โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

BCP ปลดล็อกครหาวีคนี้ รีดโรงกลั่นเกาไม่ถูกที่คัน

ทันหุ้น

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#BCP #ทันหุ้น – BCP ใกล้ปิดม่านข้อครหาทุนเทา 10 เมษายนนี้ สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยเร้าผู้ถือหุ้นแก้ข้อบังคับคุณสมบัติบอร์ด ต้องไม่ถูกกล่าวโทษหรือโดนอายัดทรัพย์จากปปง. กูรูมองผ่านฉลุย แม้ต้องใช้เสียง 3 ใน 4 ชี้จะทำให้ BCP มีความเชื่อมั่นกลับมา แต่ยังห่วงรีดโรงกลั่น ระบุต้องวัดใจรัฐมองมีโอกาสทำน้ำมันขาดแคลนแนะรอราคาลงมาก่อน

บริษัท บางจากคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP กำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญเพื่อปลดล็อกจากข้อครหาและข้อกังวลเรื่อง “ทุนเทา” ที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นในช่วงที่ผ่านมา เมื่อล่าสุดสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ที่ออกมาเรียกร้องให้มีการแก้ไขข้อบังคับบริษัทในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีวันที่ 10 เมษายน 2569 โดยในวาระที่ 7 ได้มีการเสนอให้กำหนดคุณสมบัติของ “กรรมการบริษัท” ต้องมีความโปร่งใสในระดับสากล

สาระสำคัญของข้อเสนอใหม่นี้ระบุว่า กรรมการที่จะมานั่งบริหารงานใน BCP ต้องไม่ถูกกล่าวโทษ หรือถูกอายัดทรัพย์จากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับการทำธุรกิจจากต่างประเทศ หรือสมาชิกในกลุ่ม OECD รวมถึงไม่เป็นกรรมการในบริษัทที่ถูกระงับธุรกิจเหล่านั้นด้วย

อย่างไรก็ตาม การจะแก้กฎระเบียบสำคัญครั้งนี้มีเงื่อนไขที่ท้าทาย เนื่องจากตามเกณฑ์กฎหมายต้องใช้คะแนนเสียงสูงถึง 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียง

เป็นที่ทราบกันดีในกลุ่มนักลงทุนว่า การแก้เกณฑ์คุณสมบัติกรรมการครั้งนี้พุ่งเป้าไปที่ตัวแทนจาก บริษัท อัลฟ่า ชาร์เตอร์ด เอนเนอร์จี จำกัด ผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ที่มีข่าวถูก ปปง. อายัดทรัพย์ หลังจากก่อนหน้านี้บอร์ด BCP มีมติถอดชื่อ ตัวแทนจาก บริษัท อัลฟ่า ชาร์เตอร์ด เอนเนอร์จี จำกัด ออกจากการเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันแทนบริษัท เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 แต่ยังคงดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริษัท BCP อยู่ หากส่องโครงสร้างกลุ่มผู้ถือหุ้นจะพบข้อมูลที่น่าสนใจว่า กลุ่มอัลฟ่า ชาร์เตอร์ด เอนเนอร์จี ถือหุ้นรวมกันอยู่ในสัดส่วน 16.824% เนื่องจากบริษัทดังกล่าวถูกระบุว่าเป็น“ผู้มีส่วนได้เสีย” ในวาระ 7 นี้ จึงถูกสั่งห้ามออกเสียงลงคะแนน

ดังนั้น ภารกิจการ “สร้างรั้วโปร่งใส” เพื่อคืนความเชื่อมั่น ต้องอาศัยความร่วมมือจากกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อยที่มีรายชื่อในทะเบียนกว่า 24,585 ราย ซึ่งมีสัดส่วนการถือหุ้นรวมกันประมาณ 50% ให้พร้อมใจกันแสดงตนและเข้าประชุมออนไลน์เพื่อลงมติในทิศทางเดียวกันในวันที่ 10 เมษายนนี้

@เชื่อแก้ข้อบังคับฉลุย

นายสุวัฒน์ สินสาฎก กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” โดยเชื่อว่า มติผู้ถือหุ้นในการแก้ไขข้อบังคับคุณสมบัติกรรมการบริษัทน่าจะผ่าน แม้ว่าต้องการเสียง3 ใน 4 ก็ตาม เนื่องจากเป็นข้อปฏิบัติเพื่อความโปร่งใส และหากมีการคัดค้านจะถือเป็นเรื่องที่อธิบายต่อสังคมได้ยาก ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นควรใช้บทเรียนจากความผิดพลาดในอดีตมาสร้างกฎเกณฑ์เพื่อป้องกันปัญหา ไม่ใช่เพียงแค่การรอลงโทษหลังจากความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว

ในส่วน BCP การแก้ข้อบังคับนี้จะช่วยตัดความเกี่ยวพันระหว่างบริษัทกับกลุ่มบุคคลที่มีปัญหาทางกฎหมายออกไป และจะทำให้เกิดความเชื่อมั่น โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท

@ไม่ควรรีดโรงกลั่น

นายสุวัฒน์ ยอมรับว่า จากความกังวลผู้ถือหุ้นBCP ทำให้ที่ผ่านมาราคาหุ้นเคลื่อนไหวไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน แต่ก็ยังคงแนะนำให้ “Wait and see” อยู่เนื่องจาก กลุ่มโรงกลั่นกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนของนโยบายที่ภาครัฐอาจจะเข้ามาเก็บภาษีลาภลอย หรือลดค่าการกลั่น

ซึ่งการที่ภาครัฐใช้ข้อมูลเก่าในการจัดเก็บภาษี หรือ ลดค่าการกลั่น นับว่าไม่สะท้อนความเป็นจริงของธุรกิจ เนื่องจากกลไลของโรงกลั่นต้องซื้อน้ำมันดิบล่วงหน้าประมาณ 2-3 เดือน ความเสี่ยงจะเกิดขึ้นเมื่อซื้อน้ำมันมาในราคาสูง เช่น 120 ดอลลาร์ แต่ในอีก 2 เดือนข้างหน้าเมื่อกลั่นเสร็จ ราคาน้ำมันสำเร็จรูป เช่น ดีเซล อาจปรับตัวลดลง ทำให้เกิดภาวะขาดทุน

รัฐอาจจะเก็บภาษีในช่วงที่กำไรได้ แต่ถ้าขาดทุนก็ต้องถามว่าจะชดเชยหรือไม่ และการที่ภาครัฐบังคับให้โรงกลั่นขายในราคาที่ขาดทุนโดยไม่ช่วยเหลือ โรงกลั่นอาจลดปริมาณการซื้อน้ำมันดิบหรือหยุดการผลิตชั่วคราวเพื่อลดความเสี่ยง ซึ่งจะส่งผลต่อความมั่นคงของปริมาณน้ำมันในประเทศ โดยเฉพาะความไม่แน่นอนว่าสงครามจะจบลงเมื่อใดทำให้ยากต่อการคาดการณ์และบริหารจัดการต้นทุน

สิ่งที่ควรดำเนินการคือการอุดหนุนแบบเฉพาะกลุ่มเฉพาะกลุ่มที่เดือดร้อนจริง เช่น เกษตรกร หรือกลุ่มขนส่ง โดยใช้การลงทะเบียนหรือระบบ GPS เข้ามาช่วยจัดการเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ซึ่งคล้ายกับโมเดลของประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย แทนที่จะคุมราคาทั้งหมดจนทำให้น้ำมันรั่วไหล และโรงกลั่นอยู่ไม่ได้ ส่วนการลงทุนแนะนำให้ “ใจเย็น” และรอดูสถานการณ์เนื่องจากยังมีโอกาสที่ราคาจะลงได้อีก สำหรับ BCP มองว่าระดับราคาที่ 35 บาทน่าสนใจ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...