โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

พรรคประชาชน ออกโรงแฉ บ้านใหญ่ได้เติมน้ำมันก่อน วอนขอความเป็นธรรมให้ประชาชน

Thaiger

อัพเดต 17 มีนาคม 2569 เวลา 22.50 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวไทย

พรรคประชาชน ออกโรงแฉ บ้านใหญ่ได้เติมน้ำมันก่อน วอนขอความเป็นธรรมให้ประชาชน แนะรัฐบาลแสดงความชัดเจนและเตรียมความพร้อม

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาแถลงถึงปัญหาวิกฤติพลังงานซึ่งเป็นผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางว่า ความตื่นตระหนกทั่วประเทศเกิดขึ้นเพราะรัฐบาลยังไม่ตอบคำถามที่พี่น้องประชาชนสงสัย เพราะในขณะที่นายกรัฐมนตรีย้ำว่าประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอ หรือมีปริมาณสูงสุดในอาเซียน สิ่งที่พี่น้องประชาชนต้องการรู้คือ “แล้วทำไมไปปั๊มไหน น้ำมันก็หมด” และ “ตกลงเติมน้ำมันที่ไหนได้บ้าง” หากรัฐบาลไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ ย่อมไม่สามารถลดความตื่นตระหนกในสังคมได้

การบริหารจัดการของรัฐบาลมีปัญหาสำคัญ 2 ข้อ ข้อแรก คือ ปัญหาเรื่องแนวทางการทำงานของกลไกพยุงราคาที่ประกาศล่วงหน้าว่าจะอุดหนุนราคาเป็นเวลา 15 วัน ทำให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ เพราะจะทำให้ผู้ขายบางส่วนมีแนวโน้มเก็บสต๊อกเพื่อทำกำไรส่วนต่าง ในขณะที่ผู้ซื้อ ทั้งประชาชนทั่วไปและภาคอุตสาหกรรมก็มีแนวโน้มแห่กักตุนสินค้าล่วงหน้า ทำให้เกิดความอยากซื้อเกินปกติ ที่มาพร้อมความอยากขายน้อยกว่าปกติ ผลก็คือความปั่นป่วนหน้าปั๊มทั่วประเทศ

ปัญหาข้อที่สอง คือ การรับฟังผู้เกี่ยวข้องของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) นั้นจำกัดวงแคบเกินไป อย่างการประชุมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (15 มีนาคม) ก็เป็นการเรียกบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ 5-6 ราย เข้ามาสอบถามว่ามีน้ำมันพอไหมเท่านั้น แต่ไม่ได้รับฟังเสียงของผู้ประสบปัญหากลุ่มอื่นๆ เช่น ปั๊มขนาดเล็ก เกษตรกร ชาวประมง หรือผู้ประกอบการขนส่งรายย่อย ทำให้การตัดสินใจทางนโยบายไม่รอบด้าน

ปัญหาวิกฤตน้ำมันครั้งนี้ เป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญของทั้งบ้านใหญ่และเทคโนแครต ซึ่งเป็น 2 ส่วนผสมสำคัญของรัฐบาลอนุทิน เริ่มตั้งแต่พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมต.คมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบก. ที่มีธุรกิจน้ำมันของครอบครัวเกี่ยวพันกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนโดยตรง จะสามารถแก้ปัญหาแบบเป็นธรรมเพียงใด จะจัดการรถขนส่งภาคอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนจากการซื้อช่องทางค้าส่งมาแย่งเติมน้ำมันหน้าปั๊มได้หรือไม่

นอกจากนี้ ในระดับท้องถิ่น บ้านใหญ่แต่ละจังหวัดยังเกี่ยวพันกับธุรกิจในพื้นที่ หลายจังหวัดคนธรรมดา เกษตรกรรายย่อย ไปต่อคิวรอเติมน้ำมันหลายชั่วโมงไม่ได้ แต่รถใหญ่บางคันที่คาดว่าอยู่ในเครือข่ายบ้านใหญ่กลับได้รับไฟเขียวเติมน้ำมันก่อนคนตัวเล็กตัวน้อย นี่จะเป็นบทพิสูจน์ว่า ในสภาวะเช่นนี้ เครือข่ายบ้านใหญ่เอาตัวเองรอดก่อน หรือจะให้ความเป็นธรรมกับประชาชนในพื้นที่ได้เพียงใด

ในส่วนของเทคโนแครต วีระยุทธชี้ว่านี่ยังเป็นบทพิสูจน์ของเทคโนแครตอย่าง ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมต.คลัง ที่เน้นเรื่องความโปร่งใส ความทันสมัย และระบบดิจิทัล เหตุการณ์นี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่าจะทำให้เกิดขึ้นจริงได้หรือไม่ เพราะสิ่งที่ประชาชนต้องการเห็นในตอนนี้ก็คือ Dashboard ที่รายงานข้อมูลน้ำมันให้เราทุกคนได้รู้แบบ Real-time หรืออย่างน้อยก็การอัปเดตรายวัน เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถวางแผนเติมน้ำมันได้ ไม่ต้องไปต่อคิวหรือเสียเวลาไปทั้งวันโดยไม่มีประโยชน์

ในขณะที่ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะผู้รับผิดชอบราคาสินค้าและช่วยเหลือผู้ประกอบการ วิกฤตน้ำมันครั้งนี้ก็จะเป็นบทพิสูจน์เรื่องการทำงานล่วงหน้าและตรงจุด ทั้งปัญหาเฉพาะหน้าอย่างการจัดการต้นทุนการขนส่งตั้งแต่ต้นทาง เพื่อไม่ให้เกิดภาวะลูกโซ่ที่ราคาสินค้าทยอยขึ้น รวมถึงความเดือดร้อนของภาคท่องเที่ยว เพราะไม่ใช่เพียงนักท่องเที่ยวต่างชาติกำลังซื้อสูงจากตะวันออกกลางและยุโรปจะขาดหายไปเท่านั้น แต่คนไทยเองก็ไม่กล้าเดินทางท่องเที่ยวเช่นกัน เพราะไม่มั่นใจว่าจะสามารถเติมน้ำมันระหว่างทางได้หรือไม่

ดังนั้น หากจะทำให้พี่น้องคนไทยคลายความกังวล ลดความเดือดร้อน รัฐบาลแสดงให้เห็นถึง “ความชัดเจน” และ “ความพร้อม” เริ่มตั้งแต่ความชัดเจนเรื่องข้อมูลปริมาณน้ำมัน เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนชีวิตและธุรกิจได้ รวมถึงความชัดเจนเรื่องแนวทางพยุงราคา ว่าจะใช้กรอบ 15 วันแบบเดิม ซึ่งสร้างความปั่นป่วน หรือจะปรับแนวทางใหม่ เปลี่ยนจากการอุดหนุนแบบกวาดให้ทุกคน หรือจะมียุทธศาสตร์มากขึ้น เช่น เน้นกลุ่มขนส่งต้นน้ำที่จะเป็นเหมือน “เส้นเลือดเศรษฐกิจ” ซึ่งส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สำคัญ และกลุ่มเปราะบางที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือในยามวิกฤต

นอกจากความชัดเจนแล้ว รัฐบาลต้องแสดงความพร้อม ทั้งต่อการรับมือสินค้าที่เริ่มขาดตลาดหรือมีแนวโน้มราคาสูงขึ้นทั้งต้นน้ำ เช่นเม็ดพลาสติกที่เริ่มขาดตลาด และส่งผลต่อเนื่องไปถึงการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหาร ชิ้นส่วนรถยนต์ วัสดุก่อสร้าง และกลุ่มสินค้าที่พึ่งพาการนำเข้าจากตะวันออกกลาง โดยเฉพาะปุ๋ยไนโตรเจน เรานำเข้าสูงจากตะวันออกกลางถึง 60% ของการนำเข้าปุ๋ยไนโตรเจนทั้งหมด

ศุภโชติ ไชยสัจ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เผยว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่ได้ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันเพียงเท่านั้น แต่สิ่งที่กำลังจะตามมาคือเรื่องของค่าไฟ เนื่องจากไฟฟ้าในประเทศผลิตจากก๊าซธรรมชาติค่อนข้างมาก เป็นสัดส่วนสูงกว่า 60% และมีการนำเข้าก๊าซธรรมชาติรูปแบบเหลวหรือแอลเอ็นจี จากตะวันออกกลางกว่า 25% ของแอลเอ็นจีทั้งหมด อันดับหนึ่งมาจากกาตาร์ โดยสิ่งที่รัฐบาลสามารถทำได้ทันทีเพื่อช่วยทุเลาปัญหาภาระค่าครองชีพของประชาชน คือ

1) การลดอัตราค่าไฟสำหรับกลุ่มเปราะบาง นโยบายของรัฐบาลที่ใช้เคยใช้หาเสียง ไม่ว่าจะเป็นการการใช้ไฟฟ้าในช่วง 200 หน่วยแรกจะได้รับอัตราพิเศษ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลมีการบังคับใช้ในบิลค่าไฟที่จะถึงนี้ทันที

2) ขอเรียกร้องให้รัฐบาลมีการประกาศโควตารับซื้อไฟฟ้าเพิ่มเติมจากหลังคาบ้านที่มีการติดตั้งโซลาร์เซลล์แล้ว อย่างน้อยช่วยเป็นการลดการผลิตไฟฟ้าจากแอลเอ็นจีในอนาคตได้

3) เสนอให้รัฐบาลโครงการอย่างการควบคุมการตอบสนองด้านความต้องการใช้ไฟฟ้าอย่างจริงจัง โดยการขอความร่วมมือและจ่ายค่าชดเชยให้กับโรงงานหรือผู้ประกอบการ และผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ ซึ่งสามารถลดการผลิตไฟฟ้าจากต้นทางได้ อย่างน้อยรัฐบาลควรออกมาตรการนี้มาเป็นการเร่งด่วน เพื่อช่วยรองรับบรรเทาวิกฤติที่ประเทศกำลังจะขาดแคลนแอลเอ็นจี รวมถึงแอลเอ็นจีราคาสูงที่กำลังจะเข้าสู่ประเทศ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...