โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

51 ปี วันที่ ‘กัมพูชา’ แบบเดิมล่มสลาย และฝันร้ายว่าด้วย ‘เขมรแดง’

The Momentum

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • THE MOMENTUM

วันที่ 17 เมษายน 1975 คือวันที่กรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา ตกอยู่ในมือของกองกำลังเขมรแดง หลังสงครามกลางเมืองยืดเยื้อมาหลายปี และการล่มสลายของรัฐบาลเขมรสาธารณรัฐภายใต้การนำของ นายพล ลอน นอล (Lon Nol)

ในตอนแรกคนเขมรจำนวนไม่น้อยออกมาโห่ร้องยินดี ในวันที่สงครามที่ยืดเยื้อจะสิ้นสุดลงเสียที แต่ในที่สุดสิ่งที่เกิดขึ้นหาใช่ ‘สันติภาพ’ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของระบอบปฏิวัติสุดโต่ง

อย่างไรก็ตาม หากจะเข้าใจว่าเหตุใดเขมรแดงจึงสามารถยึดอำนาจได้สำเร็จ จำเป็นต้องย้อนกลับไปก่อนวันที่พนมเปญแตกหลายปี เขมรแดงไม่ได้ถือกำเนิดขึ้นจากความว่างเปล่า ทว่าเติบโตขึ้นท่ามกลางรัฐที่อ่อนแอ อิทธิพลจากสงครามเย็น ความไม่พอใจชนชั้นนำที่เกิดขึ้นสะสมกันอย่างต่อเนื่องยาวนาน และความพังทลายของสังคมกัมพูชาเอง

ทศวรรษก่อนหน้านั้น กัมพูชาอยู่ภายใต้การนำของ สมเด็จพระนโรดม สีหนุ ผู้พยายามรักษาความเป็นกลางท่ามกลางการแข่งขันของมหาอำนาจในสงครามเย็น ในวันที่โลกแบ่งฝ่ายเป็นโลกเสรีซึ่งมีสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำ และโลกคอมมิวนิสต์ซึ่งมีสหภาพโซเวียตเป็นผู้นำ แม้การเมืองภายใต้สีหนุจะไม่ได้เป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบ แต่สีหนุก็ยังได้รับความนิยมอย่างมากในพื้นที่ชนบท

กระนั้นเองเมื่อเวลาผ่านไป ปัญหาเศรษฐกิจ คอร์รัปชัน และความเหลื่อมล้ำยิ่งมากขึ้น เป็นต้นกำเนิดของขบวนการคอมมิวนิสต์ที่ในเวลาต่อมาพัฒนากลายเป็น ‘เขมรแดง’ เริ่มจากพื้นที่ชนบทของกัมพูชา

จุดเปลี่ยนสำคัญอีกอย่างเกิดขึ้นในปี 1970 เมื่อนายพลลอนทำรัฐประหารโค่นสีหนุ ขณะที่สีหนุอยู่ต่างประเทศ โดยมีสหรัฐฯ หนุนหลัง เพราะในเวลานั้นสหรัฐฯ ยังคงติดพันกับสงครามเวียดนาม และได้ใช้พื้นที่กัมพูชาในการโจมตีฐานที่มั่นฝ่ายคอมมิวนิสต์ในเวียดนาม อีกทั้งยังทิ้งระเบิดถล่มกัมพูชา เพื่อตัดเส้นทางลำเลียงอาวุธของเวียดนามเหนือในสงครามเวียดนามอย่างต่อเนื่อง การมีรัฐบาลที่เป็นหุ่นเชิดของตัวเองในกัมพูชาย่อมมีประโยชน์

ผลจากการทิ้งระเบิดในกัมพูชายังทิ้งบาดแผลสำคัญ หมู่บ้านจำนวนมากถูกทำลาย ชาวบ้านต้องย้ายถิ่นฐาน ความโกรธแค้นต่อสงครามที่ชาวบ้านไม่ได้รู้เรื่องด้วย เป็นเชื้อเพลิงทางการเมืองอย่างดีให้กับฝ่ายเขมรแดงเติบโตอย่างรวดเร็ว

ไม่เพียงเท่านั้น หลังถูกรัฐประหาร สีหนุประกาศจับมือกับฝ่ายคอมมิวนิสต์และเรียกร้องให้ประชาชนเข้าร่วมต่อต้านรัฐบาลลอน การสนับสนุนขบวนการคอมมิวนิสต์ของสีหนุถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเขมรแดง เพราะสีหนุยังคงเป็นที่รักของชาวบ้านในพื้นที่ชนบท ทำให้เขมรแดงสามารถขยายมวลชนได้มหาศาล

ในห้วงเวลาสุดท้าย รัฐบาลลอน นอล เผชิญปัญหาอย่างหนักทั้งคอร์รัปชัน เศรษฐกิจตกต่ำ การบริหารไร้ประสิทธิภาพ และกองทัพที่ขาดวินัย แม้ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ แต่ก็ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้ พนมเปญกลายเป็นเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยผู้ลี้ภัยจากสงคราม ขณะที่ชนบทจำนวนมากหลุดจากการควบคุมของรัฐ ความเสื่อมศรัทธาต่อรัฐบาลจึงยิ่งเปิดพื้นที่ให้เขมรแดงเติบโต

เช้าวันที่ 17 เมษายน 1975 คนจำนวนหนึ่งจึงออกมาต้อนรับ บางคนโบกมือ บางคนยิ้ม บางคนเชื่อว่า สงครามกลางเมืองหลายปีได้สิ้นสุดลงแล้ว สำหรับประชาชนที่ผ่านความอดอยาก การทิ้งระเบิด และความไร้เสถียรภาพมาอย่างยาวนาน ชาวพนมเปญจำนวนไม่น้อยมองว่า เขมรแดงคือ ‘ผู้ปลดปล่อย’

ขณะเดียวกัน ภาพลักษณ์ของเขมรแดงในสายตาคนจำนวนหนึ่งช่วงแรก คือขบวนการนักรบชนบทที่มีวินัย ในสังคมที่ผู้คนผิดหวังกับชนชั้นนำเดิม เขมรแดงจึงเป็นความหวัง มากกว่าสัญญาณอันตราย

อย่างไรก็ตาม ความนิยมช่วงแรกนั้นอยู่ได้ไม่นาน เพราะหลังยึดเมืองเสร็จสิ้น เขมรแดงเริ่มบังคับอพยพประชาชนออกจากพนมเปญโดยอ้างว่าสหรัฐฯ จะทิ้งระเบิด และทุกคนต้องออกจากเมืองหลวงไปชั่วคราว ทว่าชั่วคราวกลับกลายเป็นการขับไล่ถาวร เมืองทั้งเมืองกลายเป็นเมืองร้าง ผู้ป่วยถูกลากออกจากโรงพยาบาล ครอบครัวถูกแยกจากกัน ประชาชนหลายล้านคนถูกผลักเข้าสู่ระบบแรงงานบังคับในชนบท

เพราะแก่นความคิดของ พอล พต (Pol Pot) แกนนำเขมรแดงนั้นเชื่อว่า กัมพูชาจะเกิดใหม่ได้ก็ต่อเมื่อทำลาย ‘สังคมเก่า’ จนหมดสิ้น เมืองถูกมองว่าเป็นแหล่งรวมของชนชั้นเอาเปรียบ ปัญญาชน ระบบตลาด เงินตรา ศาสนา และอิทธิพลต่างชาติ

ขณะที่ชาวนาและแรงงานภาคเกษตรถือเป็นมนุษย์ต้นแบบของชาติใหม่ การอพยพผู้คนออกสู่ชนบทจึงไม่ใช่เพียงการย้ายที่อยู่ ย้ายถิ่นฐาน แต่คือการรีเซตประเทศทั้งประเทศไปสู่ปีศูนย์ (Year Zero) จุดเริ่มต้นใหม่ที่ตัดจากอดีตทั้งหมด

ด้วยความเชื่อเช่นนี้ ความรู้เดิม วิชาชีพเดิม ครอบครัวเดิม และตัวตนเดิม ถือเป็นอุปสรรคต่อการปฏิวัติ แพทย์ต้องกลายเป็นกรรมกร ครูต้องกลายเป็นชาวนา คนเมืองต้องถูกชำระล้างผ่านการใช้แรงงานหนัก และการควบคุมอย่างเข้มงวด เขมรแดงยังเชื่อด้วยว่า หากบังคับใช้แรงงานแบบรวมหมู่ ผลิตข้าวได้มหาศาล ประเทศจะก้าวกระโดดสู่ความมั่งคั่งได้อย่างรวดเร็ว แต่ในความเป็นจริง การพยายามสร้างสังคมใหม่กลับนำไปสู่ความอดอยาก การกดขี่ และการตายจำนวนมหาศาล

สิ่งที่ผู้คนเคยเข้าใจว่าเป็นชัยชนะ จึงค่อยๆ เปิดเผยตัวว่าเป็นการเริ่มต้นของระบอบควบคุมชีวิตมนุษย์อย่างเบ็ดเสร็จ เขมรแดงยกเลิกเงินตรา ปิดโรงเรียน ปราบศาสนา ทำลายตลาด และแบ่งประชาชนออกเป็นชนชั้นต้องสงสัย ผู้มีการศึกษา คนเมือง ข้าราชการ หรือแม้แต่ผู้ที่สวมแว่นตา ต่างอาจตกเป็นเป้าหมาย

ส่วนคนที่เคยเป็นโลโก้ของเขมรแดงอย่างสีหนุ ก็ถูกควบคุมอำนาจอย่างเข้มงวด เขาถูกบีบให้พ้นจากตำแหน่ง และถูกควบคุมตัวอย่างเข้มงวดในพระราชวังหลวง ในเวลาเดียวกันพระบรมวงศานุวงศ์จำนวนมากยังถูกเขมรแดงสังหาร ทั้งพระโอรส พระธิดา และเครือญาติอีกหลายคน

ประมาณการณ์ว่าตลอดการปกครองของเขมรแดงระหว่างปี 1975-1979 มีชาวกัมพูชาเสียชีวิตราว 1.7 ล้านคน หรือประมาณ 21% ของประชากรทั้งประเทศ จากการประหารชีวิต ความอดอยาก โรคภัย และการใช้แรงงานอย่างโหดร้าย เขมรแดงถูกโลกจดจำใหม่ในฐานะระบอบที่เปลี่ยนทั้งประเทศให้กลายเป็นสุสานขนาดใหญ่

บทเรียนสำคัญของวันที่ 17 เมษายน 1975 จึงไม่ใช่เพียงว่าเผด็จการโหดร้ายเพียงใด แต่ยังเตือนด้วยว่า ระบอบเช่นนี้มักไม่ได้มาพร้อมใบหน้าของปีศาจเสมอไป เผด็จการอาจมาพร้อมคำสัญญาเรื่องความยุติธรรม ความสงบ การปฏิรูป และอนาคตที่ดีกว่า ในวันที่สังคมสิ้นหวังมากพอ ผู้คนจำนวนมากก็พร้อมจะเชื่อ

สุดท้ายระบอบสุดโต่งนี้ดำรงอยู่ได้เพียงไม่นาน ปี 1977-1978 กองกำลังเขมรแดงเปิดฉากโจมตีตามแนวชายแดนเวียดนามหลายครั้ง และมีการสังหารพลเรือนในบางพื้นที่ เวียดนามจึงตอบโต้ด้วยการเปิดปฏิบัติการขนาดใหญ่ปลายปี 1978 ก่อนบุกเข้าสู่กัมพูชาอย่างรวดเร็ว ต้นเดือนมกราคม 1979 กรุงพนมเปญแตกเป็นครั้งที่ 2 คราวนี้เป็นการล่มสลายของรัฐบาลเขมรแดงเอง ผู้นำระดับสูงรวมทั้งพอลหลบหนีไปยังพื้นที่ชายแดนไทย

ขบวนการเขมรแดงคงสถานะเหลือเพียง ‘กองโจร’ ตามแนวป่าเขา ตามแนวชายแดนตะวันตก โดยอาศัยภูมิประเทศทุรกันดารเป็นเกราะกำบัง และมีรัฐบาลไทยเป็นหนึ่งในผู้ให้การรับรอง เพราะในเวลานั้นไทยเกรงว่า หากเวียดนามขยายอิทธิพลเข้ามามากอาจเป็นอันตรายกับไทย

ปี 1997 พอลถูกคนของตนเองควบคุมตัวหลังความขัดแย้งภายใน และเสียชีวิตในปี 1998 ขณะที่แกนนำคนอื่นทยอยยอมจำนนหรือถูกจับกุม

ในทางการเมือง เขมรแดงสิ้นสุดลงแล้ว แต่ในทางประวัติศาสตร์ บาดแผลยังคงอยู่ในสังคมกัมพูชา ทั้งในรูปของครอบครัวที่สูญหาย ความทรงจำที่ถูกทำลาย และคำถามเรื่องความยุติธรรม ที่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีคำตอบสำหรับผู้นำที่ใช้อำนาจด้วยความโหดร้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...