“กล้าธรรม” งดออกเสียงโหวต นายกรัฐมนตรี คนที่ 33 “ธรรมนัส” ย้ำ ห้ามแตกแถวเด็ดขาด
มติเป็นเอกฉันท์ “กล้าธรรม” งดออกเสียงโหวต นายกรัฐมนตรี คนที่ 33 “ธรรมนัส” ย้ำ ห้ามแตกแถวเด็ดขาด ยัน พรรคนี้ไม่มีเถียงกัน แม้ เห็นแย้งก็ให้จบในห้องประชุม ลั่น ไม่อยากให้เป็นการเมืองน้ำเน่า
วันที่ 19 มี.ค. 69 ที่รัฐสภา ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กล่าวในที่ประชุมสส.พรรค เพื่อพิจารณาถึงทิศทางการโหวตนายกรัฐมนตรี ว่าพรรคเราอยู่กันแบบพี่แบบน้อง แบบคนในครอบครัว เวลาจะโหวตใดๆก็ตาม เราขอให้เป็นเอกฉันท์ว่ามาจาก มติสส.ของพรรค ทั้ง 58 ชีวิตตัดสินใจร่วมกันว่าจะเป็นในทิศทางใด แล้วยืนยันว่าต้องไปทิศทางเดียวกันห้ามแตกแถวเด็ดขาด ถ้าจะแตกแถว ให้แตกแถวในห้องประชุมนี้ เถียงกันในห้องประชุม และเมื่อได้มติฟังเสียงคนส่วนใหญ่แล้ว ด้วยเหตุผล ก็จะต้องไปโหวตในทิศทางเดียวกัน นี่คือหลักการของพรรคเรา
แต่ ณ เวลานี้ เราทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านในสภา ขอให้เป็นฝ่ายค้านที่สร้างสรรค์จริงๆ ปัญหาอะไรก็ตาม ที่จะพูดในสภาพูดแล้วให้มันเกิดประโยชน์ ต่อประชาชนในพื้นที่ของท่าน เกิดประโยชน์กับประเทศชาติบ้านเมือง พูดได้เต็มที่ไม่ต้องเกรงใจ แต่ถ้าพูดเรื่องส่วนตัว พยายามอย่าไปพูด เพราะไม่เกิดประโยชน์ ไม่อยากให้บรรยากาศทางการเมืองเป็นการเมืองน้ำเน่า เราต้องมีหลักการ ดังนั้นขอย้ำว่าในแต่ละสัปดาห์ ที่มีการประชุมสภา ก็ต้องมีสส.ของคนเราทำหน้าที่ ที่เป็นตัวแทนประชาชน คอนเทนท์ต่างๆวาระที่เราจะต้องยื่นญัตติ เราจะมีแบ็คอัพให้เพื่อพูดตามหลักการข้อมูล เพื่อข้อมูลที่สมบูรณ์แบบไม่ใช่พูด โดยไม่มีหลักการไม่มีข้อมูล ไม่ได้เด็ดขาด
เมื่อผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป็นเพื่อนกันจะโหวตให้เพื่อนหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส ตอบว่าขอประชุมก่อน และต้องฟังอีก 57 เสียง ทุกคนมีเสียงเท่ากันหมด
ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น เวลา 10.17 น. ร้อยเอกธรรมนัส ให้สัมภาษณ์ถึง ทิศทางการโหวตนายกรัฐมนตรีของพรรค ว่า “งดออกเสียงมติเป็นเอกฉันท์”
เมื่อถามว่าในห้องประชุม มีการถกเถียงถึงมติกันหรือไม่ร้อยเอกธรรมนัส ย้ำว่า “ไม่มี พรรคนี้ไม่มีเถียงกัน ”
"ธรรมนัส" ชี้ รัฐบาล แก้ปัญหาปลายเหตุ พยุงราคาน้ำมันได้ไม่นาน ขอเป็นปากเป็นเสียงในสภาฯ แทนประชาชน
ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และสส.บัญชีรายชื่อ กล่าวก่อนเริ่มประชุมทิศทางการโหวตนายกรัฐมนตรีตามมติพรรคกล้าธรรมว่า หลังจากที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนจะเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เพื่อหารือทางออกวิกฤตปัญหาขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งทางพรรคกล้าธรรมเตรียมไว้แล้ว
โดยร้อยเอกธรรมนัสระบุว่า ปัญหาใหญ่ตอนนี้เป็นปัญหาเรื่องน้ำมัน ที่ภาคการเกษตรและเกษตรกรภาคเหนือเองก็รวมตัวกันเพื่อจะมาประท้วง ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งตอนนี้เราไม่รู้ว่าสงครามจะเลิกเมื่อไหร่ ปัญหาคือ กลุ่มธุรกิจพลังงานก็กลัวจะซื้อของแพงแล้วมาขายถูก ตอนสงครามสงบ เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาน้ำมันไม่จบภายใน1-2 เดือนซึ่งจะเป็นเรื่องยาว
ในฐานะที่เป็นเราในฐานะที่เป็นสส. ตนเชื่อว่าหลายคนโดยเฉพาะพี่น้องต่างจังหวัดที่เข้ามาขอความช่วยเหลือจากเราตอนนี้ทางผู้ว่าแต่ละจังหวัดก็มีการบริหารจัดการน้ำมันในแต่ละจังหวัด ถ้าถามว่าการแก้ปัญหาแบบนี้มันเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ หากประเทศที่เขารู้วิธีการแก้ปัญหา โดยเฉพาะรู้ว่าเกิดสงคราม รัฐต้องรีบสต๊อกน้ำมัน เพื่อเพื่อให้โรงกลั่นเอาไปกลั่น ส่วนตอนนี้เราเลือกวิธีการแก้ปัญหาด้วยการพยุงราคาน้ำมัน ซึ่งมันพยุงได้ไม่นาน ขณะนี้เงินของกองทุน น้ำมันตอนนี้ก็ติดลบอยู่ แต่ตนไม่มั่นใจว่าตัวเลขเท่าใด ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เพราะในฐานะที่เป็นสส.อยู่ในสภา ก็ต้องเปิดไมค์พูด อย่างน้อยเป็นปากเป็นเสียงตามที่เราสัญญากับพี่น้องประชาชนไว้ว่า เราคือตัวแทนของพี่น้องประชาชนฐานราก ผู้มีรายได้น้อยหรือพี่น้องคนทำงาน เราหาเสียงว่าเราจะขอเป็นส่วนหนึ่ง 10 ถึง 15% ซึ่งตอนนี้เรามีจำนวนสส.ทั้งหมด 58 คน คิดเป็น 12% ของสภา จึงอยากให้ทุกคนได้ทำหน้าที่ตรงนี้โดยเฉพาะสอสอที่เป็นสมัยแรกท่านต้องสร้างบทบาทของตัวเอง ตนเห็นหลายคนเวลาไปปราศรัยที่ผ่านมา ซึ่งการพูดและการปราศรัยก็มีหลักการอยู่ เพราะฉะนั้นในเรื่องของคอนเทนท์ต่างๆพรรคเราก็มีแบคอัพอยู่ จึงขอฝากพวกเราด้วย