"สรีพิศุทธ์" ฝาก 6 อุดมการณ์ชาติให้กับคณะรัฐมนตรี
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ขึ้นกล่าวอภิปรายนโยบายรัฐบาลตอนหนึ่ง เกี่ยวกับด้านความมั่นคงว่า การบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับอาชญากรรมรูปในรูปแบบต่างๆ การปราบปรามยาเสพติด และการตรวจตราคนเข้าเมือง งานแบบนี้เป็นงานที่เด็กๆ เขาทำกันไม่ใช่งานรัฐบาล รัฐบาลต้องทํางานที่สําคัญมากกว่านี้เพื่อพัฒนาองค์กรและบุคลากรให้พร้อมปฏิบัติงานต่อประชาชน
สมัยก่อนตำรวจและอัยการขึ้นตรงกับกระทรวงมหาดไทย ซึ่งในสมัยนั้นตำรวจและอัยการยิ่งใหญ่ แต่เวลาผ่านไปทั้งตำรวจและอัยการออกจากมหาดไทยไปหมดแล้ว อัยการไปเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญบริหารงานบุคคลตัวเอง นายกรัฐมนตรีจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวก็ไม่ได้ แต่ในส่วนของตำรวจก็ยังขึ้นอยู่กับฝ่ายบริหาร มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาและเป็นประธาน ก.ตร. สามารถพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายลงโทษลงทัณฑ์ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้
ฉะนั้นนายกรัฐมนตรี ต้องรับผิดชอบงานทุกหน่วยงานและยังเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอีก สงครามตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นไทย-กัมพูชา หรือ สงครามตะวันออกกลาง กระทบถึงราคาน้ำมันเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ข้าวของแพง ทุกอย่างขึ้นราคาทั้งหมด แต่ไม่มีใครดูแลรับผิดชอบตำรวจ เมื่อไม่มีจะรู้ได้ยังไงว่าจะพัฒนาตำรวจอย่างไร ระบบกระบวนการยุติธรรมประกอบด้วยตำรวจอัยการ และศาล ตำรวจเป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรม ปัจจุบันมีการพัฒนาองค์กรตุลาการ อัยการ สวัสดิการต่างๆ แต่ไม่ได้เหลียวแลตำรวจเลย
ดังนั้นรัฐบาลจำเป็นที่ต้องหันมาพัฒนาตำรวจให้มาก เพราะถ้าไม่มีคดีเกิดขึ้นบ้านเมืองก็สงบ ลดจำนวนอัยการผู้พิพากษาลงไปได้ นอกจากนี้ รัฐบาลต้องตัดสินใจลดงบประมาณให้บุคคลมาเรียนที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ พร้อมแนะนำให้รับบุคลากรจากมหาวิทยาลัยมาอบรมเพื่อเป็นตำรวจแทน พร้อมกำหนดแผนกสอบสวนใหม่ให้มีเพียงพอกับปริมาณงานและรับความรับผิดชอบ ปรับอัตราเงินเดือนพนักงานสอบสวนและสวัสดิการต่างๆให้เทียบเท่าพนักงานอัยการ
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวด้วยว่า บ้านเมืองต้องมีกฎหมาย คนที่ลัก วิ่ง ชิง ปล้น จะต้องติดคุก เช่นเดียวกับพระมีศีลให้ต้องปฏิบัติ แต่ตนเห็นพระและตํารวจละเมิดกฎหมายตลอดเวลา ขณะเดียวกัน บริษัทเอกชนก็มีการติดคําขวัญเตือนใจ ส่วนคณะรัฐมนตรีที่จะบริหารประเทศมีอะไรยึดเหนียว
"ขอฝากอุดมการณ์ในการทำงาน คืออุดมการณ์ชาติ จำนวน 6 ข้อ ประกอบด้วย ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ เสียสละ พึ่งตัวเอง และร่วมมือกัน ให้กับคณะรัฐมนตรี และขอให้ยึดอุดมการณ์นี้ไว้ทุกหน่วยงาน เพื่อให้เกิดความรู้และความเข้าใจ รวมถึงประชาชนต้องรับทราบ เพื่อให้การใช้ประโยชน์จากงบประมาณคุ้มค่า อย่างในภาวะตอนนี้ถ้าไม่ขยันไม่ประหยัดคงเดินต่อไม่ได้ "
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ฉบับเต็ม "นายกฯ" แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ชู 10 พลัส ฝ่าวิกฤตโลก
- สภาฯ เคาะแถลงนโยบายรัฐบาล 9-10 เมษายน 2569 รวม 32.30 ชั่วโมง
- รมช.คลัง ยันมุ่งมั่นจะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ให้สำเร็จลุล่วงภายใน 4 เดือน
- นายกฯ ปัดสัมพันธ์ผู้นำกัมพูชา ยืนยันรัฐบาลโปร่งใส-ตรวจสอบได้
- นายกฯ ยันรัฐบาลชุดนี้จะไม่แบ่งพรรค แบ่งพวก จะทำงานเพื่อประโยชน์ของปชช.