ส่องทางรวย! เจาะอินไซต์ Influencer อยากรุ่งต้องเริ่มที่แพลตฟอร์มไหน?
ตลาดอินฟลูฯ ในไทยกำลังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่า “TikTok” เป็น first market มีอินไซต์จาก AnyMind Group บอกว่าแพลตฟอร์มนี้ครองสัดส่วนการใช้งานแคมเปญเกือบ 2 ใน 3 ของตลาด
สะท้อนว่าการทำคอนเทนต์วิดีโอสั้นที่เร็ว ติดเทรนด์ และเข้าถึงคนจำนวนมาก คือหัวใจสำคัญของการสร้างทั้งการรับรู้และการตอบรับ
ขณะเดียวกัน Ecosystem ของครีเอเตอร์ไทยก็มีโครงสร้างที่น่าสนใจ โดยกลุ่มใหญ่สุดอยู่ในสาย บันเทิง (Entertainment) แฟชั่นและความงาม (Fashion & Beauty)
ซึ่งเป็นคอนเทนต์ที่ดูง่าย แชร์ง่าย และไวรัลสูง สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคไทยที่เสพคอนเทนต์เพื่อความบันเทิงควบคู่กับแรงบันดาลใจด้านภาพลักษณ์ ทำให้แบรนด์จำนวนมากเลือกใช้ครีเอเตอร์กลุ่มนี้เป็นตัวหลักในการสื่อสาร
ในเชิงงบประมาณ จะเห็นว่าการใช้ Influencer Marketing ในไทยกระจุกตัวอยู่ใน 2 อุตสาหกรรมหลัก คือ อาหารและเครื่องดื่ม (Food & Drink) กับแฟชั่นและความงาม (Fashion & Beauty)
รวมกันคิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของตลาดทั้งหมด ทำให้แบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับ “ของกิน” และ “ภาพลักษณ์” ยังคงได้เปรียบ เพราะเป็นสินค้าที่ตัดสินใจเร็ว และเหมาะกับคอนเทนต์แบบเห็นแล้วอยากลองทันที
ส่วนด้านผลตอบรับมีข้อมูลชี้ชัดว่า TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่มี Engagement Rate สูงที่สุดในทุกระดับอินฟลูเอนเซอร์ โดยเฉพาะกลุ่ม Nano-influencer ที่ให้ผลลัพธ์คุ้มค่าและเข้าถึงชุมชนได้ลึกที่สุด
ขณะที่ X กลับกลายเป็นอีกแพลตฟอร์มที่มี Performance เด่นรองลงมา แซงทั้ง Facebook และ YouTube ในบางมิติ ทำให้การวางกลยุทธ์ไม่ควรพึ่งแพลตฟอร์มเดียว แต่ต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับบทบาท
ในมุมกลยุทธ์ แบรนด์เริ่มขยับจากการใช้ KOL รายคน ไปสู่การสร้างเครือข่ายครีเอเตอร์เพิ่มขึ้น เพื่อขยายสเกลและสร้างอิมแพกต์ที่ต่อเนื่องมากขึ้น
พร้อมกันนั้น การเลือกใช้ครีเอเตอร์ท้องถิ่นหรือสายแรงงานก็กลายเป็นตัวช่วยสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือในตลาดแมส
TODAY Bizview ชวนดูอินไซต์ Influencer อยากรุ่งสักทางต้องเริ่มที่แพลตฟอร์มไหน?