โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ข้าวราคาถูก น้ำมัน-ปุ๋ยแพง ชาวนารวมตัวยื่นหนังสือขอรัฐบาลเร่งช่วยเหลือ

ไทยโพสต์

อัพเดต 9 เมษายน 2569 เวลา 21.15 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เกษตรกรพิษณุโลกกว่า 200 คน รวมตัวยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าฯ สะท้อนปัญหาต้นทุนพุ่ง น้ำมัน–ปุ๋ยแพง กระทบราคาข้าวเปลือก วอนรัฐเร่งช่วยเหลือ

9 เมษายน 2569 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยนายนิสิต สวัสดิเทพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งรวมตัวกันอย่างสงบจำนวนประมาณ 200 คน เพื่อยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดไปยังรัฐบาล

โดยมี ร้อยเอก อุบล พุทธรักษ์ รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ คนที่ 1 และประธานสภาเกษตรกรจังหวัดพิษณุโลก เป็นตัวแทนยื่นหนังสือ สะท้อนสถานการณ์ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูง ส่งผลให้ค่าจ้างรถเกี่ยวข้าวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ขณะเดียวกันราคาปุ๋ยยูเรียซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการเพาะปลูก ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 500 บาทต่อกระสอบ ทำให้เกษตรกรมีภาระต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ เกษตรกรยังได้รับผลกระทบจากราคาข้าวเปลือกที่ตกต่ำ เนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว แต่โรงสีและท่าข้าวลดการรับซื้อ ส่งผลให้ราคาข้าวมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง กระทบต่อรายได้และความมั่นคงทางอาชีพของเกษตรกรในพื้นที่

ทั้งนี้ เกษตรกรได้ยื่นข้อเสนอเพื่อขอความช่วยเหลือจากภาครัฐ ได้แก่ ขอให้ควบคุมราคาน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เกินลิตรละ 40 บาท ขอให้ราคาปุ๋ยยูเรียไม่เกินกระสอบละ 900 บาท ขอให้กำหนดราคาข้าวเปลือกเจ้า (ความชื้น 25%) อย่างน้อยตันละ 10,000 บาท และขอรับการสนับสนุนค่าปัจจัยการผลิตในอัตราไร่ละ 2,000 บาท ไม่เกินรายละ 20 ไร่

ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกได้รับหนังสือดังกล่าว พร้อมรับฟังข้อเสนอและข้อเรียกร้องของเกษตรกร โดยจะรวบรวมข้อมูลและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำเสนอไปยังรัฐบาลพิจารณาให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนต่อไป

นายละออง มากชุ่ม อายุ 73 ปี ชาวนาจากบ้านวังแร่ ม.3 ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า ตนทำนา 15 ไร่ ราคาข้าวปีนี้ราคาถูกมาก เกี่ยวข้าวรอบนี้ได้ข้าว 19 ตัน ขายได้ตันละ 5,300 บาท หักต้นทุนทุกอย่างแล้ว เหลือกำไรจากข้าวรอบนี้ 4,000 กว่าบาท ค่าน้ำมันขึ้น ค่ารถเกี่ยวข้าว เคยเกี่ยว 450 บาทต่อไร รอบนี้ขึ้นมาไร่ละ 550 บาท ต่อไร่ ค่าอะไรขึ้นหมดทุกอย่าง แต่ราคาข้าวไม่ขึ้น และพื้นที่นาข้าวอยู่ในพื้นที่บางระกำโมเดล จะต้องวางแผนในการปลูกข้าวรอบใหม่ เพราะจะต้องปลูกไม่เกินเดือนเมษายน เพื่อจะเก็บเกี่ยวให้ทันก่อนสิ้นเดือนสิงหาคม ไม่เช่นนั้นจะมีน้ำหลากท่วมทุ่ง ยังตัดสินใจอยู่ว่าจะทำนาปรังรอบที่สองดีหรือไม่ ตอนนี้ก็จุดฝางไม่ได้ ถ้าหมักฟางต้องใช้เวลา 3 สัปดาห์ เพราะต้นทุนขึ้นทุกอย่าง ค่าปั่น ค่าจ้างย่ำนา ค่าน้ำมันก็ขึ้น เพราะต้องใช้น้ำมันสูบน้ำเข้านา คิดแล่วถ้าทำไปแล้วเกี่ยวข้าวไม่ทันน้ำปล่อยเข้าทุ่งก็จะยิ่งขาดทุนไปใหญ่

ด้านนางวรรณา งามนิล บ้านวังขึ้เหล็ก ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ทำนา 40 ไร่ เปิดเผยว่า เกี่ยวข้าวหมดแล้ว ได้ตันละ 5200-5400 เป็นราคาที่ขาดทุน ค่าน้ำมัน ค่าเกี่ยว ค่าปั่นข้าว ขึ้นหมด และรอบต่อไปก็ยังต้องทำนาต่อ เพราะตนไม่รู้จะทำอะไร มาเรียกร้อง อยากให้ราคาข้าวขึ้น และอยากให้ราคาน้ำมันลงหน่อย และต้องรีบลงทำนาปรังรอบที่สองแล้ว เพราะตนอยู่ในเขตลุ่มต่ำบางระกำโมเดล เดี่ยวไม่ทันเกี่ยวข้าวน้ำจะท่วมอีก ท่วมครั้งนึงก็นาน 4 เดือน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...