K ลุ้นครึ่งหลังฟื้นแรง แบรนด์หรูคืนสนาม
#K #ทันหุ้น – K ส่งสัญญาณครึ่งปีหลัง 69 ธุรกิจกลับมาคึกคัก กลุ่มแบรนด์หรูเร่งลงทุน ส่วน Exhibition งานโชว์แน่น หนุนฐานรายได้ไม่สะดุด ฟากผู้บริหาร “วงศกร พิเศษสิทธิ์” คงเป้ารายได้โต 10-15% โครงการใหญ่ทยอยป้อนงาน
นายวงศกร พิเศษสิทธิ์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท คิงส์เมน ซี.เอ็ม.ที.ไอ. จำกัด (มหาชน) หรือ K เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ภาพรวมธุรกิจตกแต่งภายใน หรือ Interior ในช่วงที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในระดับหนึ่ง ส่งผลให้ลูกค้าบางส่วนชะลอการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มแบรนด์หรูที่บางแบรนด์เลื่อนแผนงานออกไปเป็นช่วงปลายไตรมาส 3 ถึงไตรมาส 4/2569
งานโชว์คึกคัก
อย่างไรก็ตาม งาน Exhibition ในไตรมาส 1/2569 อาทิ งานรถยนต์และงานแสดงสินค้า ยังมีการจัดงานตามปกติ สะท้อนว่าภาพรวมตลาดยังไม่ได้ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่งาน Interior ยังมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แม้ลูกค้าบางรายที่อยู่ระหว่างการเจรจาล่วงหน้าได้เลื่อนแผนไปเป็นช่วงไตรมาส 3-4/2569 แทน
บริษัทประเมินว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ลูกค้ามีโอกาสกลับมาลงทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะงานรีโนเวตและงานตกแต่งภายในของแบรนด์ต่างๆ หลังจากชะลอการลงทุนในช่วงก่อนหน้า
ทั้งนี้ บริษัทจะยังคงมุ่งเน้นการรักษาฐานธุรกิจหลัก ภายหลังการปรับโครงสร้างการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยโฟกัสงานในประเทศไทยและงานหลักที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ หลังจากได้เรียนรู้และปรับตัวจากสถานการณ์ไม่ปกติในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ธุรกิจหลักเริ่มกลับมาแข็งแรงมากขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาและนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน โดยเฉพาะเทคโนโลยี AI เพื่อสนับสนุนกระบวนการออกแบบ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้มากขึ้น
สำหรับเป้าหมายปี 2569 บริษัทคาดว่ารายได้มีโอกาสเติบโตในระดับ 10-15% ขณะที่อัตราการทำกำไร หรือมาร์จิ้น คาดว่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน จากการบริหารต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ปัจจัยภายนอกยังเป็นสิ่งที่บริษัทไม่สามารถควบคุมได้ โดยลูกค้ากว่า 80% มีการพิจารณาค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบมากขึ้น และมีการปรับลดงบประมาณในบางส่วน
ด้านธุรกิจ Exhibition ยังคงมีปริมาณงานเข้ามาต่อเนื่อง ไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยบางงานเป็นลักษณะงานที่จัดขึ้นเป็นรอบ 2-3 ปีต่อครั้ง ซึ่งถือเป็นรายได้เสริมที่ต้องติดตามในช่วง 1-2 ไตรมาสข้างหน้า
จับตาลักซ์ชัวรี
ขณะที่งานจากกลุ่มแบรนด์ลักซ์ชัวรียังไม่ได้หายไปทั้งหมด เพียงแต่บางส่วนชะลอการลงทุนในประเทศไทย หลังมีการรีโนเวตต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และบางแบรนด์หันไปลงทุนในประเทศอื่นก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่างานกลุ่มดังกล่าวมีโอกาสกลับมาในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 และต่อเนื่องไปถึงปี 2570
นายวงศกร กล่าวต่อว่า ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของแบรนด์หรู จึงไม่น่ากังวลในระยะยาว โดยยังมีแบรนด์ใหม่ทยอยเข้ามา รวมถึงโครงการขนาดใหญ่ เช่น เซ็นทรัลพหลโยธิน ซึ่งเมื่อโครงสร้างอาคารแล้วเสร็จ งานตกแต่งภายในจะทยอยเข้ามาต่อเนื่อง ถือเป็นโอกาสสำคัญของบริษัทในระยะถัดไป