‘เที่ยวไทย’ เผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต ต้นทุนพุ่งแอร์ไลน์จ่อยกเลิกไฟลต์
ท่องเที่ยวไทยวิกฤตซ้อนวิกฤต “สงคราม-ราคาน้ำมัน-ตั๋วแพง” ทุบมู้ด คนชะลอเดินทางทั้งตลาดต่างชาติเที่ยวไทย-ไทยเที่ยวไทย พี่ใหญ่ “การบินไทย” ชี้บุ๊กกิ้งสงกรานต์เดือน เม.ย.ต่ำกว่าปี’68 หวั่นร่วงหนักต่อเนื่องในช่วง พ.ค.-มิ.ย. “ทัวร์อินบาวนด์-โดเมสติกส์” โอดปรากฏการณ์น้ำมันหมดปั๊มทุบเชื่อมั่นซ้ำอีก ขณะที่แอร์ไลน์ต้นทุนพุ่ง บินไม่คุ้ม จ้องยกเลิกไฟลต์สงกรานต์ปีนี้ซบหนัก
ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) เปิดเผยว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งประเด็นสงครามตะวันออกกลางที่ยังรุนแรงและส่งผลต่อสายการบินรายใหญ่ของอาหรับหยุดให้บริการในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเส้นทางบินภูมิภาคยุโรปและผ่านฮับการบินในภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะที่สายการบินที่ยังให้บริการอยู่ก็เผชิญต้นทุนค่าพลังงานอย่างหนัก และปรับขึ้นราคาบัตรโดยสารในอัตราที่สูง เมื่อรวมกับปัญหาไม่มีน้ำมันในประเทศทำให้ภาคการท่องเที่ยวของไทยประสบปัญหาหลายเด้ง ซึ่งล้วนเป็นความเปราะบางของความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว
คนชะลอเดินทางทั้งใน-ตปท.
ดร.อดิษฐ์กล่าวว่าประเด็นเหล่านี้ล้วนมีแนวโน้มส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งหากรัฐบาลไม่มีมาตรการออกมาแก้ไขอย่างเร่งด่วนจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของผู้ประกอบการและภาพรวมของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมูลค่าราว 2.7 ล้านล้านบาท และการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศอย่างรวดเร็วเช่นกัน โดยเฉพาะปัญหาปั๊มน้ำมันทั่วประเทศไม่มีน้ำมันจำหน่าย หรือการจำกัดปริมาณการเติมน้ำมันต่อครั้ง ยิ่งทำให้เกิดวิกฤตความเชื่อมั่นของทั้งผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว
“ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่คนไทยส่วนใหญ่เดินทางและท่องเที่ยวโดยรถยนต์เป็นหลัก หากเชื่อว่าในปั๊มไม่มีน้ำมันเพียงพอ คนจะตัดสินใจไม่เดินทางทันที ซึ่งจะกระทบท่องเที่ยวทั้งระบบ และถ้าข่าวไปถึงต่างประเทศจะยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าเดินทางมาไทย เพราะไม่มั่นใจมาเที่ยวไทยแล้วจะได้เที่ยวตามโปรแกรมทัวร์หรือไม่” ดร.อดิษฐ์กล่าว และว่ารัฐบาลควรเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันในปั๊มอย่างเร่งด่วนที่สุด เพื่อฟื้นความมั่นใจของประชาชนและนักท่องเที่ยวก่อนที่ผลกระทบจะลุกลามเป็นวงกว้าง
บุ๊กกิ้งตั๋วบินสงกรานต์ต่ำกว่าปี’68
นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารสายการบินไทย กล่าวว่า ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นพร้อม ๆกัน โดยเฉพาะราคาน้ำมันในรอบนี้ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เนื่องจากทุกคนจะใช้นโยบายรัดเข็มขัดและรอประเมินสถานการณ์ ยกเลิกการเดินทางที่ไม่มีความเร่งด่วนหรือจำเป็นออกไปก่อน และทำให้คนใช้เวลาในการตัดสินใจเดินทางที่ยาวนานขึ้น
โดยระยะสั้นคือเดือนมีนาคมนี้ คนอาจมองว่าการบินไทยได้อานิสงส์จากการหยุดบินของสายการบินใหญ่ในตะวันออกกลาง เพราะคนยุโรปหันมาบินเส้นทางบินตรงกับเรามากขึ้น บวกกับบุ๊กกิ้งที่มีการจองล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนเกิดสงคราม ทำให้อัตราการบรรทุกผู้โดยสารโดยรวมของการบินไทยในเดือนมีนาคมนี้ยังค่อนข้างดี แต่ประเด็นสำคัญคือ ปัญหาเหล่านี้เริ่มส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นการเดินทางในช่วงเดือนเมษายนแล้ว โดยพบว่ายอดจองสำหรับเดินทางเดือนเมษายน ซึ่งเป็นเทศกาลสงกรานต์ในขณะนี้ยังต่ำกว่าเมษายน 2568
“ตอนนี้เป็นห่วงว่าหากสถานการณ์ยังยืดเยื้อจะส่งผลกระทบต่ออัตราการจองตั๋วโดยสารในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนหนักกว่าเดือนเมษายน และจะส่งผลให้พฤติกรรมการจองการเดินทางล่วงหน้าลดลงเรื่อย ๆ” นายชายกล่าว
สายการบินจ้องยกเลิกไฟลต์
สอดรับกับแหล่งข่าวในธุรกิจการบินรายหนึ่งที่กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้สายการบินทุกแห่งแบกรับต้นทุนน้ำมันหลังแอ่น เนื่องจากบัตรโดยสารที่นักท่องเที่ยวใช้เดินทางในขณะนี้เป็นบัตรโดยสารที่จำหน่ายล่วงหน้าและเป็นราคาที่เปิดจองก่อนเกิดสงคราม เหลือบัตรโดยสารที่สามารถปรับราคาตามต้นทุนน้ำมันได้ในสัดส่วนเพียงแค่ราว 20-30% เท่านั้น ซึ่งในสัดส่วนนี้ปรับราคาขึ้นเท่าตัวก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นไปอย่างรวดเร็วได้หมด
แหล่งข่าวระบุว่า ก่อนหน้านี้สมาคมสายการบินฯขอให้ภาครัฐพิจารณามาตรการช่วยบรรเทาผลกระทบด้วยการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบินสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศเป็นการชั่วคราว เพื่อช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานของสายการบิน และช่วยรักษาระดับค่าโดยสารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับการตอบรับแต่อย่างใด
“วันนี้สายการบินให้บริการภายใต้ต้นทุนที่สูงขึ้นกว่า 2 เท่าตัว แต่พอปรับขึ้นค่าตั๋วโดยสารผู้บริโภคก็ร้องเรียนผ่านสื่อโซเชียลต่าง ๆ กลายเป็นดราม่าราคาตั๋วแพง ขณะที่หน่วยงานรัฐก็พยายามจะมาควบคุมเพดานราคา ตอนนี้สายการบินบางแห่งก็อยากยกเลิกไฟลต์บินในเส้นทางที่มีจำนวนผู้โดยสารน้อย เพราะบินไปก็ขาดทุน” แหล่งข่าวกล่าว
ขอเก็บค่าตั๋วเพิ่มแลกยกเลิกไฟลต์
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากประเด็นราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัททัวร์ที่ขายแพ็กเกจเที่ยวต่างประเทศล่วงหน้าไปแล้วส่งอีเมล์แจ้งลูกทัวร์ว่าขอให้จ่ายเพิ่มอีก 600 บาท โดยอ้างว่าเนื่องจากสายการบินได้มีการปรับเพิ่มภาษีน้ำมันและมีผลบังคับใช้ทันที
ขณะที่แหล่งข่าวจากบริษัทนำเที่ยวใหญ่รายหนึ่งกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัททัวร์เรียกเก็บเงินจากลูกทัวร์เพิ่มจริง โดยอัตราที่เรียกเก็บเพิ่มนั้นเป็นการเพิ่มขึ้นตามอัตราภาษีน้ำมันที่เพิ่มขึ้นของแต่ละสายการบิน เพื่อให้กรุ๊ปทัวร์สามารถเดินทางได้ตามเดิมไม่ได้เก็บเพิ่มตามต้นทุนของบริษัททัวร์แต่อย่างใด
“ในทางกลับกัน ตอนนี้บริษัททัวร์ที่ทำตลาดอินบาวนด์ของเราส่วนใหญ่ก็ยังให้บริการในราคาเดิมที่ขายแพ็กเกจล่วงหน้าไปแล้ว และสายการบินต่าง ๆ ก็เรียกเก็บภาษีน้ำมันเพิ่มจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวไทยเช่นกัน” แหล่งข่าวกล่าว
น้ำมันขาดปั๊มทุบซ้ำความเชื่อมั่น
แหล่งข่าวจากบริษัทนำเที่ยวรายใหญ่กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ประเด็นเรื่องน้ำมันแพงและน้ำมันไม่มีจำหน่ายในขณะนี้ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นและการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวอย่างมาก ทั้งกลุ่มที่เดินทางโดยเครื่องบินแล้วไปเช่ารถต่อ และกลุ่มที่เดินทางโดยรถยนต์ โดยมองว่าการไม่มีน้ำมันในระบบเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่นำไปสู่จุดวิกฤต เพราะทำให้คนเดินทางไม่ได้ ซึ่งนำไปสู่การหยุดชะงักของภาคการท่องเที่ยวและระบบเศรษฐกิจ
“ไม่เพียงแค่ตลาดโดเมสติกส์หรือคนไทยเที่ยวในประเทศเท่านั้น กลุ่มนักท่องเที่ยวตลาดอินบาวนด์ก็เกิดวิกฤตความเชื่อมั่นเช่นกัน เพราะไม่มั่นใจว่าระบบขนส่งในประเทศไทยยังให้บริการได้เหมือนเดิมหรือไม่”
เช่นเดียวกับนายธเนศ ศุภรสหัสรังสี นายกสมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรีที่กล่าวว่า ปรากฏการณ์น้ำมันขาดทำให้นักท่องเที่ยวไม่มีความเชื่อมั่นต่อการเดินทางว่าจะราบรื่นหรือไม่ ส่งผลให้ยอดจองที่พักทุกระดับในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 30% ต่ำกว่าปีที่ผ่านมาที่มีมากกว่า 70%
“ปกติช่วงโลว์ซีซั่นของพัทยาจะมีฐานลูกค้าหลักเป็นคนไทยมากกว่า 50% แต่ตอนนี้ทุกคนน่าจะรัดเข็มขัด ทำให้ยอดบุ๊กกิ้งล่วงหน้าค่อนข้างน้อย เพราะกังวลเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน ส่วนตลาดต่างประเทศมียุโรปเล็กน้อย ส่วนใหญ่เป็นตลาดเอเชีย และมีจีนเป็นตลาดหลัก” นายธเนศกล่าว
สงกรานต์ นทท.หาย-รายได้ลด
นายไพศาล สุขเจริญ นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือตอนบนกล่าวว่า คาดว่าโครงสร้างนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้จะเป็นชาวไทย 60% และต่างชาติ 40% สวนทางกับอดีตที่เคยมีต่างชาติสูงถึง 60% โดยปัจจัยหลักมาจากกลุ่มนักท่องเที่ยวยุโรปลดลงอย่างชัดเจน โดยปัจจุบันมีการยกเลิกเที่ยวบินและโรงแรมไปแล้วราว 15-20% และประเมินว่าถ้าเทียบกับปีที่แล้วรายได้จะหายไปกว่า 30% และนักท่องเที่ยวน่าจะมีการใช้จ่ายที่ลดลงด้วย
ด้านนายสมพล ชีววัฒนาพงศ์ ผู้บริหารโรงแรมนิวซีซั่น และที่ปรึกษาสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา ที่กล่าวว่า เดิมคาดการณ์ว่าเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 จะมีรายได้และอัตราการเข้าพักใกล้เคียงกับปี 2568 ที่มีนักท่องเที่ยวเข้าพักเต็มโรงแรมกว่า 200 แห่ง และมีเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจกว่า 1,000 ล้านบาท แต่เมื่อเกิดสงครามตะวันออกกลาง ส่งผลให้ขาดแคลนน้ำมันและราคาที่สูงขึ้น ทำให้กระทบต่อด้านธุรกิจนำเที่ยว
โดยเฉพาะรถโดยสารระหว่างประเทศเส้นทางหาดใหญ่-มาเลเซีย และสิงคโปร์ ที่ราคาอาจปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงประชาชนที่เดินทางเข้ามาเองยังกังวลว่าเมื่อเดินทางเข้ามาแล้วจะมีน้ำมันพอหรือไม่ ทำให้กระทบต่อการตัดสินใจท่องเที่ยว ส่งผลให้ปัจจุบันมียอดบุ๊กกิ้งเพียง 60% คาดว่าจะสร้างรายได้ประมาณ 200 ล้านบาทเท่านั้น
ททท.เตรียมแผนรับมือแล้ว
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท.ได้ติดตามสถานการณ์ของสงครามตะวันออกกลางและผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งหารือภาคเอกชนท่องเที่ยวเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง ข้อเสนอ และแนวทางมาตรการเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการปรับตัว ลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการ และกำหนดแนวทางการบริหารจัดการภาคการท่องเที่ยวไทยอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
โดยมีการหารือแผนและแนวทางการรักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศในที่ประชุมบอร์ดในวันที่ 25 มีนาคม 2569 และจะนำเสนอรัฐบาลเพื่อพิจารณาต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘เที่ยวไทย’ เผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต ต้นทุนพุ่งแอร์ไลน์จ่อยกเลิกไฟลต์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net