โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

แผนสหรัฐให้นานาชาติช่วยคุ้มครองช่องแคบฮอร์มุซ

ไทยโพสต์

อัพเดต 22 มีนาคม 2569 เวลา 3.00 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ทรัมป์ย่อมหวังว่าสงครามอิหร่านจะส่งเสริมให้สหรัฐยิ่งใหญ่อีกครั้ง ตอนนี้สถานการณ์ที่ช่องแคบฮอร์มุซกำลังเป็นตัวชี้วัดหนึ่งว่าเป็นไปตามหวังหรือไม่

มีนาคม 2026 อยาตอลเลาะห์ ซัยยิด โมจตาบา คาเมเนอี (Ayatollah Seyyed Mojtaba Khamenei) ผู้นำจิตวิญญาณอิหร่านคนใหม่ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ตอบโต้การรุกราน นโยบายนี้หมายถึงเรือที่จะผ่านต้องขออนุญาตก่อน

เรื่องนี้ไม่ใช่นโยบายใหม่ อิหร่านขู่มานานแล้ว

ภาพ: แผนสหรัฐให้นานาชาติช่วยคุ้มครองช่องแคบฮอร์มุซ

เครดิตภาพ: ปัญญาประดิษฐ์

ยกตัวอย่าง กรกฎาคม 2018 ประธานาธิบดีโรฮานีกล่าวเตือนทรัมป์ว่า “คุณทรัมป์ อย่าเล่นหางสิงโต เพราะคุณจะต้องเสียใจ” หากทำสงครามจะเกิดหายนะ อิหร่าน “จะไม่ยอมจำนนต่อคำขู่” ถ้าอิหร่านส่งออกน้ำมันไม่ได้ ประเทศอื่นก็จะส่งออกไม่ได้เช่นกัน พร้อมจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ข้อเท็จจริงคือการโจมตีเป้าหมายทางทหารของอิสราเอลกับสหรัฐในตะวันออกกลาง และการปิดช่องแคบ ล้วนเป็นแผนการที่อิหร่านเคยเตือนหรือเคยใช้มาแล้ว ดังนั้นรัฐบาลทรัมป์จะอ้างว่าไม่รู้ไม่เข้าใจไม่ได้

สงครามทำให้ทหารอเมริกันบาดเจ็บล้มตายจำนวนหนึ่ง ฐานทัพหลายแห่งเสียหายไม่มากก็น้อย 12 วันแรกของสงครามใช้งบทางทหารถึง 16,500 ล้านดอลลาร์ แต่ที่เสียหายหนักคือผลต่อเศรษฐกิจ ทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น เบื้องต้นคือเพิ่มอีก 0.5-0.8% ยอดเงินเฟ้อรวมอาจถึงระดับ 3.2% ภายในสิ้นไตรมาสนี้ ข้อนี้กระทบกำลังซื้อของคนอเมริกันแน่นอน ไม่แปลกที่รัฐบาลทรัมป์พยายามสกัดราคาน้ำมันไม่ให้ขึ้นสูง

ปัญหาอันเนื่องจากเส้นทางขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางมีปัญหา น้ำมันขึ้นราคา บางช่วงขาดแคลน ปุ๋ยแพง (ปุ๋ยเคมีมาจากพลังงานฟอสซิล) เงินเฟ้อ กระทบทั่วโลก

วิเคราะห์นโยบายของทรัมป์:

ท่ามกลางราคาน้ำมันสูงไม่หยุด WTI จากแถว 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็น 90-100 อิหร่านยังสามารถควบคุมการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เรือบรรทุกน้ำมันและเรือบรรทุกสินค้าต่างๆ เลี่ยงเส้นทาง ประธานาธิบดีทรัมป์ขอให้นานาชาติช่วยคุ้มกันช่องแคบ ให้กลับมาเดินเรือปกติอีกครั้ง ทรัมป์เอ่ยนามประเทศจีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอังกฤษ

น่าสนใจที่กองทัพสหรัฐใหญ่อันดับหนึ่งของโลก กำลังทหารอากาศอิสราเอลที่โจมตีอิหร่านอย่างหนักหน่วงยังไม่สามารถจัดการปัญหานี้ สวนทางคำพูดของทรัมป์ที่บอกว่าแทบไม่เหลือเป้าให้โจมตีอีกแล้ว

ประการแรก คือการกระจายความรับผิดชอบให้ประเทศอื่น

สงครามอิหร่านเริ่มจากการที่สหรัฐกับอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน สงครามของ 3 ประเทศ นโยบายให้นานาชาติช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซคือการดึงนานาชาติ โดยเฉพาะประเทศที่ทรัมป์เอ่ยถึงให้เข้าพัวพันสงครามนี้

สมมติว่าเรือรบยุโรปเข้ามาช่วย ย่อมมีสิทธิโดนอิหร่านโจมตี เท่ากับทำสงครามต่อกันแล้ว นโยบายทรัมป์จึงเป็นการกระจายความรับผิดชอบแก่ประเทศอื่น ดึงประเทศอื่นเข้าร่วมสงคราม ทั้งๆ ประเทศเหล่านั้นไม่เป็นผู้ก่อสงครามและไม่อยากมีส่วนร่วม

อันที่จริงนอกจากสหรัฐมีกองเรือรบที่ 5 ประจำตะวันออกกลาง ยังมีกองเรือรบอื่นๆ อีกที่สามารถส่งเข้ามาช่วย จึงไม่ขาดแคลนเรือรบเลย ยังส่งเข้ามาช่วยได้อีกมาก น่าสงสัยว่าทำไมรัฐบาลสหรัฐจึงไม่ส่งเข้ามา

ประการที่ 2 คือการแสดงความเป็นผู้นำโลก

ผู้นำสหรัฐไม่ว่าจะมาจากพรรครีพับลิกันหรือเดโมแครตต่างยึดแนวทางนี้ เพียงแต่ต่างกันที่คำพูด การใช้คำ บางคนให้เหตุผลว่าสหรัฐคือตำรวจโลก เป็นเสาหลักเสรีประชาธิปไตย ซึ่งไม่แปลกที่ทุกรัฐบาลต้องเสริมสร้างรักษาผลประโยชน์แห่งชาติ

ตั้งแต่ช่วงหาเสียงประธานาธิบดีทรัมป์ชูคำขวัญ “Make America Great Again” การรบกับอิหร่านคือหนึ่งในวิธีที่รัฐบาลสหรัฐกำลังทำตัวให้เป็นมหาอำนาจโลก ใครไม่ยอมสยบต้องถูกจัดการ รัฐบาลสหรัฐขอแทรกแซงเข้าจัดการประเทศอื่นๆ ละเมิดอธิปไตยอย่างชัดเจน

ประการที่ 3 คือการแบ่งแยกมิตรกับศัตรู

ด้วยความที่เป็นมหาอำนาจ มีขั้วอำนาจของตน รัฐบาลสหรัฐมักใช้สถานการณ์หรือหาวิธีการกระชับความเป็นมหาอำนาจของตน

ตัวอย่างที่เอ่ยถึงมากคือ เหตุก่อการร้ายในสหรัฐเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2001 (หรือที่นิยมเรียกว่า 9/11) รัฐบาลจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ประกาศทำสงครามก่อการร้ายทั่วโลก นักวิเคราะห์บางคนตีความเหตุการณ์ 9/11 ส่งผลดีต่อสหรัฐ เอื้อให้ขยายอิทธิพลในประเทศอื่นๆ มากขึ้น โดยเฉพาะในแถบตะวันออกกลาง อัฟกานิสถาน รัฐบาลบุชใช้โอกาสดังกล่าวแผ่ขยายอิทธิพลทั่วโลก ด้วยการประกาศว่าประเทศที่ให้แหล่งพักพิงมีความผิดเท่ากับผู้ก่อการร้าย สหรัฐจะถือว่าประเทศนั้นเป็นศัตรูหากไม่ร่วมมือต้านผู้ก่อการร้าย

ในช่วงนั้นหลายสิบประเทศให้ความร่วมอย่างดี การต่อต้านก่อการร้ายกลายเป็นกระแสโลก

ประการที่ 4 ชี้ว่าการทำสงครามอิหร่านถูกต้องแล้ว

ตั้งแต่ต้นนักวิเคราะห์หลายคนสงสัยเหตุที่สหรัฐก่อสงคราม คนอเมริกันจำนวนมากไม่เชื่อเหตุผลคำอธิบายของผู้นำตัวเอง เหตุผลเรื่องนิวเคลียร์กับขีปนาวุธอ่อนเกินไป ไม่ถึงขั้นต้องทำโจมตีอิหร่านขนาดนั้น ยิ่งชี้แจงยิ่งน่าสงสัย เพราะเหตุผลเป้าหมายเปลี่ยนไปเรื่อย

ไม่แปลกใจที่คนอเมริกันส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับสงครามนี้ งานวิจัยของ Economist/YouGov ที่รายงานเมื่อต้นเดือนมีนาคม 2026 พบว่าคนอเมริกัน 32% เท่านั้นที่เห็นด้วยกับสงคราม ผู้ตอบแบบสอบถาม 60% คิดว่ารัฐบาลไม่มีแผนที่ชัดเจน 62% เห็นว่าควรขอความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อนลงมือขั้นต่อไป

หากนานาชาติช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทรัมป์จะสามารถอ้างว่าการรบนี้ชอบธรรม นานาชาติสนับสนุน ทั้งๆ ที่การรุกรานอิหร่านผิดกฎหมายระหว่างประเทศแต่รัฐบาลสหรัฐไม่สนใจ

ประการที่ 5 เป็นข้ออ้างเล่นงานพวกที่ไม่ให้ความร่วมมือ

เป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่ารัฐบาลทรัมป์มักใช้วิธีข่มขู่เพื่อให้อีกฝ่ายยอมตามเงื่อนไข ที่ใช้บ่อยเช่น มาตรการภาษีตอบโต้ ขู่ว่าจะไม่ปกป้องพันธมิตรตามสนธิสัญญาป้องกันประเทศ หากไม่ซื้อใช้อาวุธสหรัฐ ไม่ซื้อใช้น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติจากสหรัฐแม้ราคาแพงกว่า หรือนำเข้าสินค้าเกษตรบางรายการที่เป็นฐานเสียงพรรครีพับลิกัน

มีความเป็นไปได้ว่าทรัมป์จะเพิ่มเรื่องช่องแคบฮอร์มุซเล่นงานพวกที่ไม่ให้ความร่วมมือ

ผลลัพธ์ในทางกลับกัน:

หลังทรัมป์ขอให้พันธมิตรส่งกองทัพเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลายประเทศยืนยันแล้วว่าไม่ขอเข้าพัวพัน ทรัมป์กล่าวว่า “เราเคยเข้าไปให้ความช่วยเหลือบางอย่าง ในอนาคตอาจไม่ช่วยบางประเทศแล้ว”

ไคยา คาลลัส (Kaja Kallas) ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปด้านกิจการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคง กล่าวว่า “ไม่ใช่สงครามของยุโรป แต่มีผลประโยชน์ยุโรปในนั้น”

เคียร์ สตาร์เมอร์ (Keir Starmer) นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า “ความเป็นผู้นำของตนคือการยึดมั่นผลประโยชน์ของอังกฤษ ไม่สนใจแรงกดดัน” หากอังกฤษจะเข้าร่วมก็จะเข้าร่วมพร้อมกับประเทศยุโรปอื่นๆ

รัฐบาลฝรั่งเศสกับอิตาลีประกาศไม่ขอส่งกองทัพเข้าร่วมเช่นกัน

การที่นาโตยุโรปไม่เข้าร่วมเพราะไม่เข้าข่ายสนธิสัญญานาโต สงครามอิหร่านคือสหรัฐกับอิสราเอลเข้ารบกับอิหร่าน อิหร่านไม่ใช่ฝ่ายก่อสงคราม แม้รัฐบาลสหรัฐพยายามให้เหตุผลที่มาของสงครามหลายรอบ แต่ฟังดูไม่สมเหตุผล

ทรัมป์ย่อมหวังว่าสงครามอิหร่านจะส่งเสริมให้สหรัฐยิ่งใหญ่อีกครั้ง ตอนนี้สถานการณ์ที่ช่องแคบฮอร์มุซกำลังเป็นตัวชี้วัดหนึ่งว่าเป็นไปตามหวังหรือไม่ งานนี้เดิมพันสูง ทรัมป์ถอยทัพก็เสียหน้า รบต่อก็เสียหาย ควรจะถอนตัวหรือยุติการรบอย่างไรดี

ล่าสุด อิหร่านยังคุมช่องแคบดังเดิม ทั้งสองฝ่ายโจมตีคลังน้ำมันของอีกฝ่าย

มีกระแสข่าวว่าสหรัฐอาจส่งทหารเข้ายึดเกาะคาร์ก (Kharg Island) น่าติดตามว่าจะใช้เรื่องนี้กดดันให้อิหร่านเปิดช่องแคบ หรือเพราะสหรัฐต้องการควบคุมน้ำมันอิหร่าน หากส่งทหารเข้ายึดเกาะจริงการปะทะจะรุนแรงกว่านี้.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...