โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ศิริกัญญา” ฟาดเดือด! อัด พรก.โอนงบ 69 ส่อขัด รธน. เตือนอย่าข้ามหัวสภาฯ หวั่นหนี้พุ่ง

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ศิริกัญญา" พรรคประชาชน อัดยับรัฐบาลปมจ่อออก พ.ร.ก.โอนงบฯ ปี 69 ชี้เป็นกลไกเลี่ยงตรวจสอบ เสี่ยงผิดกฎหมายแม่บท พร้อมกางตัวเลขแฉภาวะการคลังเข้าขั้นวิกฤต งบกลางเหือดแห้ง รายจ่ายประจำค้างอื้อ เตือนกู้เงิน 5 แสนล้านระวังพาประเทศจมกองหนี้

วันที่ 9 เม.ย.69 เวลา 14.30 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาวาระที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา162 โดยน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า ตนกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ปี2569 มีคาดการณ์เงินเฟ้อสูงขึ้นต่อเนื่อง เพราะราคาน้ำมันสูงขึ้นที่ทำให้สินค้าต่างๆ เพิ่มราคาตาม ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว ทั้งนี้ยังไม่เห็นนโยบายใดของรัฐบาลที่จะแก้ไขเรื่องดังกล่าว นอกจากโครงการคนละครึ่งพลัส อย่างไรก็ดีตนมองว่ารัฐบาลควรกำหนดไว้ในนโยบายรัฐบาลเพื่อให้ประชาชนอุ่นใจ ต่อการช่วยเหลือที่เพียงพอ หรือมาตรการเพิ่มเติมในการช่วยภาคขนส่งรายเล็กและรายใหญ่ ที่น่าสนใจคือ ผู้ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะเหลือ 9 ล้านคน จากเดิมที่มี 13.4ล้านคน โดยรัฐบาลระบุว่าจะทำให้เสร็จในเดือน พ.ค. นี้ ซึ่งน่ากังวลต่อการยืนยันรับสิทธิ์

“การออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณ 69 ช่วยเม.ย.-พ.ค. นี้ จริงหรือไม่ แม้จะฟังดูดีที่เหมือนเกลี่ยก่อนกู้ ซึ่งเป็นคำถามว่าจริงหรือไม่ ทั้งนี้สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงภาวะการคลังที่เสี่ยงเข้าใกล้วิกฤติ ส่วนงบกลาง เพื่อใช้ในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน ทราบมาว่าคงเหลือ 2.5หมื่นล้านบาท ขณะที่ก่อนหน้านั้นใช้งบไป 1 ใน 3 ของงบดังกล่าวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งนี้การโอนงบ มีข่าวจะออกเป็นพระราชกำหนด ข้ามหัวสภาฯ ขอถามว่าจะแก้ไขฐานะการคลังของรัฐบาลหรือแก้ปัญหาให้ประชาชน ทั้งนี้การออกกฎหมายโอนงบในช่วงไตรมาส3 จะเสียก่อนได้ เพราะงบถูกใช้มาก ยอดเมื่อสิ้นเดือนมี.ค. ใช้งบเกิน 60% เบื้องต้นคาดว่าจะมีกองกลางที่ปรับได้ 4 แสนล้านบาท หากบอกว่าจะตัดจะโอนงบ 4 หมื่นล้านบาท กังวลว่าจะไปไม่ถึง” น.ส.ศิริกัญญา อภิปราย

น.ส.ศิริกัญญา อภิปรายต่อว่า การตัดได้มากหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ที่จะออกมา หากเขียนเกณฑ์แบบหลวมๆ เหมือนบอกว่าห้ามข้าราชการดูงานต่างประเทศที่มีเงื่อนไขว่าอยู่ที่ดุลยพินิจ เชื่อว่าจะไม่มีงบให้ตัดแน่นอน แต่ความรวดเร็วไม่ใช่เหตุผลที่จะออกเป็น พ.ร.ก. และคิดว่าออกไม่ได้ เพราะตามมาตรา 11 ของรัฐธรรมนูญ กำหนดให้กฎหมายงบประมาณต้องออกเป็นพ.ร.บ. และต้องผ่านสภาฯ ส่วนที่บอกว่าต้องเร็วตนมองว่าไม่ใช่ข้ออ้าง เพราะก่อนหน้านั้นการโอนงบที่ผ่านมาแม้จะทำล่าช้าไป 6 เดือนแต่กระบวนการของสภาฯ เร่งรัดให้เสร็จโดยเร็วได้ ดังนั้นตนมองว่าการออก พ.ร.ก.โอนงบ จะไม่เป็นตามรัฐธรรมนูญและขอร้องอย่าข้ามหัวสภาฯ

น.ส.ศิริกัญญา อภิปรายต่อว่าสำหรับการลดภาษีสรรพสามิตที่รัฐบาลเสียงแข็งว่าไม่สามารถลดได้ ทั้งที่การลดแม้จะ 2 บาท จะสามารถชะลอการขึ้นราคาสินค้าได้ อย่างไรก็ดีที่ไม่มีการปรับลดการเก็บภาษีสรรพสามิต ตนคาดว่าสถานการณ์การคลังจะวิกฤติกว่าที่รับรู้ อย่างไรก็ดีเมื่อไม่ลดภาษี ขออย่าเก็บเพิ่มได้หรือไม่ ขณะที่แนวทางการลดราคาน้ำมันขอความชัดเจน ว่าจะ เก็บภาษีลาภลอยหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะหนี้เบ่งบานที่ขอบอกว่าไม่เอาแล้ว ไม่ไหวแล้ว

น.ส.ศิริกัญญา อภิปรายต่อว่า ส่วนเงินสำรองจ่ายเพื่อฉุกเฉินและจำเป็นที่ถูกผลาญไปหมด 4 เดือนแรกทำให้รายการที่ตั้งใจตั้งงบไม่พอจะสร้างปัญหาใหญ่ เช่น งบชำระดอกเบี้ย บำนาญข้าราชการ ขาด 5.1หมื่นล้านบาท เชื่อว่าจะมีล่าช้า หรือตกเบิกแน่นอน กองทุนนประชารัฐ ที่ใช้เติมเงินบัตรสวัสดิการ งบ 69 ตั้งไว้ 3.5หมื่นล้านบาท ดังนั้นหากคิดจะกู้ แสดงว่ากู้เพื่อใช้รายจ่ายประจำของงบประมาณ และหากรัฐบาลตั้งใจออก พ.ร.ก. เพื่อต้องการพยุงเศรษฐกิจและออกจากวิกฤติให้ได้ มีข่าวว่าจะมียอดเงินกู้ จำนวน 5 แสนล้านบาท ตนต้องตั้งคำถามถึงการหาวิธีคืนเงิน

#ศิริกัญญา #การเมืองไทย #พรกโอนงบ69 #รัฐธรรมนูญ #งบประมาณ #หนี้สาธารณะ #เศรษฐกิจไทย #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...