โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

PTT โชว์ศักยภาพผลิตสูง มุ่งบริหารเพื่อความมั่นคง

ทันหุ้น

อัพเดต 28 เม.ย. เวลา 14.59 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. เวลา 19.45 น.

#PTT #ทันหุ้น – PTT โชว์ศักยภาพการบริหารท่ามกลางภาวะความไม่สงบตะวันออกกลาง จัดหาน้ำมันมีประสิทธิภาพ ดันกำลังการกลั่นสูงต่อเนื่อง สวนโรงกลั่นโลก สำรองสภาพคล่องเพิ่มกว่า 2.3 แสนล้านบาท ดันต้นทุนการเงินเพิ่ม 7 พันล้านบาทต่อปี แต่เสียสละไม่ส่งผ่าน เดินหน้ารายงานข้อมูลโปร่งใส ตั้งคณะกรรมการดูแลห่วงโซ่ยึดมั่นธรรมาภิบาล

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT แจ้งตลาดหลักทรัพย์ ถึงการจัดการของกลุ่ม ปตท. เพื่อบริหารความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางพลังงานในช่วงภาวะวิกฤติความไม่สงบในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยได้เน้นการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCM) อย่างเข้มข้น ครอบคลุมการจัดการภาวะฉุกเฉิน การติดตามและประเมินผลกระทบอย่างใกล้ชิด ตลอดจนการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ ให้ความสำคัญกับการจัดหาพลังงานให้เพียงพอต่อความต้องการ โดยได้จัดตั้งศูนย์ PTT Incident Command System (PTT ICS) และจัดให้มีการประชุมบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินต่อเนื่องเป็นรายวัน รวมแล้วกว่า 37 ครั้งจนถึงปัจจุบัน

@ ฝีมือจัดหาน้ำมันดิบ

ปตท.ได้นำเข้าน้ำมันดิบจากแหล่งอื่น ได้แก่ สหรัฐอเมริกา กลุ่มประเทศแอฟริกาตะวันตก ลาตินอเมริกา และมาเลเซีย ผ่านโครงการ P1 และเครือข่ายของPTT Trading เพื่อทดแทนน้ำมันดิบที่ไม่สามารถจัดหาได้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงกรณีเรือที่ติดค้างอยู่ภายในช่องแคบดังกล่าวได้อย่างดี ส่งผลให้โรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. สามารถดำเนินการผลิตในระดับสูงสุดได้ต่อเนื่อง แม้ว่าต้นทุนด้านค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าใช้จ่ายอื่นๆ จะปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงมีการงดการส่งออกตามนโยบายภาครัฐ

“บริษัทได้จัดหาและนำเข้าน้ำมันดิบให้กับโรงกลั่นในกลุ่มรวมกว่า 70 เที่ยวเรือ โดยมีสัดส่วนการจัดหาจากตะวันออกกลาง 30% และจากภูมิภาคอื่น 70% อย่างไรก็ตาม เนื่องจากระยะเวลาการขนส่งที่ยาวนานขึ้น บริษัทจึงต้องวางแผนจัดหาล่วงหน้าจากเดิม 45–60 วัน เป็นประมาณ 90 วัน”

อย่างไรก็ดีหากสถานการณ์คลี่คลายและช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดใช้งานตามปกติ อาจส่งผลให้เกิดภาวะอุปทานส่วนเกินในตลาด ซึ่งอาจทำให้บริษัทต้องจำหน่ายน้ำมันดิบส่วนที่จัดหาไว้ล่วงหน้าในราคาที่ผันแปรตามสถานการณ์ตลาดโลกในช่วงเวลานั้น

ขณะที่ประสิทธิภาพโรงกลั่น มีอัตราการใช้กำลังการกลั่นเฉลี่ยสูงกว่า 105% สวนทางกับโรงกลั่นในภูมิภาคที่มีการลดกำลังการผลิต และ โรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. ยังได้เพิ่มสัดส่วนการผลิตน้ำมันดีเซล เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ ส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันสำเร็จรูปประเภทอื่น เช่น น้ำมันเบนซิน น้ำมันอากาศยาน และน้ำมันเตา ปรับเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยโรงกลั่นจำเป็นต้องบริหารจัดการสินค้าคงคลังของผลิตภัณฑ์ส่วนเกินอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งรองรับภาระต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้น โดยยอมรับภายหลังช่วงเทศกาลสงกรานต์ ความต้องการใช้น้ำมันภายในประเทศยังคงมีความผันผวนในช่วงประมาณ 30–90 ล้านลิตรต่อวัน แต่โรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. ยังคงดำเนินการผลิตอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ข้อจำกัดด้านความผันผวนของอุปสงค์รายวันและความสามารถในการจัดเก็บสินค้าคงคลัง เพื่อให้มีปริมาณน้ำมันดีเซลเพียงพอต่อความต้องการของประเทศอย่างต่อเนื่อง

@ รับต้นทุนการเงินสูงขึ้น

จากสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นการใช้เวลาขนส่งทางเรือนานขึ้น ส่งผลให้กลุ่ม ปตท. ต้องสำรองสภาพคล่องเพิ่มเติมผ่านการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และทำให้ภาระต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมภาระสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นกว่า 230,000 ล้านบาท ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นกว่า 600 ล้านบาทต่อเดือน หรือประมาณ 7,000 ล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ต้นทุนที่เกิดขึ้นดังกล่าวไม่ได้เป็นไปตามภาวะการดำเนินธุรกิจปกติ และไม่ได้ถูกส่งผ่านไปยังราคาขายน้ำมันให้เป็นภาระของผู้บริโภค แต่เป็นต้นทุนที่เกิดจากการบริหารจัดการเพื่อลดความเสี่ยงของประเทศ และเพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะไม่ประสบภาวะขาดแคลนน้ำมันในช่วงสถานการณ์วิกฤติ

กลุ่ม ปตท. ยืนยันว่าไม่มีการกักตุนผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปในช่วงที่ความต้องการใช้ภายในประเทศอยู่ในระดับสูง โดยได้ดำเนินการผลิตและกระจายน้ำมันอย่างเต็มกำลัง ควบคู่กับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างโปร่งใส มีการเปิดเผยข้อมูลปริมาณน้ำมันตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การจัดหาน้ำมันดิบ การผลิตของโรงกลั่น การขนส่ง การกระจายสินค้า ไปจนถึงการจำหน่ายน้ำมันสำเร็จรูป ผ่านช่องทางเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นของสาธารณชน โดยมีการรายงานข้อมูลต่อหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง

โดย ปตท. ในฐานะบริษัทแม่ ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบกระบวนการดำเนินงานโรงกลั่นและการค้าน้ำมันของบริษัทในกลุ่ม ปตท. เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบเชิงลึกตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การจัดหาน้ำมันดิบ กระบวนการผลิต การจัดเก็บ ไปจนถึงการจำหน่าย เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานให้มีความเป็นเลิศและโปร่งใสยิ่งขึ้นในระยะยาว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...