ชัยชนะ ให้ฉายารัฐบาล อุลตร้าแมนพลัสไร้พลังงาน ชวนจับตา อนุทิน พาประเทศพ้นวิกฤตหรือไม่
ชัยชนะ ให้ฉายารัฐบาล อุลตร้าแมนพลัสไร้พลังงาน ชี้คนไทยทั้งประเทศกำลังจับตาจะพานาวาลำนี้พ้นวิกฤตได้จริงหรือไม่ เหน็บ “นายกหนู” อย่ามองชีวิตประชาชนเหมือนพรรคการเมืองผู้ร่วมอุดมการณ์ อย่างกล้าธรรม ท่านอย่าทิ้ง ปชช.กลางคันเหมือนพรรคการเมืองที่เคยร่วมอุดมการณ์ไว้กลางทะเล
เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่รัฐสภาในการประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี(ครม.) นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มอบฉายา ครม.ชุดนี้ว่า “อุลตร้าแมนพลัส” ซึ่งมาจากท่าหาเสียงประจำตัวของนายกรัฐมนตรี ขณะลงพื้นที่ที่มักทำท่าดังกล่าวและพูดคำว่า "พลัส" (Plus) อยู่เสมอ แต่นับตั้งแต่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กลับต้องเป็น “อุลตร้าแมนพลัสที่ไร้พลังงาน”เนื่องจากราคาน้ำมันและค่าพลังงานกลับพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าครองชีพอย่างหนัก
นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า ในช่วงหาเสียงที่พรรคแกนนำรัฐบาลเคยประกาศต่อสาธารณชน โดยเฉพาะนโยบายพยาบาลอาสาหมู่บ้านละ 1 คน พร้อมค่าตอบแทน 15,000 บาท ซึ่งปรากฏอยู่ในนโยบายข้อที่ 15 ของคำแถลง แต่กลับไม่มีความชัดเจนว่าจะทับซ้อนกับหน้าที่ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เดิมหรือไม่ หรือนโยบายใหม่นี้เป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลจะไม่ให้ความสำคัญกับ อสม. อีกต่อไป ส่วนนโยบายสวัสดิการเบี้ยผู้สูงอายุและคนพิการด้วย ก็ไม่ได้ปรากฏอยู่ในคำแถลงฉบับนี้อย่างเป็นรูปธรรม จึงขอถามว่า รัฐบาลลืมประชาชนกลุ่มนี้ไปแล้วหรือไม่
นายชัยชนะ กล่าวว่า ส่วนนโยบายหลักประกันสุขภาพ ซึ่งมีตัวเลขสถานะทางการเงินในระบบสาธารณสุขที่น่าตกใจ แม้งบประมาณเหมาจ่ายรายหัวจะเพิ่มขึ้นเป็น 4,175 บาทในปี 2569 แต่ในความเป็นจริงตัวเลขนี้ได้รวมเงินเดือนบุคลากรไว้ด้วย ทำให้งบประมาณที่ถึงมือหน่วยบริการจริงไม่เพียงพอ โดยในปี 2569 ต้นทุนการรักษาจริงเฉลี่ยอยู่ที่ 15,000 บาท แต่โรงพยาบาลสามารถเบิกจ่ายได้ไม่ถึง 10,000 บาท ส่งผลให้โรงพยาบาลทั่วประเทศกว่า 903 แห่ง มีสถานะเงินบำรุงติดลบถึง 403 แห่ง
โดยเฉพาะโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่อย่างโรงพยาบาลขอนแก่นที่มียอดขาดทุนสะสมสูงถึง 1,431 ล้านบาท สถานการณ์ดังกล่าวได้ลามไปถึงโรงพยาบาลตามแนวตะเข็บชายแดน เช่น โรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก ที่ต้องรับผิดชอบดูแลผู้ป่วยกว่า 83,000 คน ทั้งที่มีงบประมาณบัตรทองรองรับเพียง 42,000 คน เนื่องจากต้องแบกรับภาระการรักษาชาวต่างชาติตามแนวชายแดนเพื่อป้องกันโรคระบาดไม่ให้เข้าสู่ชั้นในของประเทศ
นายชัยชนะ กล่าวด้วยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการรักษาถึง 70% แต่งบป้องกันโรคกลับตั้งไว้เพียง 9% ดังนั้นจึงขอเสนอให้รัฐบาลนำแอปพลิเคชัน "ก้าวท้าใจ" มาใช้อย่างจริงจังผ่านโมเดลการเปลี่ยนหยาดเหงื่อเป็นคะแนนสะสม เพื่อนำไปแลกส่วนลดสินค้าและบริการในห้างร้านต่างๆ โดยเชื่อว่าหากลดจำนวนผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ได้ 1 ล้านคน จะช่วยประเทศประหยัดงบประมาณได้ถึง 15,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ มีข้อเสนอต่อรัฐบาล 5 ประการ เพื่อปฏิรูประบบหลักประกันสุขภาพ ได้แก่ 1. ปรับปรุงฐานข้อมูลต้นทุนจริง 2. แยกบัญชีเงินเดือนออกจากงบเหมาจ่ายรายหัวอย่างถาวร 3. ใช้ระบบ AI และ Digital Audit ตรวจสอบการเบิกจ่าย 4. สื่อสารความต้องการด้านบริการกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา และ 5. หาแหล่งรายได้ทางเลือก เช่น ภาษีสุขภาพ หรือโมเดลการร่วมจ่าย
“ผมขอนิยามรัฐบาลว่าเป็นส่วนผสมระหว่าง "หนูกับหนิม" ที่เป็นการผสมผสานระหว่างสีแดงและสีน้ำเงินที่คนไทยทั้งประเทศกำลังจับตามองว่าจะพานาวาลำนี้พ้นวิกฤตได้จริงหรือไม่ นายกรัฐมนตรีว่า ท่านอย่ามองชีวิตประชาชนเหมือนพรรคการเมืองผู้ร่วมอุดมการณ์กับท่านเมื่อปลายปีที่แล้ว อย่างพรรคกล้าธรรม ท่านอย่าทิ้งเขากลางคันเหมือนพรรคการเมืองที่ท่านเคยร่วมอุดมการณ์กับเขาไว้กลางทะเล จงรักษาประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจประชาธิปไตยที่แท้จริงให้อย่างเต็มเปี่ยมด้วย”นายชัยชนะ กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชัยชนะ ให้ฉายารัฐบาล อุลตร้าแมนพลัสไร้พลังงาน ชวนจับตา อนุทิน พาประเทศพ้นวิกฤตหรือไม่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th