KKP EDGE รุกตลาด ‘ Mass Affluent ‘ เจาะกลุ่ม รายได้ดีแบกภาระเยอะ ตั้งเป้า AUM โตแตะ 2.5 แสนลบ.ใน 3 ปี
KKP รุกตลาด Mass Affluent เปิดตัว "KKP EDGE" เจาะกลุ่มคนวัยทำงานที่ต้องแบกรับภาระในสังคมอายุยืน ตั้งเป้าปั้นพอร์ตสินทรัพย์กลุ่มลูกค้า Mass Affluent ภายใต้การจัดการ (AUM) จาก 1.5 แสนล้านบาท สู่ 2.5 แสนล้านบาทภายใน 3 ปี
25 มี.ค. 2569 นางกุลนันท์ ซานไทโว ประธานธุรกิจ กลุ่มงานลูกค้าบุคคลกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เปิดเผยว่า สังคมไทยกำลังเข้าสู่ยุค Longevity ที่คนมีโอกาสอายุยืนถึง 90-100 ปี แต่ที่น่ากังวลคือคนไทยส่วนใหญ่ "ไม่มีแผนชีวิต" มาตั้งแต่ต้น
ขณะเดียวกันไทยมีความเข้มข้นของความเหลื่อมล้ำในการถือครองความมั่งคั่งสูงมาก โดยประชากรเพียง 1% ประมาณหลักแสนคนเป็นเจ้าของความมั่งคั่งในประเทศถึง 5 ล้านล้านบาท ซึ่งคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของเงินฝากและการลงทุนรวมทั้งประเทศ ในขณะที่กลุ่มที่เหลือซึ่งมีสัดส่วนจำนวนคนมากกว่ามาก เช่น กลุ่ม 40% ที่กำลังสร้างตัวมีมูลค่าทรัพย์สินรวมกันน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด
จากสถิติระบุว่ามีเพียง 17.8% เท่านั้นที่บรรลุเป้าหมายทางการเงิน ขณะที่เกือบครึ่งหนึ่งแม้จะเริ่มวางแผนแล้วแต่กลับหลุดออกจากเส้นทางระหว่างทาง โดยเฉพาะกลุ่ม Mass Affluent หรือ "กลุ่มเดอะแบก" ซึ่งเป็นคนรายได้ดีที่แบกรับภาระรอบด้านทั้งลูก หรือพ่อแม่ และความกังวลว่าเงินที่มีจะพอใช้สำหรับทุกวัตถุประสงค์หรือไม่ KKP EDGE จึงเข้ามาช่วยเปลี่ยนชีวิตเดอะแบกที่เต็มไปด้วยข้อจำกัดสู่อิสรภาพของความมั่งคั่ง
ซึ่งประสบการณ์ของ KKP ที่ดูแลกลุ่มลูกค้ามั่งคั่ง (High Net Worth) มาอย่างยาวนาน พบว่าความมั่งคั่งที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องของจำนวนเงิน แต่คือ อิสระในการเลือก ที่มาจากการจัดการชีวิตจนไม่ถูกการเงินบังคับ โดยเริ่มจากรากฐานสำคัญอย่างการมีเงินสำรอง 6 เดือนเพื่อความมั่นคง และการใช้ประกันเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงเพื่อปกป้องทรัพย์สินส่วนใหญ่ ตลอดจนการมีแผนการเงินเฉพาะบุคคลที่ตอบโจทย์เป้าหมายชีวิตจริง
นอกจากนี้เข้าใจพลังของดอกเบี้ยทบต้นและโอกาสการลงทุนระดับโลกที่สร้างความได้เปรียบ เช่น การบริหารทุนการศึกษาบุตรหรือเงินเกษียณให้เพียงพอโดยอาจใช้เงินต้นเพียงไม่ถึงครึ่ง รวมถึงการเลือกใช้ผู้เชี่ยวชาญบริหารจัดการเงินเพื่อเอาเวลาไปเติมเต็มชีวิตด้านอื่นๆ ซึ่ง KKP พร้อมส่งต่อวิธีคิดและการจัดการสร้างแต้มต่อทางการเงินเหล่านี้ให้กับกลุ่ม Mass Affluent หรือ กลุ่มที่มีสินทรัพย์ 2 – 50 ล้านบาทขึ้นไป ผ่านบริการ KKP EDGE
“ ในตลาดปัจจุบัน กลุ่ม Mass Affluent คือกลุ่มที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว KKP มีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ในกลุ่มนี้กว่า 150,000 ล้านบาท โดยKKP มองเห็นศักยภาพชัดเจนว่า จะเติบโตได้ถึง 70% ในอีก 3 ปีข้างหน้า หรือเพิ่มเป็น 250,000 ล้านบาท ในปี 2571”
โดยกลุ่มเป้าหมาย KKP EDGE คือ คนรุ่นใหม่เริ่มตื่นตัวว่าการเก็บเงินไปแต่ละวันไม่เพียงพอ แต่ต้องดำเนินไปตามแผนทางการเงินที่ออกแบบมาอย่างดี KKP EDGE จะเข้ามารองรับความต้องการของคนกลุ่มนี้ และพร้อมดูแลให้เขาเติบโตเป็นกลุ่มลูกค้า High Net Worth ที่แข็งแกร่งต่อไป
7 ความลับ “การวางแผนการเงิน” ของคนรวย
KKP ได้ถอดบทเรียนจากประสบการณ์ดูแลลูกค้า High Net Worth มากว่า 20 ปี ภายใต้ความสำเร็จ 7 ประการของการวางแผนการเงิน คือ
1.มีเงินสำรองฉุกเฉิน: ต้องมีครอบคลุม 6-12 เดือน
2.สร้าง Protection ให้ตัวเองและครอบครัว : ใช้เงินเล็กคุ้มครองเงินใหญ่ การทำประกันเพื่อป้องกันความเสี่ยงให้ครอบครัวและสังคม
3.วางแผนชีวิต แล้วค่อยคิด(แผน)เรื่องเงิน : วางแผนชีวิตก่อนการลงทุน กำหนดเป้าหมายชีวิตให้ชัดเจนก่อนเลือกผลิตภัณฑ์
4.ใช้เงินคนอื่นสร้างสินทรัพย์ : การเป็นหนี้เพื่อสร้างสินทรัพย์หรือการศึกษา ไม่ใช่หนี้สุรุ่ยสุร่าย
5.อาศัยพลังของดอกเบี้ยทบต้น : เริ่มวางแผนเร็วจะใช้เงินตัวเองน้อยลง (เช่น เริ่มตอนอายุ 20 กว่าๆ เพื่อเกษียณตอน 45)
6.มีทางเลือกลงทุนมากกว่าคนทั่วไป : มีที่ปรึกษาและเครื่องมือ เพราะแผนจะเป็นจริงได้ต้องมีการลงมือทำและมีแพลตฟอร์มสนับสนุน
7.มีแผนแล้วต้องมีคนทําให้แผนนั้นให้เป็นจริง : เปิดโอกาสการลงทุนในต่างประเทศเพื่อผลตอบแทนที่ดีขึ้น
ใช้กลยุทธ์ Hybrid Model
นายราเมษฐ์ ศศิรัชพรชัย หัวหน้าฝ่าย Product Owner สาย Digital and Innovation Management ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เผยว่า KKP EDGE คือบริการวางแผนชีวิตและการเงินครบวงจรที่ยกมาตรฐานคำแนะนำระดับ High Net Worth มาให้กลุ่ม Mass Affluent เข้าถึงได้โดยรวบยอด ผ่านกลยุทธ์ Purpose-Based Planning ที่ใช้ เป้าหมายชีวิต ของลูกค้าเป็นเข็มทิศ และผนวกทุกเครื่องมือทางการเงิน ไม่ว่าเงินฝาก สินเชื่อ ประกัน และการลงทุนทั่วโลก เข้าไว้ภายใต้แผนชีวิตและบัญชีเดียวแบบ One Stop Solution เพื่อให้ลูกค้าได้รับคำตอบทางการเงินที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงอย่างเบ็ดเสร็จในที่เดียว ไม่ใช่เพียงการเสนอขายผลิตภัณฑ์เป็นรายชิ้นที่ไม่อาจตอบโจทย์เป้าหมายชีวิตได้อย่างแท้จริง
KKP EDGE ดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องด้วยกลยุทธ์ Hybrid Model ที่ผสานเทคโนโลยีผ่านแอปพลิเคชันเข้ากับความเชี่ยวชาญของที่ปรึกษาการเงิน โดยลูกค้าสามารถเริ่มต้นใช้บริการได้ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่
1) บริการนัดวางแผนการเงินกับทีมที่ปรึกษาการเงินและการลงทุนผ่าน video conference หรือ ทางโทรศัพท์
2) แอปพลิเคชัน KKP Better ช่องทางที่ลูกค้าสามารถเริ่มต้นวางแผนการเงินด้วยตัวเองได้ โดยสามารถดูภาพรวมของเงินออม การลงทุน และเป้าหมายทางการเงินได้ในที่เดียว
และ 3) สาขาของธนาคาร ลูกค้าสามารถเข้าไปพูดคุยกับทีมที่ปรึกษาการเงิน เพื่อเริ่มต้นวางแผนการเงินได้ทันที โดย KKP EDGE ได้จัดรูปแบบการดูแลให้เหมาะสมกับขนาดสินทรัพย์ ดังนี้
- EDGE Gold (2-10 ล้านบาท) รับคำแนะนำในการออกแบบแผนชีวิตและการเงินโดยที่ปรึกษาการเงินของ KKP ทางออนไลน์ และติดตามปรับพอร์ตเพื่อให้แผนบรรลุตามเป้าที่ตั้งไว้ อย่างน้อยทุกระยะ 6 เดือน
- EDGE Platinum (10 ล้านบาทขึ้นไป) รับคำแนะนำในการออกแบบแผนชีวิตและการเงินโดยที่ปรึกษาการเงินของ KKP ทั้งการนัดพบหรือออนไลน์ และปรึกษาหรือติดตามการลงทุนได้ตลอดเวลา
KKP EDGE พร้อมรองรับเครื่องมือการลงทุนแห่งอนาคต อาทิ บัญชี TISA เพื่อส่งเสริมการออมและการลงทุนระยะยาวในสินทรัพย์ไทยพร้อมสิทธิประโยชน์ทางภาษี ผ่านระบบการเปิดบัญชีที่สะดวกและคำแนะนำแบบเฉพาะบุคคล เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงทุกโอกาสในการสร้างอนาคตทางการเงินอย่างเต็มที่ เพราะ KKP เชื่อมั่นว่าลูกค้า Mass Affluent ไม่ได้ต้องการเพียงผลิตภัณฑ์ทางการเงิน แต่ต้องการที่ปรึกษาที่เข้าใจและพร้อมดูแลทุกจังหวะชีวิต
“เป้าหมายของ KKP EDGE คือการช่วยให้ ‘กลุ่มเดอะแบก’ อย่าง Mass Affluent ก้าวข้ามการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า สู่การมีแผนชีวิตที่มั่นคงและรองรับทุกความเสี่ยง เมื่อก้าวเข้ามาที่ KKP EDGE สิ่งที่ลูกค้าจะได้รับไม่ใช่เพียงคำแนะนำรายครั้ง แต่คือแผนชีวิตเฉพาะตัว พร้อมการดูแลต่อเนื่องจากผู้เชี่ยวชาญภายใต้มาตรฐานเดียวกับกลุ่ม High Net Worth เพื่อเปลี่ยนเป้าหมายชีวิตให้กลายเป็นความจริงได้อย่างยั่งยืน”
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง