สงครามอิหร่าน 2026 คือภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของพลังงานโลก ผอ.สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) เผยฟื้นฟูน้ำมันดิบมีไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือมากกว่า 1 ปีขึ้นไป
BTimes
อัพเดต 21 มี.ค. เวลา 00.11 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 14.44 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Bizนายฟาทิธ ไบรอล ผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ หรือไออีเอ ซึ่งมีสมาชิกทั้งหมด 23 ประเทศและเขตเศรษฐกิจทั่วโลก กล่าวว่า สงครามอิหร่าน 2026 คือภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของพลังงานโลก ในขณะนี้ ปริมาณน้ำมันดิบในตลาดโลกได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เนื่องจากไม่เพียงมีปริมาณลดลงมากกว่าในยุควิกฤตตการน้ำมันดิบในยุคทศวรรษ 1970 แต่ยังมีปริมาณก๊าซธรรมชาติหดหายมากถึง 2 เท่าของปริมาณก๊าซธรรมชาติที่ถูกตัดออกจากรัสเซียในปี 2022
สิ่งสำคัญคือบรรดานักการเมือง และตลาดพลังงาน ล้วนประเมินขนาดหรือความรุนแรงของภาวะพลังงานโลกสะดุดหยุดลงในตะวันออกกลางต่ำกว่าความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ด้วยสัดส่วนที่ได้รับผลกระทบในปัจจุบันราว 1 ใน 5 หรือ 20% ของปริมาณน้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติที่ยังอยู่ภายในภูมิภาคตะวันออกกลาง
การใช้อาวุธสงครามรุนแรงส่งผลให้ เกิดการหยุดนิ่งของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์เกี่ยวกับพลังงาน และการเกษตร ผลกระทบที่เกิดขึ้นมีต่อปริมาณปุ๋ยของโลก สำหรับฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร ปิโตรเคมีคอลสำหรับอุตสาหกรรมพลาสติก เสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม รวมถึงภาคอุตสาหกรรมการผลิต วัตถุดิบซัลเฟอร์ รวมถึงวัตถุดิบฮีเลียม ทั้งหมดนี้ล้วนเป็น สินค้าโภคภัณฑ์ที่มีความสำคัญ และความจำเป็นอย่างยิ่งยวดต่อเศรษฐกิจโลก
สถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคตทำให้ไม่สามารถที่จะคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติจะอยู่ในระดับสูงเท่าไร แต่เตือนได้เพียงว่าราคาพลังงานทั้งสองชนิดจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต ตราบใดก็ตามที่ช่องแคบฮอร์โมนถูกปิดสมบูรณ์แบบ หรือแทบจะถูกปิดก็ตาม
ถึงแม้ว่าแนวโน้มสงครามอิหร่านมีที่อาจจะยุติได้เร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้นั้น จะต้องใช้ระยะเวลานานในการฟื้นฟูปริมาณน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ สำหรับในแหล่งพลังงานบางพื้นที่ในตะวันออกกลางอาจจะใช้เวลามากกว่าหกเดือนขึ้นไปและในบางพื้นที่อาจจะใช้เวลายาวนานมากกว่า 1 ปีขึ้นไป
ในสัปดาห์ที่ผ่านไป ไออีเอได้มีมติปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินของทั้ง 23 ประเทศสมาชิก หรือเขตเศรษฐกิจ เข้าสู่ตลาดโลกรวมกันเป็นจำนวน 400 ล้านบาร์เรล หรือ 20% ของปริมาณสำรองทั้งหมดของกลุ่มไออีเอ ซึ่งทำสถิติมากเป็นประวัติการณ์ของกลุ่มไออีเอ ถึงแม้ว่าไออีเอจะยังคงมีปริมาณน้ำมันดิบสำรองอีกเปล่า 80% ก็ตามแต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะทำให้สถานการณ์มีความมั่นคงด้านตลาดน้ำมันดิบแต่อย่างใดทั้งหมดขึ้นอยู่กับการกลับมาช่องแคบฮอร์มุส ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุด