โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แมนซิตี้ 4-0 ลิเวอร์พูล: น่าผิดหวังยกทีม! ตัดเกรดหงส์โดนเรือทุบยับ ร่วง เอฟเอ คัพ

SIAMSPORT

เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา
โมฮาเหม็ด ซาลาห์ พลาดโอกาสทองหลายครั้งเหลือเกินโดยเฉพาะจังหวะจุดโทษ ขณะที่แนวรับโดนวิจารณ์อย่างหนักในแมตช์ที่ออกไปโดน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถลุงยับไม่นับญาติ 0-4 ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย ศึกเอฟเอ คัพ เมื่อวันเสาร์ที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา

ตัวจริง

จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ : 6

สร้างโอกาสเปิดบอลเร็วให้ ซาลาห์ ได้หลุดไปทำประตูแต่น่าเสียดายที่ "บังโม" ยิงไม่ดี มีจังหวะเซฟสำคัญหลายครั้ง แต่ทั้งสี่ประตูที่เสียไปเจ้าตัวหมดสิทธิ์ป้องกันจริงๆ

โจ โกเมซ : 4

ช่วงต้นเกมรับมือ เฌเรมี่ โดกู ได้ดี และสร้างโอกาสจากจังหวะการเปิดบอลด้านข้างได้ 2-3 คั้ง แต่หลังจากนั้นผลงานเริ่มดร็อปลง จังหวะเสียงประตูที่สามมาจากการทุ่มบอลไม่ดีจนทีมโดนสวนกลับ ส่วนประตูที่สี่ปล่อยให้ นิโก้ โอไรลี่ วิ่งผ่านเข้าไปในเขตโทษ ก่อนส่งให้ เออร์ลิง ฮาลันด์ ซัดสบายๆ

อิบราฮิม่า โกนาเต้ : 4.5

การจ่ายบอลของเขาค่อนข้างหลุดเป้าไปพอสมควร และยังโดน ฮาลันด์ แย่งโหม่งตัดหน้าไปได้ในจังหวะประตูที่เสียประตูที่สองช่วงทดเจ็บครึ่งแรกด้วย

เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ : 4

เข้าสกัดพรวดใส่ โอไรลี่ จนเสียจุดโทษ การเล่นเกมรับขาดความนิ่งอย่างเห็นได้ชัด ขณะเดียวกันในเล่นเกมรุกก็ไม่ละเอียด โดยเฉพาะจังหวะที่ได้โอกาสหน้าประตูแต่แทนที่จะยิงดันตอกส้นทีมเลยอดลุ้นทำประตู จากนั้นก็ปล่อยให้ ฮาลันด์ ได้วิ่งอย่างอิสระจนได้โอกาสซัดประตูที่สามของตัวเขา

มิลอส เคอร์เคซ : 5

ต้องบอกว่าโชคดีพอสมควรที่ไม่ทำเสียจุดโทษจังหวะสกัดใส่ รายาน แชร์กี โดยทั้ง เซเมนโย่ และ แชร์กี เล่นงานอย่างหนัก ส่วนเกมรุกแทบไม่มีโอกาสได้บุกขึ้นไปช่วยทีมเลย

ไรอัน กราเฟนแบร์ก : 4

ไม่สามารถคุมเกมแดนกลางได้เลย จังหวะการเล่นเกมรุกเงียบสนิท ส่วนการสกัดคู่แข่งก็ทำได้ไม่ดี

เคอร์ติส โจนส์ : 6

มีโอกาสหลายครั้งในช่วงครึ่งแรกที่พยายามวิ่งไปเพรสซิ่งใส่แนวรับของ แมนฯ ซิตี้ เอาชนะในการแย่งบอลได้ดี แต่บางจังหวะเล่นเหนือชั้นโดนไม่จำเป็น อย่างไรก็ตามผลงานโดยรวมยังถือว่าไม่แย่

โดมินิค โซโบซไล : 5

ต้องพบกับความยากลำบากในการงัดฟอร์มเก่งออกมา บทบาทในการสร้างเกมรุกเงียบมากๆ จังหวะยิงแทบไม่มีให้เห็น

ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ : 6.5

สวมบทบาทจอมสร้างสรรค์เกมได้อย่างโดดเด่น ในครึ่งแรกสามารถปั้นเกมรุกให้กับเพื่อนร่วมทีมอย่างต่อเนื่อง ประสานงานกับ เอกิติเก้ ได้อย่างลงตัว แต่น่าเสียดายที่ฟอร์มค่อยๆ เงียบในครึ่งหลัง

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : 4

ครึ่งแรกพลาดโอกาสทองจากจังหวะหลุดเข้าไปในเขตโทษ โดยมี เวียร์ตซ์ ยืนโล่งๆ แต่เลือกตัดสินใจยิงเองและทำได้ไม่ดี จากนั้นในครึ่งหลังก็มีโอกาสงามๆ อีกสามครั้งแต่ซัดไปติดเซฟ เจมส์ แทรฟฟอร์ด, ตามด้วยตะบันเหินคามข้าม และซัดจุดโทษไม่เข้า สาวก "เดอะ ค็อป" ต้องทำใจว่านี่ไม่ใช่ "บังโม" คนเดิมอีกแล้ว

อูโก้ เอกิติเก้ : 6.5

ประสานงานกับ เวียร์ตซ์ ได้อย่างลงตัว โดยมีโอกาสได้ยิงประตูสองครั้งในช่วงต้นเกม สัมผัสบอลแรกของนักเตะทำได้ดีเยี่ยม น่าเสียดายที่ไม่มีชื่อทำประตู ความสามารถเฉพาะตัวนำไปสู่การได้จุดโทษ แต่ ซาลาห์ ซัดไม่เข้า

ตัวสำรองที่ได้ลงสนาม

เจเรมี่ ฟริมปง (โจ โกเมซ น. 62) : 6

สามารถตอบสนองในจังหวะการเล่นเกมรุกได้ดี ทำให้ทีมอันตรายมากขึ้นทางฝั่งขวา ส่วนเกมรับก็ไม่มีอะไรต้องตำหนิ

อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ (ไรอัน กราเฟนแบร์ก น. 67) : 6

ทำให้แดนกลางมีความมั่นคงมากขึ้น เปิดโอกาสให้ ลิเวอร์พูล กลับมาตั้งเกมและครองบอลได้มากขึ้นเล็กน้อย แต่ตอนนั้นพวกเขาก็โดนนำไปแล้ว 4-0

ริโอ เอ็นกูโมฮา (ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ น. 68) : 5.5

เพิ่มความเข้มข้นในการเล่นทางริมเส้นฝั่งขวาตอนที่ ซาลาห์ โดนขยับเข้าไปอยู่ตรงกลาง ความเร็วยังคงโดดเด่นและยังสามารถพัฒนาได้อีก

โกดี้ คักโป (อูโก้ เอกิติเก้ น. 68) : 4

ไม่ได้ช่วยทำให้เกมรุกอันตรายเลย ฟอร์มเงียบเหลือเกิน

เฟเดรีโก้ เคียซ่า (โมฮาเหม็ด ซาลาห์ น. 77) : 4

สิ่งที่ที่ต้องชื่นชมก็คือความมุ่งมั่นทุ่มเท นอกนั้นก็ไม่มีอะไรให้ต้องจดจำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...