เดือดโซเชียล! ชาวเน็ตถล่มยับ ปม ‘ศุภชัย’ เบรกร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด
จากกรณีนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายในที่ประชุมสภา เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา ซึ่งแสดงความกังวลต่อร่างพระราชบัญญัติ พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่กำลังรอ ครม. ชุดใหม่มาสานต่อ ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้
เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระแสวิพากษ์วิจารณ์“พ.ร.บ.อากาศสะอาด” ยังร้อนแรงในโลกออนไลน์ หลังผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม x (ทวิตเตอร์เก่า) หลายรายออกมาแสดงความคิดเห็นสะท้อนความไม่พอใจต่อสถานการณ์ฝุ่น ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่
โดยชาวเน็ตรายหนึ่งระบุว่า “ถ้าพ.ร.บ.อากาศสะอาด ไม่ผ่าน คงเศร้ามากๆ สุขภาพและความเป็นอยู่ของคนในประเทศนี้ มีค่าเท่าไหร่กัน รู้อยู่ว่าเพื่อนบ้านเผาตามฤดูออเดอร์ของกลุ่มนายทุน เอาสุขภาพที่ดีของคนไทย ไปแลกผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม รักประเทศแบบไหนกัน”
ขณะที่อีกชาวเน็ตเผยความเห็นว่า"เชียงใหม่ดมฝุ่นจะตายแล้วค่ะ ยังมีหน้ามาหยุด พ.ร.บ.อากาศสะอาด พูดจากคนมีเงินเดือนจากภาษีประชาชน อืม สวัสดิการปอดเทียมมาได้เลย (ไม่มีด้วยซ้ำ)" อีกทั้ง ชาวเน็ตอีกรายก็ออกมาตัดพ้อว่า "เหลือเชื่อมากที่ทั้งหมดนี้คนเหล่านี้ ยอมเอาชีวิตคนภาคเหนือแลกมา คือ พวกเอ็งตายไม่เป็นไร แต่ธุรกิจต้องมาก่อน ถ้าสิ่งที่พวกทำมันกำลังฆ่าคนอยู่ ต้องเปลี่ยน ภาระที่พวกพูดมาทั้งหมดไม่มีความสำคัญเลย เพราะภาระเหล่านั้นจะทำให้คนตายน้อยลง"
ขณะที่ชาวเน็ตรายนี้ทนไม่ไหว ออกมาระบุว่า"อยากให้คนค้าน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ได้ตื่นมาเจอลูกหลานตัวเองเลือดกำเดาไหลออกมาเป็นเลือดแดงๆ เลอะฟูกเลอะเตียง จะรู้สึกใจจะขาดแบบชาวบ้านบ้าง"
อย่างไรก็ตาม ด้านเพจThailand Can เครือข่ายอากาศสะอาด ออกมาตั้งคำถามว่า "ข้อเสนอของศุภชัยตั้งอยู่บนสมมุติฐานว่า “ไทยมีกฎหมายพอแล้ว แค่บังคับใช้ให้ดี” แต่ปัญหาของไทย ไม่ใช่เรื่องการบังคับใช้อย่างเดียว แต่คือ “โครงสร้างกฎหมายที่ผิดตั้งแต่ต้น” เพราะระบบเดิมแยกส่วน (แต่ปัญหาเชื่อมโยงทั้งประเทศ) ไม่มีเจ้าภาพหลัก ไม่มี accountability ไม่มองอากาศเป็น “สิทธิของประชาชน” ต่อให้ “บังคับใช้ดีขึ้น” ก็ยังแก้ไม่ได้เชิงโครงสร้าง กฎหมายฉบับนี้ ไม่ได้ทำร้ายเศรษฐกิจ แต่กำลังทำให้ระบบยุติธรรมขึ้น โดยให้ “ผู้ก่อมลพิษ เป็นผู้รับผิดชอบ” คุณศุภชัยคะ คำถามไม่ใช่ว่า เราควรมีกฎหมายนี้หรือไม่ แต่คือ เราจะปล่อยให้ประชาชนหายใจอากาศที่เป็นพิษต่อไปอีกกี่ปี"
ทั้งนี้ กระแสดังกล่าวสะท้อนความกังวลของประชาชนต่อปัญหาฝุ่น PM2.5 และเรียกร้องให้มีการผลักดันกฎหมายด้านอากาศสะอาดอย่างจริงจัง เพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนในระยะยาวอีกด้วย..
ขอบคุณข้อมูล : ผู้ใช้ทวิตเตอร์ และ Thailand Can เครือข่ายอากาศสะอาด