โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ผู้ตรวจการแผ่นดิน ย้ำบทบาทแก้ทุกข์–สร้างความเป็นธรรม เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง

เดลินิวส์

อัพเดต 10 เมษายน 2569 เวลา 0.54 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ผู้ตรวจการแผ่นดิน จัดงานครบรอบ 26 ปี ย้ำบทบาทแก้ทุกข์–สร้างความเป็นธรรม เร่งปรับการทำงานยึดหลัก 5r เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง ทรงศักดิ์ เผย ปชช.ปลื้มผลงาน

สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจัดพิธีทางสงฆ์เนื่องในโอกาสครบรอบ 26 ปีวันสถาปนาสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ในวันที่ 12 เมษายนนั้น โดยตั้งแต่ช่วงเช้าได้มีการสักการะพระพรหม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศูนย์ราชการ สักการะพระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งประดิษฐาน ณ ชั้น 9 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยมีนายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และพล.ต.อ. สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ รวมถึงอดีตประธานผู้ตรวจการแผ่นดินเข้าร่วมงาน

นายทรงศัก กล่าวย้ำถึงบทบาทหน้าที่ของ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ว่าเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มีหน้าที่และอำนาจที่สำคัญ คือ การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรมของประชาชนอันเนื่องมาจากการปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรมแก่ประชาชน ใน 3 กรณี คือ

1) กฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่ง หรือขั้นตอนการปฏิบัติงานใด ๆ ของหน่วยงานของรัฐ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรมแก่ประชาชน หรือเป็นภาระแก่ประชาชนโดยไม่จำเป็น หรือเกินสมควรแก่เหตุ

2) การไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือปฏิบัตินอกเหนือหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ

3) การที่หน่วยงานของรัฐยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตามหมวด 5 หน้าที่ของรัฐ ของรัฐธรรมนูญ

สำหรับดำเนินงานกว่า 26 ปี ผู้ตรวจการแผ่นดินมุ่งมั่นทำงานแก้ไขความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรมของประชาชนด้วยความเป็นอิสระ เป็นกลาง และเป็นธรรม ตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2543 จนถึงปัจจุบัน (เดือนมีนาคม 2569) ได้ปฏิบัติหน้าที่แก้ไขปัญหาประชาชนแล้วเสร็จรวม 64,471 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 94.72 จากทั้งหมด 68,062 เรื่อง เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการ 3,591 เรื่อง โดยประเด็นที่ถูกร้องเรียนมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ 1. การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2. การปฏิบัติหน้าที่หรือการให้บริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และ 3. การร้องเรียนการบริหารงานของหน่วยงานรัฐอื่น ๆ ในช่วงปีที่ผ่านมา นอกเหนือจากการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนรายกรณีที่เป็นความเดือดร้อนเฉพาะหน้าแล้ว ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ดำเนินการแก้ไขความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรมที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมอย่างกว้างขวางหลากหลายกรณี อาทิ

การแก้ไขปัญหาการถือครองหรือครอบครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์โดยตัวแทนอำพรางของคนต่างด้าว (นอมินี), การแก้ไขปัญหาการจัดการความปลอดภัยสำหรับงานก่อสร้างและบำรุงทาง, การแก้ไขปัญหาว่าด้วยความมั่นคงในการป้องกันและปราบปรามภัยคุกคามไซเบอร์ และการบริหารจัดการของหน่วยงานของรัฐในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแบบบูรณาการ, การแก้ไขปัญหาขยะในทะเลและชายหาด และการจัดให้มีสาธารณูปโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตบนเกาะหลีเป๊ะอย่างยั่งยืน

ส่วนแนวทางการทำงานจากนี้จะยึดหลัก “5 R” มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาโดยยึดถือประชาชนเป็นศูนย์กลาง เสนอแนะเพื่อส่งเสริมการทำงานของหน่วยงานภาครัฐให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกภาคส่วน การเสริมสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มขีดความสามารถให้กับประชาชน การยึดหลักนิติธรรมและการส่งเสริมหลักนิติธรรม และปรับแนวทางการทำงานและการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อให้เกิดการพัฒนาสังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืน

นายทรงศัก ยังกล่างถึงการประเมินผลการทำงานตลอด 26 ปีที่ผ่านมาของผู้ตรวจการแผ่นดินมีความน่าพอใจหรือมีประเด็นที่ต้องมีการแก้ไข เพื่อปิดช่องโหว่ในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนเป็นไปด้วยความรวดเร็วว่าผู้ตรวจการแผ่นดินรับเรื่องร้องเรียนจนถึงปัจจุบันมีประมาณ 98,000 กว่าเรื่อง สามารถดำเนินการแก้ไขไปได้ประมาณ 94,000 กว่าเรื่อง หรือคิดเป็นร้อยละ 95 -96 และบางเรื่องอยู่ระหว่างดำเนินการซึ่งจะเร่งรัดให้เร็วขึ้น เพื่อให้เรื่องที่ค้างเกิน 1 ปีลดลง ให้น้อยที่สุด ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผลงานตลอด 26 ปีที่ผู้ตรวจการและสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินทุกรุ่นได้ดำเนินการต่อเนื่อง และมีการปรับปรุงวิธีการทำงานโดยเฉพาะการแสวงหาข้อเท็จจริง ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของผู้จัดการแผ่นดินคือการลงพื้นที่เปิดเวทีประชาคมรับฟังข้อคิดเห็น จากประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นจุดแข็งอย่างหนึ่ง

โดยพบว่าประชาชนมีความพึงพอใจที่ได้มีโอกาสสะท้อนปัญหาและได้แสดงความคิดเห็น นอกจากนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินยังคงรักษาการเป็นตัวกลางระหว่างภาครัฐกับภาคประชาชน โดยไม่ได้เอนเอียงเข้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง มีความเที่ยงธรรมเที่ยงตรงและมีเจตนาดีที่จะให้ทุกฝ่ายได้ทำงานร่วมแสวงหาทางออกอยู่ร่วมกันอย่างสมัครสมานสามัคคี ทั้งนี้ในช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือในเรื่องเชิงระบบและในหมวด 5 ว่าด้วยหน้าที่ของรัฐ การตรวจสอบอำนาจหน้าที่ของรัฐซึ่งได้มีการดำเนินการไปหลายเรื่อง เช่นเรื่องนอมินี ได้มีการเสนอแก้ไขกฎหมายและอยู่ระหว่างเสนอไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีและเสนอมาตรการในเชิงบริหารอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการขับเคลื่อนเรื่องน้ำประปา ซึ่งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติอยู่ระหว่างขับเคลื่อนให้มีกลไกระดับชาติหรือจัดทำพิมพ์เขียวทั้งในเรื่องของน้ำและไฟ เชื่อว่าเรื่องใหญ่ๆที่กำลังขับเคลื่อนได้รับการตอบสนองอย่างดีทั้งภาคประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะผู้ตรวจการแผ่นดินได้ไปสนับสนุนการทำงานของทุกหน่วยงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...