โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

การบินไทย ตุนสภาพคล่อง 1.2 แสนล้าน กางแผนรับมือศึกตะวันออกกลาง ดันต้นทุนน้ำมันพุ่ง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สงครามตะวันออกกลาง ดันราคาน้ำมันเครื่องบินพุ่ง มากกว่า 2 เท่าแล้ว

นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าสถานการณ์ปัญหาตะวันออกกลางในปัจจุบัน ส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมันอากาศยานซึ่งเป็นต้นทุนหลักของการดำเนินธุรกิจ

โดยราคาได้ดีดตัวสูงขึ้นจากเดิมประมาณ 80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล พุ่งสูงขึ้นไปกว่า 200 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าตัว ทั้งนี้ การบินไทยได้มีการทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (Hedging) ไว้ที่ประมาณ 50% จนถึงช่วงกลางปีนี้ แต่อาจไม่เพียงพอต่อการรับมือต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ทำให้บริษัทต้องใช้มาตรการรัดเข็มขัดและเตรียมแผนปรับราคาค่าขายให้สอดคล้องกับต้นทุนที่สูงขึ้น

หลังเมษายนนี้ ยอดจองใหม่ชะลอตัว

สำหรับแนวโน้มการเดินทางในระยะสั้น (มีนาคม-เมษายน) ยังไม่พบผลกระทบที่รุนแรง โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนที่มียอดการจองที่นั่งอยู่ในระดับที่น่าพอใจ หรือบางเส้นทางอาจเต็มเกือบ 100%

การบินไทย

อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวหลังเดือนเมษายนเป็นต้นไป เริ่มเห็นสัญญาณการชะลอตัวของยอดจองใหม่ เนื่องจากผู้โดยสารเริ่มเฝ้ารอดูสถานการณ์ความไม่แน่นอน

ยันราคาขายตั๋วเส้นทางบินยุโรป ไม่ถึง 7 หมื่นบาท

ขณะที่ประเด็นในโซเชียลที่ระบุว่า การบินไทยขายตั๋วเครื่องบินในเส้นทางบินยุโรปพุ่งสูงถึง 70,000 - 100,000 บาทต่อเที่ยวบินนั้น ผมยืนยันว่า ระดับราคาชั้นประหยัด (Economy Class) ที่การบินไทยขายจริงสูงสุดอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 50,000 บาทเศษเท่านั้น

ส่วนราคาที่ปรากฏในระบบการค้นหาอย่าง Google Search ที่สูงถึง 70,000 บาท มักเกิดจากกรณีที่ที่นั่งชั้นประหยัดเต็ม ระบบจึงดึงราคาเริ่มต้นของชั้นธุรกิจ (Business Class) มาแสดงผลแทน ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ซึ่งการขายตั๋วในทางปฏิบัติต้องพิจารณาความเหมาะสม

เพราะการบินไทยไม่ได้บินตรงยุโรปแค่สายการบินเดียว แต่ยังมีสายการบินคู่แข่งมากมาย ถ้าขายตั๋วแพงก็คงขายไม่ได้ และลูกค้าก็คงไม่ซื้อ

การบินไทย ปรับขึ้นค่าตั๋วเครื่องบิน 10-15 % เดินหน้ารัดเข็มขัด

ทั้งนี้เพื่อให้ธุรกิจยังคงเดินหน้าต่อไปได้ การบินไทยจำเป็นต้องปรับราคาค่าตั๋วโดยสาร ขึ้นตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เฉลี่ยอยู่ที่ 10-15% อย่างไรก็ตาม การปรับราคาไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมดทันที เนื่องจากมีตั๋วเครื่องบินจำนวนมากที่ถูกขายล่วงหน้าไปก่อนที่ต้นทุนจะขยับขึ้น

ทำให้เกิดช่วงว่าง (Lag time) ของส่วนต่างราคา แต่โชคดีที่การทำ Fuel Hedging (การประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน) ที่ระดับ 50% จนถึงช่วงกลางปีนี้ได้เข้ามาช่วยบรรเทาผลกระทบได้ในระดับหนึ่ง

ชาย เอี่ยมศิริ

การบินไทยต้องเตรียมแผนรับมือ เพราะไม่มีใครบอกได้ว่าการสู้รบในตะวันออกกลางจะยุติลงได้เมื่อไหร่ จึงต้องมีมาตรการรัดเข็มขัด โดยจะชะลอการลงทุนในโครงการที่ไม่จำเป็นออกไปก่อน เช่น การปรับปรุงอาคารสถานที่ หรือการลงทุนในอุปกรณ์ลานจอดที่ยังไม่มีผลต่อการเพิ่มรายได้ทันที

กระแสเงินสด ยังดี ตุนสภาพคล่อง 1.2 แสนล้าน

รวมถึงการจัดการกระแสเงินสด เพื่อรับมือกับความผันผวน ทั้งนี้จากบทเรียนที่ผ่านมา ทำให้หนึ่งในจุดแข็งที่สำคัญที่สุดของการบินไทยในเวลานี้คือ กระแสเงินสด (Cash Flow) ที่มีสูงถึงกว่า 120,000 ล้านบาท (ณ สิ้นปี 2568) ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ดำเนินกิจการมา

การเก็บเงินสดไว้ในปริมาณมากเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็น “บทเรียน” ที่แลกมาด้วยความเจ็บปวดจากวิกฤตโควิด-19 ที่เคยทำให้บริษัทเฉียดเข้าใกล้จุดจบมาแล้ว

การรักษาสภาพคล่องไว้ในระดับสูงคือการเตรียมพร้อมรับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แม้ในวันที่ธุรกิจกำลังฟื้นตัวดี แต่ความประมาทเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ เงินจำนวนนี้เปรียบเสมือน “สายป่าน” ที่ยาวพอจะทำให้การบินไทยอยู่รอดไปได้จนถึงสิ้นปีนี้อย่างแน่นอน แม้สถานการณ์จะเลวร้ายต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลายภายในเดือนพฤษภาคม การบินไทยเตรียมงัด “มาตรการยาแรง” ออกมาใช้ ซึ่งอาจรวมถึงการ ลดกำลังการผลิต (Capacity) และลดความถี่ของเที่ยวบิน ในเส้นทางที่ไม่สร้างกำไร แต่เรายังคงเชื่อมั่นว่าสถานการณ์จะไม่หนักหนาสาหัสเท่าช่วงโควิด เพราะครั้งนี้บริษัทรู้ล่วงหน้าและมีการเตรียมการไว้แล้ว

แผนจัดหาเครื่องบินใหม่ - MRO อู่ตะเภา ยังเดินต่อ

ส่วนแผนการลงทุนที่เป็นเรื่องของยุทธศาสตร์ระยะยาว การบินไทย ก็ยังคงเดินหน้าทยอยรับมอบเครื่องบินเช่าตามแผนที่วางไว้ ได้แก่ โบอิ้ง 787 ซึ่งเป็นเครื่องบินลำตัวกว้าง จำนวน 10 ลำแอร์บัส เอ 321 นีโอ เป็นเครื่องบินลำตัวแคบ จำนวน 32 ลำ ระหว่างการรอรับมอบเครื่องบินใหม่ โบอิ้ง 787-9 ที่การบินไทยได้สั่งจองไว้ กับทางโบอิ้ง 45 ลำ และจะทยอยรับเข้ามาตั้งแต่ปี 2571 เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันและการขยายเส้นทางบินในอนาคต

ทั้งยังเดินหน้าลงทุนโครงการ “ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน อู่ตะเภา” หรือ MRO อู่ตะเภา ซึ่งทางบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด หรือ UTA ได้ขอให้การพิจารณาย้ายพื้นที่ก่อสร้าง MRO แต่การบินไทยยืนยันไปแล้วว่า จะลงทุนในพื้นที่เดิม เพื่อไม่ให้การดำเนินการด้านเทคนิคในการบริการ MRO เป็นไปอย่างไม่มีข้อสะดุด และรื่นไหล โดยขณะนี้อยู่ระหว่างทำความเข้าใจ

การบินไทยวางไทม์ไลน์ไว้ว่าน่าจะลงเซ็นสัญญากับทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซีได้ ภายในเดือนเมษายนนี้ เพื่อดำเนินการลงทุนต่อไป การลงทุน MRO อู่ตะเภา ใช้งบลงทุนราว 1 หมื่นล้านบาทภายใต้สัญญาเช่าที่ดินระยะยาว 50 ปี และสามารถต่ออายุสัญญาได้อีก 49 ปี (50+49 ปี) นายชาย กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...