‘ชัชชาติ’ เล็งอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐาน ปั้น ‘สงกรานต์ไทย’ เป็นหมุดหมายโลก
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 17 เม.ย. ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงแนวทางรับมือนักท่องเที่ยวที่เดินทางมางานสงกรานต์ในพื้นที่ กทม. ปีหน้า หลังพบมีผู้คนจำนวนมากมุ่งหน้าเล่นน้ำสงกรานต์ในเมืองกรุง ว่า ในอนาคตจะต้องมีการปรับปรุงทางด้านโครงสร้างพื้นฐานให้ดีขึ้น ยกตัวอย่าง ทางเดินทางถนน เพราะตอนนี้สงกรานต์กลายเป็นเทศกาลระดับโลกไปแล้ว หากมองเปรียบเทียบตนมองว่างานสงกรานต์ก็เหมือนการจัด Formula one คือจะต้องจัดพื้นที่ให้พร้อม เส้นทางคนเดินต่างๆ ต้อง Flow เดินได้สะดวก อาจจะมีการทำสกายวอล์กเพิ่มในบางจุด เช่น ถนนสีลมข้ามพระราม 4 ยาวมาจนถึงลุมพินีได้หรือไม่ มีการวางระบบทิ้งขยะ ระบบท่อน้ำส่งเพื่อให้ง่ายขึ้น การบริหารจัดการร้านค้า ความปลอดภัย กล้อง CCTV ที่ต้องนำมาคิดต่อเนื่อง
"ตอนนี้เลยขั้นเทศกาลท้องถิ่นไปแล้ว กลายเป็นเทศกาลระดับโลก ซึ่งก็ถือว่าเป็นโอกาสดีที่เราจะลุยให้เทศกาลนี้อยู่กลายเป็นหมุดหมายของคนทั่วโลก ซึ่งเป็นลักษณะที่ชาติไหนก็เลียนแบบไม่ได้ เป็นมิตรภาพความมีน้ำใจของคนที่ดูแลกันและกัน อย่างเช่น สีลมมีคนเข้าไปเล่นน้ำเกือบ 7 แสนคนแต่ไม่มีเหตุการณ์อะไร ทุกคนมาด้วยความสนุกถึงแม้จะเบียดกันมากก็อะลุ้มอล่วยกัน ยืนคอยกัน ตรงนี้ถือเป็นจุดแข็งที่ต้องนำมาขยายต่อ ส่วนจุดอื่นที่มีปัญหา เช่น บางพื้นที่ที่มีการหยุดรถเล่นน้ำกัน หรือบางพื้นที่ปิดถนนส่งผลทำให้เกิดความเดือดร้อนก็จะนำไปขยายผลต่อหาแนวทางป้องกัน เชื่อว่าเป็นสิ่งที่ดีแล้ว ขอขอบคุณคนไทยทุกคนที่ทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดีช่วยกันดูแล ส่วนอีก 1 ปีนี้ก็ต้องเตรียมโครงสร้างพื้นฐานรองรับเพื่อที่งานจะได้ Flow ได้ดีขึ้น" นายชัชชาติ กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ระยะทางการปิดถนนเพียง 1 กม. ในเวลา 3 วันเพียงพอต่อการเล่นน้ำของนักท่องเที่ยวหรือไม่ นายชัชชาติ ระบุว่า ส่วนตัวมองว่าระยะทางอาจจะสั้นไปสักหน่อย แต่ว่าหากมีการเชื่อมทางเดินมาจนถึงสวนลุมพินี ยาวไปสะพานเขียวเข้าสวนเบญจกิติ หรือเส้นทางเหนือเข้าเยาวราช ตลาดน้อย นั้นอาจจะต้องวางเส้นทางเดินเล่นน้ำให้ดี เตรียมโครงสร้างพื้นฐานทางเดินต่างๆ ให้เดินได้สะดวก ซึ่งเทศกาลนี้ส่วนตัวมองว่าอาจจะคล้ายๆ Formula one ที่เป็นการแข่งรถ ส่วนเทศกาลนี้เป็นสงกรานต์เซอร์กิตคือทำที่ให้คนเดินเล่นสงกรานต์ในกรุงเทพฯ ได้ โดยปรับปรุงโครงสร้างที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก เพราะมีนักท่องเที่ยวพร้อมที่จะมาเที่ยวอยู่แล้ว ซึ่งก็มีแนวคิดที่จะพัฒนาให้เป็นงานระดับโลกที่จะเห็นคนทั้งโลกมาได้ และข้อดีอีกหนึ่งเรื่อง คือเศรษฐกิจ มีการกระจายถึงรากหญ้า ไม่ได้ผูกอยู่กับบริษัทใหญ่บริษัทใดบริษัทหนึ่ง เพราะแม่ค้าขายของได้ โรงแรมมีลูกค้า คนขับแท็กซี่ คนขี่รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง คนขายอาหารขายได้หมด จึงเป็นเทศกาลที่มีผลในเรื่องของเศรษฐกิจค่อนข้างสูง
ขณะที่ นายพรพรหม กล่าวถึงการแก้ปัญหาปืนฉีดน้ำที่ถูกทิ้งเป็นจำนวนมากว่า ขณะนี้ กทม.ได้ร่วมกับบริษัทเอกชนหลักสูตรการค้าตั้งจุดรับปีนฉีดน้ำที่ใช้แล้วเพื่อนำไปผลิตเป็นเม็ดพลาสติก ทั้งนี้ ในทุกเทศกาลก็จะมีขยะเฉพาะเหลือทิ้ง อย่างเทศกาลสงกรานต์ก็จะเป็นปืนฉีดน้ำ ซึ่งปืนฉีดน้ำเป็นชนิดพลาสติกที่รีไซเคิลยาก แต่มีบริษัทเอกชนสามารถนำไปเปลี่ยนเป็นน้ำมันแนฟต้า ซึ่งตอนนี้กำลังขาดแคลนจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสามารถเข้าโรงงานและเปลี่ยนเป็นน้ำมันขึ้นเม็ดพลาสติกและนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ food grade ได้เลย กทม.พยายามจะส่งเสริม ตอนนี้มีจุดรับทั้งหมด 9 จุดคาดว่าจะได้ประมาณ 1,000 กระบอกที่จะส่งให้ทางเอกชน
นายชัชชาติ กล่าวเสริมว่า หากไม่ได้นำมาส่งมอบให้ก็เก็บไว้ได้ เพื่อปีหน้านำกลับมาเล่นใหม่โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อ.