อุดรธานี เขต 7 เกิดอะไรขึ้น? ระหว่างรายงานคะแนนเพื่อไทยนำ ผลสุดท้ายพลิกเป็นสุริยา วงศ์อารีย์
อุดรธานี เขต 7 เป็นเขตเลือกตั้งหนึ่งที่มีผลการรายงานคะแนนที่ "น่าจับตามอง" และเป็นตัวอย่างสำหรับชวนให้ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของระบบการรายงานผลคะแนนเลือกตั้งของกกต. ในคืนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เพราะระหว่างการรายงานผลคะแนน สส. ที่เป็น "งูเห่า" คนนี้ไม่ได้เป็นผู้ชนะ แต่เมื่อประกาศผลคะแนนสุดท้ายออกมาเขาก็ได้เดินเข้าสภา
ระบบการรายงานผลคะแนนเลือกตั้งตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อธิบายต่อสาธารณะ คือ เมื่อแต่ละหน่วยเลือกตั้งนับคะแนนเสร็จและตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยแล้วกรรมการประจำหน่วย (กปน.) จะกรอกข้อมูลเข้าสู่ระบบการรายงานที่เรียกว่า ECT Report และคะแนนที่รายงานนั้นจะถูกนำเสนอต่อสาธารณะ ซึ่งการรายงานคะแนนที่ปกติควรจะมีช่วงพีคของการรายงานคะแนนอยู่ที่ช่วง 19.30-20.30 น. และรายงานคะแนนจนครบถ้วน 100% ได้ในช่วงดึกของคืนวันเลือกตั้ง แต่สำหรับการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 การรายงานคะแนนติดขัดเป็นช่วงๆ และล่าช้า คะแนนยังถูกปรับเปลี่ยนทั้งเพิ่มขึ้นและลดลงจนกระทั่งเวลา 15.51 ของวันถัดไป และหยุดการรายงานคะแนนอยู่ที่ประมาณ 91%
โดยระหว่างการรายงานผลคะแนนเลือกตั้ง ผลการเลือกสส. แบบแบ่งเขตที่จังหวัดอุดรธานี เขต 7 เวลาส่วนใหญ่พบว่า ธีระชัย แสนแก้ว ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยมีคะแนนนำมาตลอด แต่มีคะแนนนำเพียงเล็กน้อย มีเพียงช่วงเวลา 18.48 น. เท่านั้นที่สุริยา วงศ์อารีย์ ผู้สมัครจากพรรคประชาชนมีคะแนนนำ ซึ่งตอนนั้นมีคะแนนที่ถูกรายงานเพียง 48 คะแนนเท่านั้น แต่หลังคะแนนเพิ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 18.58 ไปจนถึงเวลา 15.51 ของวันรุ่งขึ้น และจนกระทั่งหยุดการรายงานคะแนนในระบบออนไลน์ไปก็ยังเป็นธีระชัย แสนแก้ว เป็นผู้ชนะในเขตนี้ด้วยคะแนน 24,883 ต่อ 24,236 คะแนน เป็นการชนะแบบเฉียวฉิวเท่านั้น เพียง 647 คะแนน
ขณะที่รายงานผลการนับคะแนนโดยอาสาสมัครจากเว็บไซต์ Vote62 ที่ประชาชนถ่ายภาพกระดานนับคะแนนจากหน้าหน่วยเลือกตั้ง และกรอกคะแนนกันเอง ซึ่งเก็บผลผลคะแนนได้มาเพียงประมาณ 58% ก็พบว่า ธีระชัย แสนแก้ว ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย เป็นผู้ชนะเช่นกัน เป็นการชนะแบบเฉียวฉิว 15,146 ต่อ 13,591 คะแนน
หลังจากนั้น วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานกกต. เผยแพร่เอกสารสรุปผลคะแนนเลือกตั้งแต่ละเขต คือ เอกสารสส. 6/1 และเอกสารสส. 6/1 (บช.) เป็นคะแนนรวม 100% ของเขตเลือกตั้งนั้นๆ บน Google Drive ซึ่งผลสุดท้ายพบว่า สุริยา วงศ์อารีย์ ผู้สมัครจากพรรคประชาชน เป็นผู้ชนะด้วยคะแนน 28,776 ต่อ 27,904 คะแนน ชนะไปเพียง 872 คะแนน
เนื่องจากการรายงานผลคะแนนของกกต. ติดขัด มีปัญหาตลอดทาง และยังพบการแก้ไขเพิ่มเติมคะแนนที่รายงานไปแล้วได้ ทำให้คะแนนที่ถูกรายงานต่อสาธารณะถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ใช่คะแนนที่น่าเชื่อถือ และภายหลังกกต. บอกว่า อย่านำคะแนนที่รายงานแล้วดังกล่าวไปอ้างอิง มีความเป็นไปได้ว่า คะแนนที่ถูกรายงานในช่วงเวลานั้นยังไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และเมื่อมีการรายงานคะแนนภายหลังให้ครบถ้วนก็อาจเปลี่ยนผลแพ้ชนะกันได้ เช่น ในจังหวัดศีรษะเกษ เขต 6 ก็พบว่าคะแนนชุดแรกผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทยเป็นผู้ชนะ และเมื่อรายงานคะแนนครบถ้วนพบว่า ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยเป็นผู้ชนะไปอย่างเฉียดฉิว
อย่างไรก็ดีกระบวนการรายงานคะแนนที่ติดขัดและมีผลเปลี่ยนแปลงขึ้นลง โดยเฉพาะการหยุดรายงานผลไว้ที่ 91% แต่กกต.อธิบายว่า หยุดรายงานผลไว้ที่ 94% และทิ้งช่วงไว้เป็นเวลาประมาณ 10 วันก่อนที่จะประกาศคะแนนทั้งหมดทำให้ประชาชนไม่อาจมั่นใจได้ว่า ในระหว่างช่วงเวลาดังกล่าวมีบุคคลใดเข้าไปทำอย่างไรกับคะแนนอีก 9% ที่เหลือหรือไม่ และเมื่อประกาศผลคะแนนออกมาภายหลังทำให้ผลการแพ้ชนะในบางเขตเปลี่ยนแปลงไป ยิ่งทำให้ประชาชนสงสัยในความไม่โปร่งใสของกระบวนการประกาศผลคะแนนด้วยระบบเช่นนี้
เมื่อกกต. ประกาศผลให้สุริยา วงศ์อารีย์ ผู้สมัครจากพรรคประชาชน ได้รับการเลือกตั้งเป็นสส. สุริยาก็เข้ารายงานตัวและเข้าปฏิบัติหน้าที่ ในการประชุมสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 สุริยากลับไม่ลงคะแนนเลือกหัวหน้าพรรคประชาชน แต่กลับลงคะแนนเลือกอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทยให้เป็นนายกรัฐมนตรี
iLaw กำลังนำข้อมูลการรายงานคะแนนในคืนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ต่อเนื่องถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 มาศึกษาวิเคราะห์หารูปแบบความผิดปกติ เมื่อการรายงานคะแนนติดขัดเป็นช่วงๆ และมีการรายงานผลคะแนนที่ไม่เป็นธรรมชาติ ทำให้เราเห็นความไม่โปร่งใสหลายประเด็นในกระบวนการนี้ เราจะนำเสนอผลการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลชุดนี้ในเร็วๆ นี้ โดยกรณีของสุริยาเป็นแค่ตัวอย่างเดียวเท่านั้น