โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐคุมเข้มเรือสินค้าอิหร่านที่ยึดได้ พบข้อมูลเชื่อมโยงกับจีน

เดลินิวส์

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
กองทัพสหรัฐยังคงคุมเข้มเรือบรรทุกสินค้า

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ว่า ศูนย์บัญชาการภูมิภาคกลางของกองทัพสหรัฐ (เซนต์คอม) เผยแพร่ภาพล่าสุดของเรือบรรทุกสินค้า "ทูสกา" สัญชาติอิหร่าน ซึ่งเซนต์คอมปฏิบัติการโจมตีและยึดเรือลำดังกล่าว ระหว่างเผชิญหน้ากันในอ่าวโอมาน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ภาพหนึ่งแสดงให้เห็นเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ที่มีตู้คอนเทนเนอร์อยู่บนดาดฟ้าเรือ และมีควันดำพวยพุ่งออกมา ส่วนภาพที่สองดูเหมือนจะเป็นเรือลำเดียวกันซึ่งถ่ายจากระยะไกล โดยมีเรือของกองทัพสหรัฐอยู่ในบริเวณใกล้เคียง

ทั้งนี้ เซนต์คอมยืนยันว่า ทหารสหรัฐยังคงควบคุมเรือทูสกา และตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบสินค้าทั้งหมดบนเรือ โดยยังไม่มีการเปิดเผยเกี่ยวกับสถานะของลูกเรือ

ขณะที่มีรายงานว่า กองทัพสหรัฐจะนำเรือทูสกาไปยังจุดทอดสมอหรือท่าเรือแห่งหนึ่ง เพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียด จนกระทั่งทราบแน่ชัดว่า สินค้าบนเรือคืออะไร ท้ายที่สุดเรือลำนี้อาจกลายเป็นทรัพย์สินของรัฐบาลสหรัฐ ในฐานะ “รางวัลจากสงคราม” หรือ “สิ่งที่ริบได้จากสงคราม” แบบเดียวกับยุทโธปกรณ์ที่ยึดได้ ระหว่างการขัดแย้งด้วยกำลังอาวุธ

ด้านข้อมูลจากเว็บไซต์ติดตามการเดินเรือ MarineTraffic ระบุว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เรือทูสกาเดินทางไปมาระหว่างเมืองจูไห่ของจีนกับท่าเรือหลายแห่งของอิหร่าน และอยู่ในบัญชีคว่ำบาตรของสหรัฐมาตั้งแต่ปี 2561 โดย MarineTraffic ระบุว่า ในวันที่ถูกกองทัพสหรัฐยึด เรือลำนี้ “บรรทุกสินค้าเต็มลำ” แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าสินค้าคืออะไร.

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...