โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

แบงก์ชาติเร่งสะสมทอง ไทยซื้อพุ่งแรงสุดรอบหลายปี สัญญาณ “ขาขึ้นระยะกลาง” ยังไม่จบ

Share2Trade

อัพเดต 08 พ.ค. เวลา 07.44 น. • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • Share2Trade

Mr.Data

แบงก์ชาติ_info-ปก.jpg

สัปดาห์นี้ Mr.Data ยังคงชวนมาเกาะติดสถานการณ์ราคาทอง หลังจากในช่วงที่ผ่านมาผันผวนหนัก จากสถานการณ์สงครามอิสราเอล+สหรัฐ VS อิหร่าน ที่ยังไร้ข้อสรุปยุติสงคราม ทำให้ราคาทองคำในตลาดโลกรวมถึงราคาทองคำในไทยผันผวนรายวัน

เห็นได้จากในช่วงกลางสัปดาห์ราคาทองคำในตลาดโลกแกว่งตัวผันผวน และลงไปทดสอบ 4,500 ดอลลาร์/ออนซ์ จากความกังวลสงคราม

อย่างไรก็ตาม ราคากลับมาฟื้นตัวยืนเหนือระดับ 4,700 ดอลลาร์/ออนซ์

สมาคมค้าทองคำรายงานราคาทองในวันที่ (7 พ.ค.2569) ราคาทองคำตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือระดับ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สู่บริเวณแถว ๆ 4,717 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากเมื่อวานดีดตัวขึ้นแรงเหนือระดับดังกล่าว เนื่องจากได้รับแรงหนุนหลังคลายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางจากรายงานว่าสหรัฐฯ และอิหร่านอาจใกล้บรรลุข้อตกลงสันติภาพ โดยข่าวดังกล่าวได้ฉุดราคาน้ำมันร่วงลง ซึ่งได้ช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น และคลายความวิตกกังวลว่าเฟดจะตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานาน

นอกจากนี้ตลาดทองคำยังได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์หลังดอลลาร์ถูกเทขายในฐานะสกุลเงินปลอดภัย รวมทั้งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐร่วงลงอย่างหนักตามราคาน้ำมันที่ทรุดตัวลง หลังรายงานว่าสหรัฐและอิหร่านกำลังใกล้บรรลุข้อตกลงสันติภาพ

โดยตั้งแต่ต้นปี-7 พ.ค.2569 ราคาทองคำในตลาดโลกอยู่ที่ 4,730 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 400ดอลลาร์/ออนซ์ หรือเพิ่มขึ้น 9.25% เทียบสิ้นปี 2568 อยู่ที่ 4,329.50 ดอลลาร์/ออนซ์

ขณะที่ราคาทองคำในไทย ทองแท่งขายออกอยู่ที่ 72,000 บาท/บาททองคำ เพิ่มขึ้น 7,050

บาท/บาททองคำ หรือ 10.85% เทียบสิ้นปี 2568 อยู่ที่ 64,950 บาท/บาททองคำ

ภาพใหญ่ของตลาดทองคำในปี 2569 กำลังเข้าสู่ “รอบสะสมเชิงโครงสร้าง” ที่มีธนาคารกลางเป็นตัวกำหนดเกม ขณะที่นักลงทุนไทยเริ่มปรับพอร์ตตามกระแสโลก ส่งผลให้แนวโน้มระยะกลางถึงยาวของทองคำยังคงเป็นขาขึ้น แม้จะมีการแกว่งตัวในระยะสั้นก็ตาม

ธนาคารกลางทั่วโลกเดินหน้าซื้อทองคำ 244 ตันในไตรมาสเดียว ขณะที่ไทยดีมานด์ทองแท่ง-เหรียญพุ่ง 35% สะท้อนการเปลี่ยนพฤติกรรมลงทุน ท่ามกลางความไม่แน่นอนเศรษฐกิจโลก หนุนแนวโน้มราคาทองคำยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น

ทิศทางตลาดทองคำโลกในปี 2569 กำลังถูกขับเคลื่อนด้วย “ผู้เล่นตัวจริง” อย่างธนาคารกลางทั่วโลก ซึ่งยังคงเร่งสะสมทองคำต่อเนื่อง โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่าในไตรมาส 1 ปี 2569 มียอดซื้อสุทธิสูงถึง 244 ตัน สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว และถือเป็นการเร่งสะสมในจังหวะที่ราคาย่อตัว

พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนมุมมองเชิงโครงสร้างของระบบการเงินโลก ที่เริ่มลดการพึ่งพาสินทรัพย์สกุลเงินหลัก และเพิ่มน้ำหนักทองคำในฐานะ “สินทรัพย์สำรองที่ไม่มีความเสี่ยงจากคู่สัญญา”

ประเทศที่เข้าซื้อโดดเด่น ได้แก่ โปแลนด์ อุซเบกิสถาน และจีน ซึ่งยังคงทยอยสะสมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาปรับฐานแรงในเดือนมีนาคม แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ “Buy on Dip” ของผู้กำหนดนโยบายการเงิน

ในขณะที่ฝั่งนักลงทุนรายย่อย ภาพเดียวกันกำลังเกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างชัดเจน โดยความต้องการทองคำแท่งและเหรียญในไตรมาสแรกพุ่งขึ้นแตะ 10 ตัน เพิ่มขึ้น 35% จากปีก่อนหน้า ถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2562

การเติบโตดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงผลจากราคาที่ปรับตัวขึ้น แต่สะท้อน “การเปลี่ยนพฤติกรรม” จากการบริโภคทองคำรูปพรรณ ไปสู่การถือครองทองคำเพื่อการลงทุนมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มในตลาดเอเชีย โดยเฉพาะจีนและอินเดีย

ในเชิงโครงสร้าง ความต้องการทองคำทั่วโลกยังคงแข็งแกร่ง แม้ปริมาณเพิ่มขึ้นเพียง 2% แต่ในเชิงมูลค่ากลับพุ่งขึ้นถึง 74% จากราคาที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่อุปทานเพิ่มขึ้นอย่างจำกัด สะท้อนภาวะ “Supply Tight” ที่ยังคงกดดันราคาทองคำในระยะยาว

แนวโน้มราคาทองคำยังมีปัจจัยหนุนหลัก 3 ด้าน ประกอบด้วย 1.แรงซื้อจากธนาคารกลาง (Structural Demand) เป็นแรงซื้อที่มีลักษณะระยะยาว ไม่อ่อนไหวต่อราคาในระยะสั้น ทำหน้าที่เป็น “ฐานราคา” ของตลาด 2.ความไม่แน่นอนเศรษฐกิจโลก สัญญาณชะลอตัวของสหรัฐ รวมถึงความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงหนุนบทบาททองคำในฐานะ Safe Haven และ 3.แนวโน้มนโยบายการเงินหากธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีทิศทางผ่อนคลายนโยบาย จะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำผ่านค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า

อย่างไรก็ตาม ระยะสั้นอาจยังมีความผันผวนจากแรงขายทำกำไร หลังราคาปรับขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา

แบงก์ชาติ_info.jpg
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...