อิหร่าน ประกาศคุมเข้ม ช่องแคบฮอร์มุซ จนกว่าสงครามยุติ ตอบโต้มาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ
สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดอิหร่าน (SNSC) ยกระดับมาตรการควบคุมเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ถาวร จนกว่าสันติภาพในภูมิภาคจะกลับคืนมา กองบัญชาการคาตัม อัล-อันบิยา บังคับใช้มาตรการเข้มงวด ทั้งการเรียกตรวจข้อมูล ออกใบอนุญาต และจัดเก็บค่าธรรมเนียมความปลอดภัย จับตาข้อเสนอใหม่จากสหรัฐฯ ผ่านคนกลางปากีสถาน ขณะที่รัฐบาลเตหะรานย้ำชัดไม่ประนีประนอมผลประโยชน์ของชาติ
19 เมษายน 2569–สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดอิหร่าน (SNSC) ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ระบุถึงจุดยืนในการใช้อำนาจควบคุมและกำกับดูแลการสัญจรทางน้ำผ่าน "ช่องแคบฮอร์มุซ" ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวจะดำเนินต่อไปจนกว่าความขัดแย้งทางทหารจะยุติลงอย่างเด็ดขาดและเกิดสันติภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาคตะวันออกกลาง
อิหร่านยึดอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือช่องแคบฮอร์มุซ ตอบโต้แรงกดดันสหรัฐฯ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากกองบัญชาการกลางคาตัม อัล-อันบิยา (Khatam al-Anbiya) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักด้านปฏิบัติการทางทหารของอิหร่าน ประกาศกลับมาใช้มาตรการควบคุมเส้นทางเดินเรืออย่างเข้มงวดอีกครั้ง โดยให้เหตุผลหลักว่าเป็นการตอบโต้ต่อกรณีที่สหรัฐอเมริกายังคงดำเนินมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านอย่างต่อเนื่อง
มาตรการบังคับใช้และกฎระเบียบในภาวะสงคราม
ภายใต้ประกาศฉบับใหม่ SNSC ระบุว่าการกำกับดูแลช่องแคบฮอร์มุซจะมีความเข้มข้นในเชิงโครงสร้างและกฎระเบียบ โดยครอบคลุมขอบเขตอำนาจดังนี้:
- การคัดกรองข้อมูลเรือ: การเรียกตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานและรายละเอียดของเรือทุกลำที่ประสงค์จะสัญจรผ่าน
- ระบบใบอนุญาต: การออกใบอนุญาตผ่านทางอย่างเป็นทางการโดยหน่วยงานความมั่นคงของอิหร่าน
- การจัดเก็บรายได้: การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในด้านความมั่นคงและค่าธรรมเนียมด้านสิ่งแวดล้อม
- การกำหนดเส้นทาง: การบังคับทิศทางการสัญจรให้เป็นไปตามกฎระเบียบและมาตรการที่กำหนดขึ้นภายใต้สภาวะสงคราม
อิหร่านระบุชัดเจนว่า เส้นทางเดินเรือผ่านฮอร์มุซไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางพาณิชย์ แต่ถูกใช้เป็นช่องทางหลักในการลำเลียงยุทโธปกรณ์ไปยังฐานทัพของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียตะวันตก ซึ่งรัฐบาลเตหะรานถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงโดยตรงต่อความมั่นคงของชาติและเสถียรภาพโดยรวมของภูมิภาค
"อิหร่านจะใช้อำนาจควบคุมและกำกับดูแลการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซต่อไป จนกว่าสงครามจะยุติลงอย่างเด็ดขาดและเกิดสันติภาพอย่างยั่งยืนในภูมิภาค" — แถลงการณ์จากสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดอิหร่าน (SNSC)
การทูตหลังม่านจับตาข้อเสนอจากวอชิงตัน บนเงื่อนไข "ไม่ประนีประนอม" ของอิหร่าน
ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้น อิหร่านเปิดเผยว่าได้รับข้อเสนอใหม่จากฝ่ายสหรัฐฯ ซึ่งถูกส่งผ่านทางปากีสถานระหว่างการเดินทางเยือนของ พล.อ.อาซิม มูเนียร์ ผู้บัญชาการกองทัพบกปากีสถานเมื่อเร็วๆ นี้ โดยในขณะนี้ข้อเสนอดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของฝ่ายความมั่นคง
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอิหร่านได้ส่งสัญญาณที่แข็งกร้าวต่อประเด็นการเจรจา โดยยืนยันว่าคณะตัวแทนเจรจาของประเทศจะไม่มีการยอมอ่อนข้อในประเด็นที่เป็นสาระสำคัญ
"คณะเจรจาของอิหร่านจะไม่ยอมประนีประนอม และจะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศอย่างเต็มที่" — SNSC ระบุทิ้งท้ายถึงจุดยืนต่อข้อเสนอจากสหรัฐฯ
สะเทือนซัพพลายเชนพลังงานโลก: เมื่อ "ต้นทุนความเสี่ยง" ในฮอร์มุซพุ่งสูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
การประกาศควบคุมช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการในลักษณะนี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการขนส่งสินค้าทางเรือ โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบที่สำคัญของโลก การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมความปลอดภัยเพิ่มเติมและการออกกฎระเบียบในภาวะสงคราม จะกลายเป็นปัจจัยกดดันต่อค่าระวางเรือและเบี้ยประกันภัยความเสี่ยงภัยสงคราม (War Risk Insurance) ในภาคการเดินเรือระหว่างประเทศทันที
นอกจากนี้ การที่อิหร่านเชื่อมโยงการเปิดเส้นทางเข้ากับ "ความยุติธรรมของสงคราม" และ "สันติภาพที่ถาวร" สะท้อนให้เห็นว่าอิหร่านกำลังใช้เครื่องมือทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) เป็นข้อต่อรองหลักในเวทีการเมืองโลก เพื่อบีบให้มีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรและการปิดล้อมทางทะเลที่สหรัฐฯ บังคับใช้มาอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของความมั่นคงทางทหาร แต่ได้กลายเป็นมาตรวัดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการและนักลงทุนทั่วโลกต้องติดตามอย่างใกล้ชิด นับจากวันที่ 18 เมษายน เป็นต้นไป