นักกฎหมายสหรัฐกว่า 100 คน ชี้การโจมตีอิหร่านของสหรัฐ เสี่ยงเข้าข่าย “อาชญากรรมสงคราม”
นักกฎหมายสหรัฐกว่า 100 คน ชี้การโจมตีอิหร่านของสหรัฐ อาจละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและอาจเข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม
วันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 09.07 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศในสหรัฐจำนวนหลายสิบคน ได้ลงนามในจดหมายเปิดผนึก ระบุว่าการโจมตีอิหร่านของสหรัฐอาจเข้าข่ายเป็นอาชญากรรมสงคราม หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำอีกครั้งในสัปดาห์นี้ถึงความเป็นไปได้ในการโจมตีโรงไฟฟ้าและโรงกลั่นน้ำทะเลของอิหร่าน
ทรัมป์ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ประกาศกรอบเวลาและเป้าหมายของสงครามเปลี่ยนไปหลายครั้ง กล่าวในสุนทรพจน์ทางโทรทัศน์เมื่อวันพุธว่า สงครามอาจยกระดับ หากอิหร่านไม่ยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐ โดยระบุว่ามีความเป็นไปได้ที่จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและน้ำมันของอิหร่าน
จดหมายเปิดผนึกดังกล่าวลงนามโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศมากกว่า 100 คน จากมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐ เช่น Harvard, Yale, Stanford และ University of California โดยระบุว่า การดำเนินการของกองทัพสหรัฐ รวมถึงคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐ “ก่อให้เกิดความกังวลอย่างร้ายแรงเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะเข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม”
ในจดหมายยังอ้างถึงคำพูดของทรัมป์เมื่อกลางเดือนมีนาคม ที่กล่าวว่าสหรัฐอาจโจมตีอิหร่านเพื่อความสนุก รวมถึงคำกล่าวของรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ พีท เฮกเซธ ที่ระบุว่าสหรัฐไม่ได้ทำสงครามด้วยกฎการสู้รบแบบโง่ ๆ
จดหมายดังกล่าวถูกเผยแพร่บนเว็บไซต์ของวารสารนโยบาย Just Security โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่าพวกเขากังวลอย่างยิ่งต่อการโจมตีที่กระทบโรงเรียน สถานพยาบาล และบ้านเรือนประชาชน โดยเฉพาะเหตุโจมตีโรงเรียนแห่งหนึ่งในอิหร่านตั้งแต่วันแรกของสงคราม
กองทัพสหรัฐเปิดเผยเมื่อเดือนมีนาคมว่า ได้ยกระดับการสอบสวนเหตุโจมตีโรงเรียนหญิงในอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หลังรายงานข่าวระบุว่าหลักฐานชี้ว่ากองทัพสหรัฐอาจเป็นผู้โจมตี โดยสภากาชาดอิหร่านระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 175 รายจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ทรัมป์ยังกล่าวเมื่อวันพุธว่า สหรัฐจะโจมตีอิหร่านอย่างหนักในช่วง 2–3 สัปดาห์ข้างหน้า โดยกล่าวว่า “เราจะโจมตีพวกเขาอย่างหนักมากในอีกสองถึงสามสัปดาห์ เราจะทำให้พวกเขากลับไปสู่ยุคหิน ซึ่งเป็นที่ที่พวกเขาควรอยู่”
ด้านองค์กรสิทธิชาวมุสลิมในสหรัฐออกมาเตือนว่า ถ้อยคำของทรัมป์ในช่วงสงคราม รวมถึงคำขู่ที่จะโจมตีอิหร่านให้กลับไปสู่ยุคหิน ถือเป็นการใช้ภาษาที่ลดทอนความเป็นมนุษย์
ทั้งนี้สงครามครั้งนี้เริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หลังสหรัฐและอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ก่อนที่อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการโจมตีอิสราเอลและประเทศอ่าวเปอร์เซียที่มีฐานทัพสหรัฐ การโจมตีร่วมของสหรัฐและอิสราเอลในอิหร่าน รวมถึงการโจมตีของอิสราเอลในเลบานอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน และประชาชนหลายล้านคนต้องพลัดถิ่น
อ้างอิง : reuters.com