โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

กนง.ยันไม่ปิดประตูขึ้น-ลงดอกเบี้ย ชี้เงินเฟ้อสูงชั่วคราว คาดมาตรการรัฐหนุนจีดีพี 0.5-0.7%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว
ดอน นาครทรรพ

กนง.มีมติคงดอกเบี้ย 1.00% ต่อปี ลั่นไม่ปิดประตูขึ้นและลงดอกเบี้ย แม้มีความเสี่ยงเงินเฟ้อเร่งสูงขึ้น แต่เงินเฟ้อระยะปานกลางอยู่ระดับต่ำ และมาจากอุปทานสามารถมองข้ามและ Wait & See ได้ พร้อมประเมินสงครามตะวันออกลางเข้าสู่ภาวะปกติสิ้นปี’69 คงจีดีพี 1.5% ปี’70 หั่นเหลือ 2.0% จาก 2.3% คาดมาตรการภาครัฐ วงเงินเบื้องต้น 3 แสนล้านบาท กระตุ้นจีดีพี 0.5-0.7%

ดร.ดอน นาครทรรพ เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า คณะกรรมการมีมติเอกฉันท์ 6 ต่อ 0 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.00% ต่อปี โดยเศรษฐกิจชะลอตัวจากสงครามตะวันออกกลาง ส่งผลต่อราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งมีผลต่อต้นทุนและภาระครัวเรือน ซึ่งนอกจากดูราคาน้ำมันต่างประเทศ จะต้องพิจารณาราคาน้ำมันในประเทศด้วยโดยเฉพาะดีเซล ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อครั้งนี้

ชี้สงครามเข้าสู่ภาวะปกติสิ้นปี’69 จีดีพีโตได้ 1.5%

โดยคณะกรรมการได้ประเมินสมมติฐานผลกระทบสงครามในตะวันออกกลาง ได้แก่ กรณีพื้นฐาน (Baseline) สงครามเข้าสู่ภาวปกติในไตรมาสที่ 2/2569 และคลี่คลายในไตรมาสที่ 3-4 และกรณีเลวร้าย (Worst Case) ราคาน้ำมันค้างสูงนาน และเกิด Supply Disruption โดยเศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่า 1% และเงินเฟ้อสูงกว่า 5% อย่างไรก็ดี ความเป็นไปได้เกิดกรณี Worst Case ค่อนข้างน้อย

ดังนั้น แนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2569 เดิมก่อนจะเกิดสงครามในตะวันออกกลาง กนง.ประเมินว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น โดยคาดว่าจะขยายตัวได้ถึง 2.3% จากประมาณการเดือนธันวาคม 2568 ที่ให้ไว้ 1.5%

อย่างไรก็ดี หลังเกิดสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งกระทบ 2 เครื่องยนต์หลัก ได้แก่ การบริโภค และการท่องเที่ยว ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวชัดเจน ซึ่งมองไปข้างหน้าคาดว่าเศรษฐกิจปี 2569 จะขยายตัว 1.5% ถือว่าชะลอตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญก่อนมีสงคราม และในปี 2570 เศรษฐกิจขยายตัวได้ 2.0% จากคาดการณ์เดิม 2.3%

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหนุนจีดีพี 0.5-0.7%

นอกจากนี้ กนง.ได้มีการประเมินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะมีเม็ดเงินอยู่ที่ 3 แสนล้านบาท ซึ่งจะมีผลต่อจีดีพีราว 0.5-0.7% ซึ่งเป็นไปตามสัดส่วนนโยบายจะเน้นการลงทุนและการบริโภคอย่างไร หากมีมาตรการเน้นการบริโภค จะได้ผลค่อนข้างเร็ว แต่ไม่มีผลในระยะยาว เมื่อเทียบกับมาตรการด้านการลงทุน จะได้ผลช้า แต่จะมีผลระยะยาว อย่างไรก็ดี ภายหลังมาตรการภาครัฐหมดลง คาดว่าในปี 2570 เศรษฐกิจจะปรับลดลง 0.50%

“มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเรามองเม็ดเงินขั้นต่ำ 3 แสนล้านบาท แต่ยังไม่รู้ว่าเม็ดเงินจริงจะออกมาเท่าไร แต่ความเสี่ยงระยะข้างหน้ายังมีอยู่ จึงอาจจะทยอยออกเม็ดเงิน เพื่อรักษา Fiscal Space เพราะตัวเลขตามข่าว 4-5 แสนล้านบาท มีโอกาสชนเพดาน ดังนั้น จึงเร็วเกินไปที่จะประเมิน”

ยันเงินเฟ้อเพิ่มจากอุปสงค์ มองข้ามได้

ดร.ดอน กล่าวว่า สำหรับอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นสูงในปี 2569 และโน้มลดลงในปี 2570 โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 อยู่ที่ 2.9% จาก 0.3% และปี 2570 อยู่ที่ 1.5% และเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.6% และปี 2570 อยู่ที่ 1.5%

โดยคณะกรรมการฯ ประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นในเดือนเมษายนนี้เลย และเงินเฟ้อสูงกว่ากรอบด้านบน 3% ต่อเนื่อง และลดลงในปี 2570 เป็นเงินเฟ้อติดลบ ทั้งนี้ คาดการณ์น้ำมันดิบดูไบสูงขึ้นในไตรมาสที่ 2/2569 และลดลง แต่คงไม่ได้ปรับลดลงเท่ากับในอดีต เนื่องจากสงครามได้ทำลายโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ราคาน้ำมันสูงกว่าอดีตก่อนเกิดสงครามที่เฉลี่ยอยู่ที่ 60-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

อย่างไรก็ดี กนง.ยังไม่เห็นสัญญาณโอกาสเกิดเงินเฟ้อฝั่งลึก (Wage price Spiral) และวงจรการขึ้นค่าจ้างตามราคาสินค้า และยังไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย เนื่องจากตลาดแรงงานมีอำนาจต่อรองค่อนข้างต่ำ และเศรษฐกิจชะลอตัวจึงไม่มีเงินเฟ้อจากอุปสงค์ (Demand Pull Inflation)

นอกจากนี้ หากเทียบสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน จะเห็นว่าการส่งผ่านราคาพลังงานไปสู่หมวดสินค้าอื่น ๆ กระจายมากขึ้น แต่ก็สามารถกลับมาได้รวดเร็ว อย่างไรก็ดี กนง.ยังคงติดตามเงินเฟ้อใกล้ชิด โดยเฉพาะการคาดการณ์เงินเฟ้อระยะปานกลางเป็นสิ่งที่ กนง.จับตา ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ กนง.เบาใจ

“ช็อกครั้งนี้ เป็น Stagflation อยู่แล้ว เพราะทำให้เศรษฐกิจแย่ลง และเงินเฟ้อสูงขึ้น แต่ยังไม่กระทบเงินเฟ้อรุนแรง โดยเงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้นและลงมา ส่วนเศรษฐกิจไทยอยู่ที่ 1.5% ซึ่งยังไม่รวมมาตรการภาครัฐที่จะเข้ามาช่วยกระตุ้น ทำให้ Stagflation จึงไม่ต้องกังวล”

ไม่ปิดประตูขึ้นและลงดอกเบี้ย ดูตาม Data Dependent

ดังนั้น การดำเนินโยบายการเงิน มองว่าการปรับดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นและลดลง จะมีผลเสียทั้งคู่ เพราะมีผลต่อต้นทุนเศรษฐกิจทั้งคู่ ซึ่ง ธปท.ใช้กรอบนโยบายเป้าหมายเงินเฟ้อแบบยืดหยุ่น ซึ่งอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นจากอุปทาน จึงสามารถ “มองข้าม” ไปได้ และแนวโน้มจะลดลงปี 2570 แม้ว่าจะเกิดกรอบชั่วคราว และเงินเฟ้อระยะปานกลางอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งถือว่าโชคดีที่การประชุมรอบเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กนง.ได้ปรับลดลงดอกเบี้ย เพราะหากไม่ปรับลดลงรอบที่แล้ว การปรับลดรอบนี้จะทำได้ยาก เพราะมีความเสี่ยงเงินเฟ้อ และช็อกไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไร ทำให้การลดดอกเบี้ยก็มีความเสี่ยงได้

“การคงดอกเบี้ยที่ 1.00% ต่อปี มองว่าเหมาะสมกับการประชุมครั้งนี้ เพราะการปรับขึ้นและลดดอกเบี้ยล้วนมีต้นทุนต่อเศรษฐกิจ แต่ในอนาคตเราปิดประตูไม่ได้ทั้งนั้น เพราะขึ้นอยู่กับความเสี่ยงจะมีด้านไหนมากกว่ากัน ทั้งด้านเงินเฟ้อและเศรษฐกิจ โดยการปรับขึ้นและลงดอกเบี้ย จะอยู่ที่ดีมานด์และการคาดการณ์เงินเฟ้อ

ซึ่งเงินเฟ้อมาจากอุปทาน ดอกเบี้ยไม่สามารถทำอะไรได้ ประกอบกับเงินเฟ้อที่มาจากซัพพลายไม่ค่อยยืดเยื้อ และเงินเฟ้อคาดการณ์อยู่ในระดับต่ำ จึง Wait & See ได้ และการดำเนินนโยบายการเงินจะดูตาม Data Dependent เพราะอนาคตเงินเฟ้ออาจจะติดลบก็ต้องดูอีกที ปัจจุบันดอกเบี้ยเหมาะสม จะบอกดอกเบี้ยขึ้นและลงแล้วจะเป็นการ Commit เกินไป”

กำชับแบงก์เร่งช่วยเหลือลูกค้า

ดร.ดอน กล่าวว่า แนวโน้มสินเชื่อโตต่ำต่อเนื่อง ซึ่งก่อนจะเกิดสงครามเริ่มเห็นสัญญาณที่ดี ทั้งหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) โดยเฉพาะธุรกิจเช่าซื้อมีทิศทางที่ดีขึ้น และบางเซ็กเมนต์เริ่มขยายตัวเป็นบวก แต่หลังจากเกิดสงครามตะวันออกกลาง ทำให้สถาบันการเงินมีการประเมินสินเชื่อและลูกค้าด้วยความระมัดระวังอีกครั้ง

อย่างไรก็ดี วิกฤตครั้งนี้ เป็นวิกฤตพลังงาน จึงต้องใช้นโยบายผสมผสานระหว่างนโยบายการคลัง นโยบายการเงิน และสถาบันการเงิน ซึ่งตอนนี้กนง.ได้มีการพูดคุยกับสถาบันการเงินอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ โดยให้ออกมาตรการแบบเชิงรุก ซึ่งปัจจุบันสถาบันการเงินได้ช่วยลูกค้าเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง และลูกค้าที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่การระบาดโควิด-19

“เครื่องมือตอนนี้เราต้องใช้นโยบายสถาบันการเงิน ซึ่งมีหลายมาตรการที่ค้างอยู่ ทั้งมาตรการ SMEs Credit Boost และมาตรการ SME Secure+ รวมถึงยังมีมาตรการซอฟต์โลนของธนาคารออมสินอีก 1 แสนล้านบาท ที่ผู้ประกอบการสามารถใช้ได้”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กนง.ยันไม่ปิดประตูขึ้น-ลงดอกเบี้ย ชี้เงินเฟ้อสูงชั่วคราว คาดมาตรการรัฐหนุนจีดีพี 0.5-0.7%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...