โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เคาะพรก.กู้4แสนล้าน5พค.

ไทยโพสต์

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"อนุทิน" ยืนยัน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เข้า ครม. 5 พ.ค. ลั่น “เราพูดแล้วทำ” ด้าน "เอกนิติ" ลุยชง ครม.ไฟเขียวพร้อมเดินหน้าโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" อัดฉีดคนละครึ่งพลัส-เติมเงินบัตรคนจน ส่วน พ.ร.บ.โอนงบประมาณยังไม่จบ สำนักงบฯ-บัญชีกลางยังเร่งสรุปตัวเลขจริง หลังคาดได้ไม่เกิน 5 หมื่นล้านบาท ลุ้นชง ครม. สัปดาห์หน้า

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวภายหลังการประชุม สส.พรรคประจำสัปดาห์ว่า เป็นการประชุม สส.รวมถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของพรรค ภท. เพื่อให้ทุกคนรับทราบและเข้าใจ สนับสนุนในสิ่งที่พรรค ภท.จะเสนอในสภาผู้แทนราษฎร และเป็นสิ่งที่จะเป็นวาระในที่ประชุม ครม.วันที่ 5 พ.ค.ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ

เมื่อถามว่า พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อรับมือผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลาง จะเข้าที่ประชุม ครม.วันที่ 5 พ.ค.หรือไม่ นายกฯ ตอบว่า “เข้าครับ ก็เราพูดแล้วทำ“

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีสวนดุสิตโพลรายงานผลสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง ที่ล่าสุดนายอนุทินมีคะแนนนำ เป็นนักการเมืองโดดเด่นเป็นอันดับหนึ่ง โดยนายอนุทิน ไม่ตอบคำถาม ทำเพียงยิ้มพร้อมพนมมือเหนือศีรษะและพูดว่าสาธุ จากนั้นเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที

ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะเสนอให้ที่ประชุม ครม.ในวันที่ 5 พ.ค. 2569 พิจารณาร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน เพื่อใช้ดูแลและเยียวยาประชาชนจากผลกระทบในขณะนี้ ส่วนกรอบวงเงินที่จะขอกู้จะเป็นเท่าไหร่นั้นยังไม่สมารถเปิดเผยได้ ขณะที่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณ 2569 นั้น ยังไม่สามารถเสนอให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาได้ทันในครั้งนี้ เนื่องจากสำนักงบประมาณและกรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างการเร่งสรุปตัวเลขงบประมาณที่จะโอนได้จริงว่าเป็นจำนวนเท่าไร โดยเบื้องต้นคาดว่าจะเสนอให้ ครม.เห็นชอบในการประชุมครั้งต่อไป

ด้านแหล่งข่าวจากทำเนียบฯ เปิดเผยว่า คาดว่ากระทรวงการคลังจะเสนอกรอบ พ.ร.ก.กู้เงินเท่ากับช่วงที่เกิดวิกฤตโควิด-19 คือไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ซึ่งกระบวนการกู้จะเป็นการกู้ตามความจำเป็นที่ใช้จริง จะไม่กู้มากองไว้ โดยหลังจาก ครม.เห็นชอบ พ.ร.ก.กู้เงินแล้ว หลังจากนั้นกระทรวงการคลังจะประชุมกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อตรวจร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน แล้วส่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อที่จะดำเนินการกู้เงินไปใช้ช่วยเหลือ เยียวยาประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางต่อไป

สำหรับการออก พ.ร.ก.กู้เงินนั้น จะทำให้รัฐบาลสามารถดำเนินการโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งครอบคลุมโครงการคนละครึ่งพลัส ที่คาดว่าจะให้สิทธิ์ประชาชนมากกว่า 20 ล้านคน และการเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีอยู่ประมาณ 13.4 ล้านคน คนละ 4,000 บาท จ่ายเดือนละ 1,000 บาท เริ่ม 1 มิ.ย.นี้เป็นต้นไป ซึ่งในส่วนนี้คาดว่าต้องใช้งบประมาณมากกว่า 1 แสนล้านบาท ยังไม่รวมโครงการอื่นๆ ที่อยู่ในโครงการใหญ่ไทยช่วยไทยพลัสอีกหลายโครงการ

“การออก พ.ร.ก.กู้เงินทำให้รัฐบาลมีเงินมากพอที่จะช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่งพลัส และการเติมเงินให้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งคาดว่าจะเสนอให้ ครม.เห็นชอบได้ในสัปดาห์หน้า เพื่อให้มีการลงทะเบียนรับสิทธิ์เดินหน้าได้ในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายของเดือน พ.ค.นี้ และโครงการเริ่มใช้ได้ 1 มิ.ย. 2569 ตามที่รัฐบาลกำหนดไว้” แหล่งข่าวระบุ

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องของ พ.ร.บ.โอนเงินงบประมาณ 2569 คาดว่าจะได้มากสุดไม่เกิน 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าเดิมที่รัฐบาลได้คาดไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะได้ 8 หมื่นล้านบาทถึง 1 แสนล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอกับที่จะใช้ในโครงการคนละครึ่งพลัส และเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมทั้งการออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณนั้นยังต้องผ่านการพิจารณาจากสภาฯ ถึงแม้จะตกลงกันได้ให้พิจารณา 3 วาระรวด แต่ก็ยังไม่ทันกับที่จะนำมาใช้ในโครงการคนละครึ่งพลัสและเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่จะเริ่มใช้ได้ในวันที่ 1 มิ.ย. 2569 รัฐบาลจึงตัดสินใจออก พ.ร.ก.กู้เงินแทน และเมื่อ พ.ร.บ.โอนงบประมาณผ่านการพิจารณาตามขั้นตอนแล้วก็จะนำมาเติมในภายหลัง เพราะโครงการคนละครึ่งพลัสทยอยจ่ายเป็นเวลานานถึง 4 เดือน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...