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ศบก.แถลง ประเมินความเสี่ยง-แผนยืนระยะหลังสถานการณ์ตะวันออกกลางไม่แผ่ว

สวพ.FM91

อัพเดต 31 มี.ค. เวลา 09.07 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. เวลา 09.07 น.

ศบก.แถลง ประเมินความเสี่ยง-แผนยืนระยะหลังสถานการณ์ตะวันออกกลางไม่แผ่ว ทีมไทยแลนด์ ผนึกกำลังไทยช่วยไทย ส่องมาตรการนานาชาติเตรียมรับ new normal

วันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลา 11.05 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นางสาวณัฏฐา มหัทธนา โฆษก ศบก. นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และนางสาวกนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์และรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ ร่วมแถลงมาตรการรับมือสถานการณ์พลังงานและค่าครองชีพ
นางสาวณัฏฐา มหัทธนา โฆษก ศบก. ชี้แจงว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดและยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนอกจากช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกปิดแต่ไทยยังสามารถเจรจาให้เรือผ่านได้แล้ว ยังมีความเสี่ยงใหม่เพิ่มขึ้นที่ช่องแคบบับเอลมันเดบในบริเวณทะเลแดง ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าและน้ำมันที่สำคัญ กระทรวงการต่างประเทศจึงได้ทำงานร่วมกับกระทรวงพลังงานเพื่อเป็นหน่วยงานหลักในการเจรจาจัดหาน้ำมันจากแหล่งใหม่ๆ ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้ประเมินความเสี่ยงในการจัดหาน้ำมันเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับที่ 1 ผลกระทบไม่รุนแรงแต่การเดินเรืออาจช้าลง ระดับที่ 2 ช่องแคบฮอร์มุซปิดเกิน 1 เดือนแต่ยังคงนำเข้าน้ำมันดิบได้และโรงกลั่นสามารถปรับตัวได้ และระดับที่ 3 ขั้นสูงสุดคือไม่สามารถนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางได้ทั้งหมดและความต้องการสูงเกินกำลังการผลิตของโรงกลั่น ปัจจุบันประเทศไทยประเมินสถานการณ์อยู่ในระดับที่ 2.2 ซึ่งปัญหาจะยังไม่คลี่คลายภายใน 1 เดือน และมีโอกาสขยับขึ้นหรือลงได้ตามสถานการณ์การสู้รบ รัฐบาลได้นำมาตรการระดับที่ 1 และ 2 มาใช้แล้ว เช่น การจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่น การปรับกำลังการผลิตของโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่ง ให้ทำงานเต็มขีดจำกัดที่ 109 - 110 เปอร์เซ็นต์ การเพิ่มสัดส่วนผสมเชื้อเพลิงชีวภาพเพื่อลดการนำเข้าน้ำมันดิบ การจำกัดการส่งออก และการสนับสนุนให้ทำงานที่บ้าน พร้อมทั้งเตรียมแผนรองรับหากสถานการณ์ยกระดับสู่ระดับที่ 3 ไว้เรียบร้อยแล้ว
กรณีน้ำมันดีเซล B20 ปัจจุบันมีรถบรรทุกและรถกระบะที่รองรับได้ 15 ยี่ห้อ ประชาชนสามารถตรวจสอบรถยนต์ของตนว่าสามารถรองรับได้หรือไม่จากสัญลักษณ์ที่ฝาถังน้ำมัน หรือตรวจสอบรุ่นรถผ่านเว็บไซต์ของกรมธุรกิจพลังงาน (www.doeb.go.th) ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าน้ำมัน B20 ในประเทศไทยมีคุณภาพได้มาตรฐานและไม่ส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์หากใช้กับรถที่บริษัทผู้ผลิตให้การรับรอง แต่หากรถยนต์ไม่รองรับ ขอแนะนำว่าไม่ควรนำมาเติมอย่างเด็ดขาด

ปัจจุบันประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้ยกระดับมาตรการรับมือวิกฤตพลังงานแล้ว ยกตัวอย่างเช่น ประเทศเกาหลีใต้ได้จำกัดการใช้รถยนต์ของภาคราชการ 5 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยประหยัดน้ำมันได้กว่า 3,000 บาร์เรลต่อวัน และมีแผนขยายบังคับใช้กับรถยนต์ส่วนบุคคล รวมถึงมีนโยบายให้ทำงานที่บ้าน การเข้างานแบบเหลื่อมเวลา การสลับวันขับรถตามเลขทะเบียน การเดินหรือใช้จักรยานในระยะทางใกล้ การปรับอุณหภูมิเครื่องทำความร้อน และการลดระยะเวลาการอาบน้ำอุ่น ขณะที่ประเทศฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรมีมาตรการอุดหนุนราคาน้ำมันเฉพาะกลุ่ม และเตรียมงบประมาณช่วยเหลือครัวเรือนที่มีรายได้น้อย ส่วนประเทศจอร์แดนได้สั่งห้ามใช้เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำร้อนในหน่วยงานรัฐ และห้ามใช้รถหลวง ด้านประเทศฟิลิปปินส์ถือเป็นประเทศแรกที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติจากวิกฤตพลังงานเพื่อใช้กฎหมายบังคับอย่างเข้มข้น และประเทศอียิปต์ได้สั่งให้พนักงานบางส่วนทำงานทางไกล ชะลอโครงการของรัฐ และให้ร้านค้าปิดให้บริการเร็วขึ้นตั้งแต่เวลา 21.00 น.
กระทรวงพาณิชย์ได้ลงพื้นที่ติดตามและสอดส่องการติดป้ายราคาสินค้า รวมถึงควบคุมราคาสินค้าอย่างเข้มงวด หากประชาชนพบเห็นการขึ้นราคาหรือไม่ติดป้ายแสดงราคา สามารถแจ้งเบาะแสได้ทันทีที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 นอกจากนี้ ในวันพรุ่งนี้ (1 เม.ย.69) รมว.พาณิชย์ นางศุภจีฯ จะมีการเปิดตัวโครงการ "ไทยช่วยไทย" ซึ่งเป็นความร่วมมือกับภาคเอกชนและห้างค้าปลีกสมัยใหม่ เช่น แม็คโคร โลตัส ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต และโกโฮลเซลล์ เพื่อจัดโปรโมชันลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคหลากหลายชนิด ถือเป็นมาตรการที่เป็นรูปธรรมและเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจาก ความร่วมมือของทีมไทยแลนด์ในการช่วยบรรเทาภาระของประชาชนให้ก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน
คำถามจากสื่อมวลชน

• แผนรองรับวิกฤตพลังงานระดับ 3 ของกระทรวงพลังงาน ดำเนินการอย่างไร

นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน ชี้แจงถึงแผนรองรับวิกฤตพลังงานระดับ 3 ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่การจัดหาน้ำมันไม่สามารถทำได้ตามความต้องการ เนื่องจากผลกระทบของการปิดช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดง ว่าหากซัพพลายน้ำมันหายไปจากตลาดจนเกิดการขาดแคลน รัฐบาลได้เตรียมแผนการบริหารจัดการการใช้น้ำมันอย่างเข้มงวด โดยจะใช้มาตรการปันส่วนน้ำมันเพื่อจัดลำดับความสำคัญให้หน่วยงานที่จำเป็นก่อน เช่น โรงพยาบาลและรถพยาบาล ควบคู่ไปกับการจำกัดการใช้พลังงานในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การกำหนดเวลาเปิด-ปิดสถานีบริการน้ำมัน การควบคุมการเปิด-ปิดไฟ และการปรับเวลาให้บริการของห้างสรรพสินค้า เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณพลังงานที่มีอยู่
โฆษก ศบก. กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ปัจจุบันประเทศคู่ขัดแย้งจะได้รับความกดดันจากทั่วโลก ซึ่งอาจช่วยลดระดับสถานการณ์ลงได้ แต่รัฐบาลไทยมีความจำเป็นต้องเตรียมแผนรับมือสำหรับสถานการณ์สมมติที่เลวร้ายที่สุดเอาไว้ล่วงหน้า เพื่อความไม่ประมาท

• สาเหตุของการประกาศปรับราคาน้ำมันกลางดึก และแนวทางการแจ้งเตือนประชาชนเป็นอย่างไร

โฆษก ศบก. อธิบายว่า การไม่ประกาศปรับราคาน้ำมันล่วงหน้าเป็นการป้องกันการกักตุนสินค้า
และหลีกเลี่ยงปัญหาน้ำมันขาดแคลนหน้าสถานีบริการ นอกจากนี้ ปัจจุบันราคาน้ำมันหน้าปั๊มของไทยอยู่ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบทั้งหมด หากไม่มีการปรับราคาให้สะท้อนความเป็นจริงจะนำไปสู่ความพยายามในการลักลอบส่งออกเพื่อทำกำไร รัฐบาลตระหนักถึงผลกระทบต่อประชาชนและเตรียมความช่วยเหลือโดยมุ่งเน้นกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อยเป็นอันดับแรก

นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ชี้แจงเพิ่มเติมว่าปัจจุบันราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกมีความผันผวนสูงมาก ราคาในช่วงกลางวันและกลางคืนมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) จึงจำเป็นต้องรอให้ตลาดสิงคโปร์ปิดและปล่อยราคาน้ำมันออกมาก่อนในช่วง 19.00 - 20.00 น. เพื่อนำมาคำนวณโครงสร้างราคาเป็นเงินบาท พร้อมทั้งพิจารณาสถานะกองทุนและผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน ทำให้การออกประกาศชดเชยราคาต้องดำเนินการในช่วง 20.30 - 21.00 น. ของทุกวัน ทั้งนี้ นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู ย้ำว่า กระทรวงพลังงานติดตามสถานการณ์เป็นรายวันและไม่สามารถคาดเดาการขึ้นลงของราคาล่วงหน้าได้ จึงต้องตัดสินใจในช่วงที่ตลาดปิดแล้วเท่านั้น
• สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และความคืบหน้ามาตรการช่วยเหลือประชาชนเป็นอย่างไร

นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เปิดเผยสถานะล่าสุดของกองทุนฯ ว่าปัจจุบันกองทุนได้ช่วยรับภาระชดเชยราคาอย่างเต็มที่ ตัวอย่างเช่น การปรับขึ้นราคา 1.80 บาท/ลิตร
กองทุนได้เพิ่มการชดเชยให้อีก 2.90 บาท/ลิตร ส่งผลให้ขณะนี้กองทุนมีเงินไหลออกประมาณวันละ 1,500 ล้านบาท และมีสถานะติดลบสะสมอยู่ที่ 42,000 ล้านบาท ซึ่งการบริหารจัดการกระแสเงินสดด้วยการกู้เงินเพิ่มเติมนั้น มีขั้นตอนทางกฎหมายที่ต้องผ่านการพิจารณาอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี

ท้ายนี้ โฆษก ศบก. ชี้แจงถึงความล่าช้าของมาตรการช่วยเหลือ เช่น การเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และการพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ว่าปัจจุบันประเทศอยู่ในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ทำให้คณะรัฐมนตรีชุดเดิมไม่สามารถประชุมเพื่ออนุมัติงบประมาณหรือมาตรการทางกฎหมายได้ ต้องรอจนกว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะแถลงนโยบายต่อรัฐสภา อย่างไรก็ตาม ทันทีที่กระบวนการเสร็จสิ้น รัฐบาลจะเร่งดำเนินการอนุมัติมาตรการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วที่สุด ทั้งนี้ สำหรับข้อเสนอแนะเรื่องการนำค่าโดยสารรถไฟฟ้าสาธารณะไปลดหย่อนภาษี ทาง ศบก. จะรับฟังและนำไปเสนอต่อกระทรวงคมนาคมเพื่อตอบคำถามต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...