เคาะพรก.กู้4แสนล้าน5พค.
"อนุทิน" ยืนยัน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เข้า ครม. 5 พ.ค. ลั่น “เราพูดแล้วทำ” ด้าน "เอกนิติ" ลุยชง ครม.ไฟเขียวพร้อมเดินหน้าโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" อัดฉีดคนละครึ่งพลัส-เติมเงินบัตรคนจน ส่วน พ.ร.บ.โอนงบประมาณยังไม่จบ สำนักงบฯ-บัญชีกลางยังเร่งสรุปตัวเลขจริง หลังคาดได้ไม่เกิน 5 หมื่นล้านบาท ลุ้นชง ครม. สัปดาห์หน้า
เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวภายหลังการประชุม สส.พรรคประจำสัปดาห์ว่า เป็นการประชุม สส.รวมถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของพรรค ภท. เพื่อให้ทุกคนรับทราบและเข้าใจ สนับสนุนในสิ่งที่พรรค ภท.จะเสนอในสภาผู้แทนราษฎร และเป็นสิ่งที่จะเป็นวาระในที่ประชุม ครม.วันที่ 5 พ.ค.ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ
เมื่อถามว่า พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อรับมือผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลาง จะเข้าที่ประชุม ครม.วันที่ 5 พ.ค.หรือไม่ นายกฯ ตอบว่า “เข้าครับ ก็เราพูดแล้วทำ“
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีสวนดุสิตโพลรายงานผลสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง ที่ล่าสุดนายอนุทินมีคะแนนนำ เป็นนักการเมืองโดดเด่นเป็นอันดับหนึ่ง โดยนายอนุทิน ไม่ตอบคำถาม ทำเพียงยิ้มพร้อมพนมมือเหนือศีรษะและพูดว่าสาธุ จากนั้นเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที
ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะเสนอให้ที่ประชุม ครม.ในวันที่ 5 พ.ค. 2569 พิจารณาร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน เพื่อใช้ดูแลและเยียวยาประชาชนจากผลกระทบในขณะนี้ ส่วนกรอบวงเงินที่จะขอกู้จะเป็นเท่าไหร่นั้นยังไม่สมารถเปิดเผยได้ ขณะที่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณ 2569 นั้น ยังไม่สามารถเสนอให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาได้ทันในครั้งนี้ เนื่องจากสำนักงบประมาณและกรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างการเร่งสรุปตัวเลขงบประมาณที่จะโอนได้จริงว่าเป็นจำนวนเท่าไร โดยเบื้องต้นคาดว่าจะเสนอให้ ครม.เห็นชอบในการประชุมครั้งต่อไป
ด้านแหล่งข่าวจากทำเนียบฯ เปิดเผยว่า คาดว่ากระทรวงการคลังจะเสนอกรอบ พ.ร.ก.กู้เงินเท่ากับช่วงที่เกิดวิกฤตโควิด-19 คือไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ซึ่งกระบวนการกู้จะเป็นการกู้ตามความจำเป็นที่ใช้จริง จะไม่กู้มากองไว้ โดยหลังจาก ครม.เห็นชอบ พ.ร.ก.กู้เงินแล้ว หลังจากนั้นกระทรวงการคลังจะประชุมกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อตรวจร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน แล้วส่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อที่จะดำเนินการกู้เงินไปใช้ช่วยเหลือ เยียวยาประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางต่อไป
สำหรับการออก พ.ร.ก.กู้เงินนั้น จะทำให้รัฐบาลสามารถดำเนินการโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งครอบคลุมโครงการคนละครึ่งพลัส ที่คาดว่าจะให้สิทธิ์ประชาชนมากกว่า 20 ล้านคน และการเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีอยู่ประมาณ 13.4 ล้านคน คนละ 4,000 บาท จ่ายเดือนละ 1,000 บาท เริ่ม 1 มิ.ย.นี้เป็นต้นไป ซึ่งในส่วนนี้คาดว่าต้องใช้งบประมาณมากกว่า 1 แสนล้านบาท ยังไม่รวมโครงการอื่นๆ ที่อยู่ในโครงการใหญ่ไทยช่วยไทยพลัสอีกหลายโครงการ
“การออก พ.ร.ก.กู้เงินทำให้รัฐบาลมีเงินมากพอที่จะช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่งพลัส และการเติมเงินให้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งคาดว่าจะเสนอให้ ครม.เห็นชอบได้ในสัปดาห์หน้า เพื่อให้มีการลงทะเบียนรับสิทธิ์เดินหน้าได้ในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายของเดือน พ.ค.นี้ และโครงการเริ่มใช้ได้ 1 มิ.ย. 2569 ตามที่รัฐบาลกำหนดไว้” แหล่งข่าวระบุ
แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องของ พ.ร.บ.โอนเงินงบประมาณ 2569 คาดว่าจะได้มากสุดไม่เกิน 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าเดิมที่รัฐบาลได้คาดไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะได้ 8 หมื่นล้านบาทถึง 1 แสนล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอกับที่จะใช้ในโครงการคนละครึ่งพลัส และเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมทั้งการออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณนั้นยังต้องผ่านการพิจารณาจากสภาฯ ถึงแม้จะตกลงกันได้ให้พิจารณา 3 วาระรวด แต่ก็ยังไม่ทันกับที่จะนำมาใช้ในโครงการคนละครึ่งพลัสและเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่จะเริ่มใช้ได้ในวันที่ 1 มิ.ย. 2569 รัฐบาลจึงตัดสินใจออก พ.ร.ก.กู้เงินแทน และเมื่อ พ.ร.บ.โอนงบประมาณผ่านการพิจารณาตามขั้นตอนแล้วก็จะนำมาเติมในภายหลัง เพราะโครงการคนละครึ่งพลัสทยอยจ่ายเป็นเวลานานถึง 4 เดือน.